โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รมว.พาณิชย์ ประชุมติดตามสถานการณ์สินค้าเกษตร 'ข้าว-มัน-ผลไม้'

JS100

อัพเดต 18 เม.ย. 2568 เวลา 03.13 น. • เผยแพร่ 18 เม.ย. 2568 เวลา 03.10 น. • JS100:จส.100
รมว.พาณิชย์ ประชุมติดตามสถานการณ์สินค้าเกษตร 'ข้าว-มัน-ผลไม้'

หลังการประชุมร่วมกับกรมการค้าภายในและสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า(สนค.) นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตรอย่างใกล้ชิด พร้อมเดินหน้ามาตรการช่วยเหลือเกษตรกรในทุกมิติ ทั้งด้านการตลาด การลดต้นทุน และการรักษาเสถียรภาพราคา โดยเน้นพืชสำคัญ เช่น ข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปาล์มน้ำมัน และผลไม้

โดยเฉพาะ ข้าว ที่กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินมาตรการอย่างเข้มข้นเพื่อช่วยดึงราคาข้าวเปลือก ได้แก่ การช่วยเหลือข้าวนาปรัง ในการเปิดจุดรับซื้อข้าวเปลือกมีการจัดในหลายจังหวัด ได้แก่ จุดรับซื้อข้าวเปลือกนาปรัง เช่น อยุธยา สุพรรณบุรี และเชียงราย เพื่อเพิ่มช่องทางจำหน่ายและสร้างรายได้ที่เหมาะสมแก่เกษตรกร พร้อมจัดตลาดนัดข้าวเปลือกทั้งนาปรังและนาปี (ที่หมดฤดูกาลแล้ว) โดยมีเกษตรกรเข้าร่วมกว่า 6,800 ราย ซึ่ง แบ่งเป็น ตลาดนัดข้าวเปลือกนาปรัง ใน 9 จังหวัด รวม 21 ครั้ง มีการซื้อขายในราคาสูงกว่าตลาด 100–200 บาท/ตัน รวมปริมาณซื้อขายกว่า 14,000 ตัน มูลค่าเกือบ 100 ล้านบาท ในส่วนของมาตรการช่วยเหลือผู้ปลูกข้าวนาปรังที่ผ่าน นบข.มาแล้ว อยู่ระหว่างการขึ้นทะเบียนเกษตรกร

ขณะที่ข้าวนาปีที่หมดฤดูกาลแล้ว กระทรวงฯ ได้จัดตลาดนัดข้าวแล้วใน 24 จังหวัด จำนวน 32 ครั้ง มียอดซื้อขายกว่า 422,000 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 254 ล้านบาท พร้อมดำเนินโครงการสินเชื่อชะลอการขาย โดยให้เงินช่วยเหลือ 1,500 บาท/ตัน แก่ชาวนาที่มียุ้งฉาง มีเกษตรกรเข้าร่วมกว่า 324,000 ราย รวมปริมาณข้าวที่รับฝากกว่า 2.5ล้านตัน

นอกจากนี้ ยังมีการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยรัฐชดเชยดอกเบี้ย 3.5% จากอัตรา 4.5% เพื่อสนับสนุนสหกรณ์ที่รวบรวมข้าวไว้ในระบบ ซึ่งขณะนี้มีการรวบรวมผลผลิตแล้วกว่า 580,000 ตัน และมีการชดเชยดอกเบี้ยให้กับโรงสีที่เก็บสต็อกข้าวรวมสูงสุดกว่า 2.2 ล้านตัน

สำหรับการสนับสนุนข้าวนาปีโดยตรง รัฐบาลได้ดำเนินโครงการจ่ายเงินไร่ละ 1,000 บาท ให้กับเกษตรกรแล้วกว่า 4.5 ล้านครัวเรือน รวมเป็นเงินกว่า 36,000 ล้านบาท พร้อมเตรียมมาตรการลดต้นทุนการผลิตในฤดูถัดไป โดยเฉพาะการลดราคาปุ๋ยเคมีและยาปราบศัตรูพืช

ในส่วนของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมันสำปะหลัง กระทรวงพาณิชย์ได้ใช้มาตรการบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2567/68 โดยให้การสนับสนุนสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร ปี 2567/68 วงเงินสินเชื่อ 143 ล้านบาท และมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ วงเงินสินเชื่อ 0.23 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีการบริหารจัดการการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และวัตถุดิบทดแทน ภายใต้ความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) อัตราภาษี 0% และการนำเข้าข้าวสาลี 1 ส่วนต่อการรับซื้อโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศ 3 ส่วน

ด้านมันสำปะหลัง มีการดำเนินการ ช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่มันสำปะหลังกว่า 720,000 ครัวเรือน โดยมาตรการเชื่อมโยงเปิดจุดรับซื้อได้เปิดจุดรับซื้อ 34 จุดใน 8 จังหวัด เพิ่มการใช้มันเส้นและกากมันภายในประเทศ 2.5 ล้านตันหัวมันสด (1 ล้านตันมันเส้น) และชดเชยดอกเบี้ย 3% สำหรับการเก็บสต็อกระยะ 2-6เดือน รวมถึงส่งเสริมสินเชื่อเพื่อรวบรวมและสร้างมูลค่าเพิ่ม โดย ธ.ก.ส. คิดดอกเบี้ยเพียง 4.5%

สถานการณ์ผลไม้ โดยเฉพาะทุเรียน ซึ่งกำลังเข้าสู่ฤดูกาลผลผลิต กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินมาตรการบริหารจัดการผลไม้ในปี 2568รวม 7 มาตรการหลัก เช่น การตั้งชุดเฉพาะกิจเจรจาการค้ากับจีน การกระจายผลผลิตออกนอกแหล่งผลิต การรณรงค์บริโภคภายในประเทศผ่านห้างค้าปลีก ห้างท้องถิ่น รถโมบาย รวมถึงสถานีโทรทัศน์ การสนับสนุนค่าบริหารจัดการผลไม้เพื่อการส่งออก การส่งเสริมการแปรรูปด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ การสร้างอัตลักษณ์ GI และการเชื่อมโยงตลาดล่วงหน้าระหว่างผู้ซื้อกับกลุ่มเกษตรกร ทั้งนี้ คาดว่ามาตรการดังกล่าวจะสามารถรองรับผลผลิตทุเรียนได้รวมกว่า 470,000 ตัน

ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์ยังเร่งติดตามสถานการณ์ส่งออกทุเรียนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการเตรียมการพบปะหารือกับเอกอัครราชทูตจีนในเร็วๆ นี้ เพื่อเสริมความมั่นใจให้กับตลาดจีน ซึ่งเป็นตลาดส่งออกหลัก พร้อมกันนี้ยังได้ประสานกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบสารตกค้าง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจกระทบต่อภาพลักษณ์และศักยภาพในการส่งออกทุเรียนไทย

#สงครามการค้า

#ไทยประชุมรับมือ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...