โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

วงการปศุสัตว์หวั่น หลังหวัดนกระบาดทั่วโลก ย้ำรัฐต้องป้องกัน ก่อนพังทั้งระบบ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 15 ก.พ. 2568 เวลา 05.04 น. • เผยแพร่ 15 ก.พ. 2568 เวลา 03.48 น.

วิกฤตโรคระบาดสัตว์สร้างความเสียหายอย่างหนักให้แก่หลาย ๆ ประเทศ โดยเฉพาะโรคไข้หวัดนกและโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) ซึ่งส่งผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงทางอาหารของประเทศอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน

นางสาวเพ็ญภัสสร์ วิจารณ์ทัศน์ นักวิชาการอิสระ ระบุผ่านบทความ ว่า มหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาก็หนีไม่พ้นปัญหานี้ อย่างไข้หวัดนกที่กำลังเกิดขึ้น สถานการณ์นี้สร้างวิกฤตรุนแรงถึงขั้นส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของผู้บริโภค ราคาไข่ไก่พุ่งสูงอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน

ล่าสุด พบว่าราคาไข่ไก่ในซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งทะยานสูงถึงโหลละ 10.99 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 370 บาท) หรือฟองละ 30 บาท ซึ่งถือเป็นราคาที่สูงเกินปกติอย่างมาก ผลกระทบไม่เพียงแค่ราคา แต่ยังรวมถึงการจำกัดการซื้อของซูเปอร์มาร์เก็ต บางแห่งกำหนดให้ลูกค้าซื้อไข่ได้เพียง 1 โหลต่อครั้ง เพื่อป้องกันการขาดแคลน

และในบางรัฐอย่างเพนซิลวาเนียยังเกิดปัญหาการขโมยไข่ไก่ถึง 1 แสนฟองที่ยังหาผู้กระทำผิดไม่ได้ สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของวิกฤตการณ์ที่กระทบทั้งค่าครองชีพและคุณภาพชีวิตประชาชน ซึ่งเป็นผลจากโรคระบาดสัตว์

ประเทศไทยเคยเผชิญความรุนแรงนี้เมื่อปี 2547 ที่ส่งผลกระทบอย่างมาก ทั้งด้านสุขภาพและเศรษฐกิจ โดยมีรายงานผู้เสียชีวิต 12 ราย มีการทำลายสัตว์ปีกมากกว่า 60 ล้านตัว เพื่อควบคุมการแพร่ระบาด ส่งผลให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ต้องหยุดกิจการ เรียกว่าไทยต้องสูญเสียการส่งออกสัตว์ปีกมากกว่า 60,000 ล้านบาทและเกิดผลกระทบต่ออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องอีกมากมาย

บ้านเราสามารถพลิกวิกฤต เรียนรู้ และสร้างมาตรฐานการป้องกันโรคไข้หวัดนกที่มีประสิทธิภาพอย่าง ระบบคอมพาร์ทเม้นท์ ซึ่งได้รับการยอมรับจากนานาชาติ โดยไม่เคยเกิดไข้หวัดนกเป็นครั้งที่ 2 มานานกว่า 10 ปี รักษาความมั่นคงทางอาหารของชาติได้มาจนถึงทุกวันนี้ นับเป็นข้อดีที่ประเทศไทยประสบความสำเร็จในการป้องกันโรค แต่ประเด็นสำคัญคือควรจะรักษามาตรการทั้งหมดให้เข้มข้น ห้ามอ่อนข้อละเลยแม้แต่ขั้นตอนเดียว

เช่นเดียวกับโรค ASF ในสุกร ช่วงปี 2564-2565 นั้น สถานการณ์ตกอยู่ในขั้นวิกฤต จำนวนหมูพ่อแม่พันธุ์ทั่วประเทศลดลงอย่างน่าใจหายจาก 1.2 ล้านตัวเหลือเพียงครึ่งเดียว ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อทั้งระบบอุตสาหกรรมปศุสัตว์ ทำให้ซัพพลายเนื้อหมูขาดแคลนอย่างหนัก ราคาพุ่งสูงลิบถึงกิโลกรัมละ 200 บาท และเปิดช่องให้มิจฉาชีพลักลอบนำหมูเถื่อนเข้าประเทศ สร้างความเสียหายต่อระบบการผลิตและระบบเศรษฐกิจอย่างรุนแรงต่อเนื่องยาวนาน

ASF เกิดขึ้นมากว่า 100 ปีในโลก จนกระทั่งปัจจุบันก็ยังไม่มีวัคซีนป้องกันและไม่มียารักษาโรค นับเป็นโรคร้ายแรงที่คนเลี้ยงหมูทั่วโลกหวาดกลัว กรมปศุสัตว์จึงต้องออกมาตรการป้องกันโรค ASF ที่เข้มงวดและรอบคอบ ผ่านการพัฒนาคู่มือปฏิบัติมาตรฐาน (SOP)

ซึ่งได้รับการกลั่นกรองจากนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญชั้นนำของประเทศ ครอบคลุมทุกขั้นตอนการเลี้ยงสัตว์อย่างละเอียดถี่ถ้วน ตั้งแต่การเฝ้าระวังอาการเริ่มแรก การเก็บตัวอย่างเลือด ไปจนถึงขั้นตอนการทำลายสุกรและการฟื้นฟูฟาร์มอย่างเป็นระบบ ความรุนแรงของโรค ASF เห็นได้ชัดจากข้อกำหนดที่เด็ดขาด

กล่าวคือ หากพบโรคเพียงตัวเดียว จะต้องทำลายหมูในรัศมี 3 กิโลเมตรโดยทันที และควบคุมการเคลื่อนย้ายในรัศมี 10 กิโลเมตร การป้องกันจึงเป็นวิธีเดียวที่สามารถควบคุมโรคได้

การป้องกันโรคระบาดสัตว์ เป็นความท้าทายที่ควรต้องเข้มงวดทั้งในวันนี้และวันหน้า แต่จู่ๆก็มีข่าวกรมเตรียมทบทวนประกาศกรมปศุสัตว์ เรื่องกำหนดหลักเกณฑ์การนำสุกร หรือหมูป่า เข้ามาเลี้ยงใหม่ พ.ศ. 2567 โดยเฉพาะผู้เลี้ยงสุกรหลังบ้านของชาวชาติพันธุ์ในพื้นที่สูง ทั้งๆ ที่ไม่ควรอนุญาตนำหมูป่าเข้าเลี้ยงโดยเด็ดขาด เพราะมันเป็นพาหะนำโรค ASF หากกรมทบทวนแล้วยอมลดระดับความเข้มงวดในการป้องกันโรค ย่อมนำมาซึ่งความเสี่ยงของการเกิดโรคระบาดร้ายแรงอย่างน่ากังวล

นอกจากนี้การพิจารณามาตรการป้องกันโรคในระยะยาว ยังควรต้องศึกษาถึงผู้เกี่ยวข้องในห่วงโซ่การผลิต เช่น ผู้ประกอบการไก่ไข่หลายรายที่ต้องนำเข้าพ่อแม่พันธุ์จากสหรัฐฯ และอีกหลายๆประเทศในยุโรป รวมถึงจีน อินเดีย และออสเตรเลีย ที่กำลังเกิดไข้หวัดนก เมื่อองค์การโรคระบาดสัตว์สั่งแบนใม่ให้ประเทศเหล่านั้นส่งออกสัตว์ปีกแล้ว ผู้ประกอบการไทยจะนำเข้าพ่อแม่พันธุ์จากที่ไหน

ดังนั้น การเพิ่มผลผลิตพ่อแม่พันธุ์ให้เพียงพอสำหรับใช้ภายในประเทศอาจเป็นอีกหัวข้อหนึ่งที่รัฐต้องพิจารณา เพื่อสนับสนุนให้ธุรกิจของผู้ประกอบการเหล่านั้นดำเนินต่อไปได้

เหล่านี้เป็นความท้าทายสำคัญที่มีผลต่อห่วงโซ่การผลิตอาหารของประเทศ ต่อเกษตรกร ต่อผู้บริโภค ต่อเศรษฐกิจและต่อความมั่นคงทางอาหารของชาติ ขอเพียงหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องต้องเข้มแข็งในมาตรการ และวางแผนระยะยาวอย่างรอบคอบรัดกุมที่สุด

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : วงการปศุสัตว์หวั่น หลังหวัดนกระบาดทั่วโลก ย้ำรัฐต้องป้องกัน ก่อนพังทั้งระบบ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...