หุ้น AOT บมจ.ท่าอากาศยานไทย แลนด์ดิ้งแรง -12.84% หลังกลุ่มคิง พาวเวอร์ เลื่อนจ่ายประโยชน์ตอบแทน -กำไรต่ำกว่าคาด
หุ้น AOT ร่วงแรงกว่า 12% หลัง AOT เผยกลุ่ม King Power ขอเลื่อนชำระค่าผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำ (MG) เดือน ส.ค 2024 - ก.พ. 2025 ออกไป 18 เดือน ปมขาดสภาพคล่อง
*หุ้น AOT หรือ บมจ.ท่าอากาศยานไทย ร่วงแรงกว่า 12 % บทวิเคราะห์ บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ระบุสาเหตุเกิดจาก AOT เปิดเผยว่ากลุ่ม King Power ขอเลื่อนการชำระค่าผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำ (MG) เดือน ส.ค. 2024 - ก.พ. 2025 ออกไป 18 เดือน เหตุปมขาดสภาพคล่องของ King Power* ซึ่งทำให้ AOT มีการเปลี่ยนเป็นจาก ลูกหนี้การค้าหมุนเวียน เป็น ลูกหนี้การค้าไม่หมุนเวียน เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนราว 2.7 พันล้านบาท
บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ มีมุมมองต่อประเด็นนี้ว่าทำให้เกิดความกังวลต่อการดำเนินงานของ AOT ซึ่ง AOT เผยว่าสาเหตุหลักที่มีการอนุมัติให้ขยายการชำระของกลุ่ม King Power
1. เพื่อเป็นการทำให้การดำเนินงานของสนามบิน คือ ธุรกิจดิวตี้ฟรี พื้นที่เช่า ที่กลุ่ม King Power เป็นผู้รับสัมปทานหลัก ให้เป็นไปได้อย่างต่อเนื่อง
2. กลุ่ม King Power มีการวาง Bank guarantee ที่ครอบคลุมจำนวน MG ที่ขอเลื่อนไป และกลุ่มคิงพาวเวอร์ได้ชำระค่าปรับ 18% ต่อปี
3. MG เดือน มี.ค. 2025 จะมีการชำระตาม credit term ปกติ 1 เดือน
มุมมอง บล.อินโนเวสท์ เอกซ์
- ประเด็นเรื่องสภาพคล่องของกลุ่ม King Power ซึ่งเป็นผู้รับสัมปทานหลัก ทำให้ตลาดกังวลเรื่องการดำเนินงานของ AOT
- ราคาหุ้นปรับตัวลงแรงมากวันนี้กว่า 8% ซึ่งเป็นการลงแรง DoD ครั้งหนึ่งของ AOT ซึ่งมองว่าราคาหุ้นสะท้อนปัจจัยลบมากพอสมควร
- กลุ่ม King Power มีการวาง Bank guarantee ตามจำนวนเงินที่ขอเลื่อนชำระ สะท้อนว่าความเสี่ยงต่อ AOT สามารถถูกชดเชยได้ สิ่งที่ต้องติดตามคือ การจ่าย MG เดือน มี.ค. ซี่ง AOT แจ้งว่ากลุ่ม King Power จะมีการจ่ายตามปกติ
บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ มองว่า AOT เองยังมีสภาพคล่องที่แข็งแรง รองรับการเลื่อนชำระได้ ปัจจุบัน ให้คำแนะนำ Outperform AOT ราคาเป้าหมาย 72 บาท/หุ้น
บล.ทิสโก้ ยังคงคำแนะนำ "ขาย" หุ้น AOT โดยมูลค่าที่เหมาะสมเท่ากับ 50.00 บาท
AOT รายงานกำไรไตรมาส 1/68 ที่ 5.33 พันล้านบาท (+17% YoY/+25% QoQ) ต่ำกว่าประมาณการของบล.ทิสโก้ และ Bloomberg Consensus 7%
การพลาดเป้าเกิดจากค่าใช้จ่ายพนักงานที่สูงกว่าคาด การปรับตัวดีขึ้นของกำไร YoY สอดคล้องกับการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทย ส่งผลดีต่อรายได้เกี่ยวกับกิจการการบิน
สำหรับธุรกิจที่ไม่เกี่ยวกับกิจการการบิน การเติบโตของรายได้ที่ช้ากว่ารายได้เกี่ยวกับกิจการการบินเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขรายได้สัมปทานจากคิงเพาเวอร์ สนามบินสุวรรณภูมิ (การเรียกคืนพื้นที่และการยกเลิกดิวตี้ฟรีขาเข้า)
รายได้หลักของ AOT เพิ่มขึ้น 12% YoY และ 5% QoQ ในไตรมาส 1/68 รายได้เกี่ยวกับกิจการการบินเพิ่มขึ้น 24% YoY โดยหลักมาจากจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น 16% YoY เป็น 16.5 ล้านคนในไตรมาสนี้ การเติบโตยังได้รับแรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของค่าธรรมเนียมผู้โดยสารขาออก (PSC) จากการเพิ่มค่าธรรมเนียม 30 บาท/คน ทั้งเที่ยวบินระหว่างประเทศและในประเทศที่เกี่ยวข้องกับการใช้ระบบ CUPPS
อย่างไรก็ตาม รายได้จากค่าธรรมเนียมการจอดและการขึ้นลงของอากาศยานเพิ่มขึ้นเพียง 11% เนื่องจาก AOT ให้ส่วนลดแก่สายการบินที่ใช้บริการที่อาคารผู้โดยสาร SAT-1
รายได้ที่ไม่เกี่ยวกับกิจการการบินค่อนข้างซบเซา เติบโตเพียง 3% เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขของคิงเพาเวอร์ส่งผลให้ค่าการันตีขั้นต่ำต่อหัวลดลง 19.7% ทำให้รายได้จากสัมปทานเติบโตเพียง 2% YoY ในด้านค่าใช้จ่าย ผลประโยชน์พนักงานเพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 16% เนื่องจาก AOT เพิ่มประมาณการโบนัสพนักงานค้างจ่าย และการจ้างงาน AOTGA
บล.ทิสโก้ คาดการณ์การเติบโตของกำไรในระดับ double-digit สำหรับไตรมาส 2/68 (ม.ค.-มี.ค.68)จากการเติบโตของจำนวนผู้โดยสารที่สูงผิดปกติเมื่อเทียบกับฐานที่ต่ำในปีที่แล้ว (เนื่องจากการขาดนักท่องเที่ยวจีน) อย่างไรก็ตาม การเติบโตควรกลับสู่ภาวะปกติในสองไตรมาสที่เหลือของปีบัญชี โดยจำนวนนักท่องเที่ยวจีนมีแนวโน้มที่จะต่ำกว่าคาด
คาดว่า AOT จะประกาศแผนแม่บทฉบับปรับปรุงในเดือนข้างหน้าตามแผน โดยมีความเสี่ยงด้าน downside ต่อกำไรมาจากประมาณการค่าใช้จ่ายลงทุน (อาจสูงกว่าที่คาด) ค่าใช้จ่ายพนักงานที่สูงกว่าคาดยังเพิ่มความเสี่ยงด้าน downside ต่อประมาณการของเรา
ทั้งนี้แรงขาย AOT ฉุดบรรยากาศตลาดหุ้นไทยภาคบ่าย ดัชนีปรับตัวลงกว่า 10 จุด สวนทางตลาดหุ้นภูมิภาคที่ส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้น