โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนนไตรมาส 1/68 ยังเพิ่มขึ้น

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 16 เม.ย. 2568 เวลา 11.32 น. • เผยแพร่ 16 เม.ย. 2568 เวลา 04.32 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพฯ 16 เม.ย.- โฆษก ก.พาณิชย์ เผยดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนนไตรมาสที่ 1/2568 ปรับเพิ่มขึ้น จากอัตราค่าจ้างเพิ่ม ความต้องการขนส่งสินค้าเพิ่มตามส่งออก-ท่องเที่ยวขยายตัว คาดระยะต่อไป ค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนนอาจลดลง จากมาตรการลดราคาพลังงานของรัฐ ช่วยบรรเทาต้นทุนผู้ประกอบการ

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ผอ.สนค.) โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ภาพรวมดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนน ไตรมาสที่ 1 ปี 2568 ปรับตัวเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2567 จากต้นทุนราคาน้ำมันดีเซลในประเทศที่ปรับสูงขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ประกอบกับอัตราค่าจ้างที่เพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ ความต้องการขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้นตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยเฉพาะภาคการส่งออกและภาคการท่องเที่ยวที่ขยายตัว อย่างไรก็ตาม คาดว่าในระยะต่อไป ดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนน อาจปรับตัวลดลงจากมาตรการลดราคาพลังงานของภาครัฐ ซึ่งจะสามารถช่วยบรรเทาภาระต้นทุนของผู้ประกอบการขนส่งได้ในระดับหนึ่ง

โดยดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนน โครงสร้างแบ่งตามกิจกรรมการผลิต ไตรมาสที่ 1 ปี 2568 เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.7 (YoY) เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2567 เป็นการสูงขึ้นของค่าบริการขนส่งในเกือบทุกหมวดสินค้า โดยหมวดผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม สูงขึ้นร้อยละ 3.0 จากการสูงขึ้นของค่าบริการขนส่งสินค้ากลุ่มที่สำคัญ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ สิ่งทอ ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นปิโตรเลียม อุปกรณ์ไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมอื่น ๆ หมวดผลิตภัณฑ์จากเหมือง สูงขึ้นร้อยละ 1.1 จากการสูงขึ้น ของค่าบริการขนส่งสินค้ากลุ่มถ่านหินและลิกไนต์ และปิโตรเลียมดิบและก๊าซธรรมชาติ และหมวดผลิตภัณฑ์เกษตรกรรมและการประมง สูงขึ้นร้อยละ 0.3 จากการสูงขึ้นของค่าบริการขนส่งสินค้ากลุ่มผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร

ดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนน โครงสร้างแบ่งตามประเภทรถ ไตรมาสที่ 1 ปี 2568 เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.7 (YOY) เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2567 เป็นการสูงขึ้นเกือบทุกประเภทรถที่บริการขนส่งสินค้า ได้แก่ รถบรรทุกวัสดุอันตราย สูงขึ้นร้อยละ 3.3 รถบรรทุกของเหลว สูงขึ้นร้อยละ 2.2 รถตู้บรรทุก สูงขึ้นร้อยละ 2.1 รถกระบะบรรทุก สูงขึ้นร้อยละ 1.7 รถบรรทุกเฉพาะกิจ สูงขึ้นร้อยละ 1.6 และรถพ่วง สูงขึ้นร้อยละ 1.1 สำหรับดัชนีค่าบริการขนส่งโดยรถกึ่งพ่วงบรรทุกวัสดุยาวราคาโดยเฉลี่ยไม่เปลี่ยนแปลง

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนน ไตรมาสที่ 1 ปี 2568 ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากไตรมาสที่ผ่านมา ยังคงเป็นเรื่องของต้นทุนที่ยังทรงตัวในระดับสูง ทั้งราคาน้ำมันดีเซล และการขาดแคลนแรงงาน นอกจากนี้ กิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งการส่งออกและการท่องเที่ยวที่ขยายตัวต่อเนื่อง รวมทั้งการเติบโตของธุรกิจการค้าออนไลน์ ทำให้ความต้องการและปริมาณการขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้น

สำหรับแนวโน้มดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนน ไตรมาสที่ 2 ปี 2568 คาดว่าจะปรับลดลงเล็กน้อย โดยมีปัจจัยสำคัญจากการลดลงของราคาน้ำมันดีเซล ซึ่งเป็นต้นทุนหลักด้านการขนส่งของผู้ประกอบการ เนื่องจากคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ได้กำหนดแนวทางการดูแลราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศให้สอดรับกับสถานการณ์และความเหมาะสม มีมติปรับลดอัตราเงินส่งเข้ากองทุน น้ำมันเชื้อเพลิง ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันลดลงรวม 1 บาท ภายในเดือนเมษายน 2568 ประกอบกับการแข่งขันของธุรกิจขนส่งมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้นจากจำนวนผู้ประกอบการที่เพิ่มขึ้นอาจส่งผลให้เกิดการแข่งขัน

นายพูนพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในระยะต่อไปคาดว่าปริมาณขนส่งสินค้าทางถนนจะขยายตัวจากเศรษฐกิจไทยที่มีแนวโน้มฟื้นตัว รวมกับการเติบโตของภาคการท่องเที่ยวและการส่งออก ส่งผลให้ความต้องการขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้นทั้งสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าขั้นกลาง วัตถุดิบในภาคการผลิต วัสดุก่อสร้าง และสินค้าอุตสาหกรรม ตลอดจนการเติบโตของเศรษฐกิจประเทศเพื่อนบ้าน จะช่วยหนุนความต้องการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดนระหว่างไทยและประเทศเพื่อนบ้าน อย่างไรก็ตาม แม้ปริมาณการขนส่งโดยรวมอาจจะเพิ่มขึ้น แต่คาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อราคาค่าขนส่ง เนื่องจากต้นทุนหลายปัจจัยเริ่มลดลง อาทิ ราคาน้ำมันในตลาดโลก อัตราดอกเบี้ยที่ทยอยปรับลดลง และภาครัฐมีนโยบายช่วยเหลือด้านราคาพลังงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์จะยังคงติดตามสถานการณ์ด้านค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนนอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินผลกระทบต่อผู้บริโภคและภาคธุรกิจอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งศึกษามาตรการที่เหมาะสมในการสนับสนุนผู้ประกอบการและรักษาเสถียรภาพด้านราคาในระยะยาวต่อไป.-516-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...