โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Linkedin ปฏิเสธข้อกล่าวหา หลังถูกฟ้องข้อหาใช้ข้อมูลในกล่องข้อความส่วนตัว (DM) มาฝึกฝน AI

Thaiware

อัพเดต 06 ก.พ. 2568 เวลา 10.00 น. • เผยแพร่ 06 ก.พ. 2568 เวลา 10.00 น. • Sarun_ss777
ผู้ใช้งาน Linkedin Premium กล่าวหาว่า Linkedin ละเมิดข้อมูลไปเทรน AI แต่ทางบริษัทปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง

ในหมู่ Social Media ที่มีมากมาย แพลตฟอร์มหนึ่งที่เรียกได้ว่าเน้นความจริงจัง ของผู้ใช้งานระดับคนทำงานคงจะหนีไม่พ้น Linkedin แต่ข่าวนี้อาจสร้างความขุ่นเคืองใจแก่ผู้ใช้งานหลายราย

จากรายงานโดยสำนักข่าว BBC ได้รายงานถึงการที่กลุ่มผู้ใช้งาน Linkedin Premium ในสหรัฐอเมริกา ได้ทำการรวมตัวกันฟ้องร้องบริษัท Linkedin ต่อศาลรัฐบาลกลางแห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย ในข้อหาที่ทางบริษัท Likedin ได้มีการนำเอาข้อมูลการสนทนาส่วนตัวระหว่างผู้ใช้งาน (Direct Message) ไปใช้งานในการฝึกฝน AI นอกจากนั้นทางกลุ่มผู้ฟ้องร้องได้มีการกล่าวหาว่า ทาง Linkedin ได้มีการเปลี่ยนแปลงส่วนของคำถามที่ถูกถามบ่อย (Frequently Asked Questions หรือ FAQ) ว่าผู้ใช้งานสามารถเลือกที่จะไม่ให้ข้อมูลถูกใช้งานในการฝึกฝน AI ได้ แต่จะไม่ส่งผลต่อข้อมูลที่ถูกใช้ฝึกไปแล้ว ว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนั้นเป็นการพยายามปกปิดการกระทำผิดของทางบริษัทที่ได้กระทำลงไปแล้ว

“พฤติกรรมดังกล่าวนี้แสดงให้เห็นว่าทางบริษัทรับทราบดีว่า การกระทำที่ผ่านมานั้นเป็นการละเมิดข้อสัญญา และนโยบายส่วนบุคคลอย่างชัดเจน ทำให้พยายามทำทุกอย่างเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกสังคมรุมตรวจสอบ” ทางตัวแทนกลุ่มผู้ฟ้องร้องกล่าวกับทางสื่อ

โดยทางกลุ่มผู้ฟ้องร้องนั้นมีเป้าหมายในการเรียกร้องค่าเสียหายเป็นมูลค่า 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 34,000 บาท) ให้กับผู้ใช้งานแต่ละราย สำหรับเป็นค่าชดเชยที่บริษัทได้ทำการละเมิดกฎหมายว่าด้วยการบันทึกข้อมูลการสื่อสาร (Stored Communications Act หรือ SCA) กฎหมายการแข่งขันอย่างไม่เป็นธรรมของรัฐแคลิฟอร์เนีย และการละเมิดสัญญาการใช้งาน

ซึ่งทาง Linkedin ได้ออกมาตอบโต้ข้อกล่าวหาดังกล่าวว่า เป็นข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูลความจริงแต่อย่างใด

การฟ้องร้องพึ่งอยู่ในขั้นเริ่มต้นเท่านั้น ทางผู้ฟ้องร้องจะสามารถชนะการฟ้องร้องได้หรือไม่ ? และจะมีผลต่อการใช้งาน Linkedin อย่างไรต่อไป ? ขอให้ผู้สนใจทำการติดตามข่าวอย่างใกล้ชิดต่อไป

➤ Website : https://www.thaiware.com
➤ Facebook : https://www.facebook.com/thaiware
➤ Twitter : https://www.twitter.com/thaiware
➤ YouTube : https://www.youtube.com/thaiwaretv

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...