โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จดไปใช้กัน! แชร์เคล็ดลับฝึกภาษาอังกฤษ ฉบับ 6 ไอดอล T-POP สายอินเตอร์

Dek-D.com

อัพเดต 21 ก.พ. 2568 เวลา 09.29 น. • เผยแพร่ 20 ก.พ. 2568 เวลา 23.00 น. • DEK-D.com
รวม Tips & Trick อัปสกิลภาษารวมถึงการพัฒนาสกิลต่างๆ จากเหล่านักแสดงและไอดอล T-POP

สวัสดีน้องๆ ชาว Dek-D ทุกคนค่าไหนมีใครกำลังเรียนหรือฝึกภาษาด้วยตัวเองอยู่ไหมคะ น้องๆ มาถูกที่แล้วล่ะค่ะ! เพราะวันนี้พี่แอลและ English Issuesได้รวบรวม Tips & Trick อัปสกิลภาษารวมถึงการพัฒนาสกิลต่างๆ จากเหล่านักแสดงและไอดอลT-POPแห่งยุคมาให้น้องๆ ได้จดเก็บไว้ใช้ตามกันแบบจุกๆ บอกเลยว่านำไปปรับใช้ได้กับทุกภาษาแน่นอนค่ะ ถ้าอยากรู้แล้วว่าจะมีไอดอล & นักแสดงคนไหนบ้าง ก็ตามมาดูกันได้เล้ยย~

_

‘มาร์คคริส’ หนุ่มบ้อกแบ้ก

All rounder จากวง ‘BUS’

รอบก่อนพี่แอลได้พาน้องๆ เปิดวาร์ปโรงเรียน Asheville Schoolของเจ้าของเสียงละมุนแห่งวงการ TPOP อย่างหนุ่ม ‘มาร์คคริส’เคยเรียนตอนอยู่อเมริกา ซึ่งแน่นอนว่าการจะไปเรียนต่อในประเทศที่เป็น English speakers จะต้องมีสกิลภาษาอังกฤษที่เป๊ะมากๆ ว่าแล้วเราตามมาดูทริกของมาร์คคริสกันดีกว่า~

ด้วยความที่มาร์คริสนั้นเป็น All rounder ทั้งร้องก็ดี เต้นก็เก่ง เรียนก็เริด หลายคนคงสงสัยใช่ไหมล่ะคะว่าคนที่เก่งขนาดนี้เขามีแนวคิดด้านการเรียนยังไงบ้าง ซึ่งเจ้าตัวก็ได้ออกมาเล่าในรายการ ‘คำนี้ดี’ไว้เรียบร้อยแล้วค่ะ โดยมาร์คก็ได้กล่าวไว้ว่า “มาร์ครู้สึกว่าตัวมาร์คเป็นคนขี้เกียจ, I’d always find a shortcuts”“But something there’s no shortcut”ซึ่งสื่อได้ว่าบางอย่างเราก็ต้องใช้เวลาที่จะเรียนรู้กับมัน เพราะไม่ใช่ทุกเรื่องจะมีสูตรลัดอยู่เสมอ และมาร์คยังบอกอีกด้วยว่า “I don’t think I’ll ever be good enough to stop.” “I always think that there’s always room for improvement.”หรือที่แปลออกมาประมาณว่า “ผมไม่คิดว่าผมเก่งพอที่จะหยุดเรียนรู้ได้”“ผมคิดตลอดว่ายังมีอีกหลายอย่างที่สามารถพัฒนาได้อีก” ซึ่งมาร์คก็แสดงให้เราได้เห็นอยู่ตลอด ตั้งแต่ก่อนเดบิวต์จนถึงปัจจุบัน (สมกับเป็นไอดอลขวัญใจของน้องๆ บีอัสจริงๆ ค่า)

น้องๆ สามารถนำแนวคิดดีๆ จากมาร์คคริสไปปรับใช้การเรียนภาษาได้เลย แม้ว่าตอนนี้เราอาจจะยังเก่งไม่พอ แต่ก็สามารถค่อยๆ พัฒนาตัวเองได้อยู่เสมอนะ อย่าเพิ่งท้อ!

_

‘อลัน’ หนุ่มตี๋อินเตอร์

ดีกรีลีดเดอร์แห่งวง ‘BUS’

มาต่อกับอีกหนึ่งสมาชิกจากวง ‘BUS’อย่าง ‘อลัน’ซึ่งคนนี้โพรไฟล์เขาก็จึ้งไม่แพ้ใครเลยค่ะ ทั้งไปเรียนสิงคโปร์มา 3 ปี และยังเป็นติวเตอร์ให้น้องๆ ที่อยากไปเรียนต่อสิงคโปร์อีกด้วย เห็นเก่งขนาดนี้พี่อลันของเราก็มีมุมที่ต้องสู้ชีวิตอยู่เหมือนกันค่ะ โดยเจ้าตัวได้เล่าไว้ในรายการ ‘May I talk to you?’ว่าในช่วง 2 อาทิตย์แรกของการมาเรียน พี่เขา Homesick หนักมากก พอได้เจอสังคมใหม่ๆ ก็ต้องพยายามปรับตัวเข้ากับเพื่อนๆ ให้ได้ ถึงแม้ว่าจะมีพื้นฐานภาษาอังกฤษไปบ้าง แต่ที่สิงคโปร์ก็ยังมีวิธีการพูดและสแลงที่ยังไม่เข้าใจ ตอนนั้นพี่อลันเลยใช้วิธี ‘ฟังเยอะๆ’ ‘ถามเยอะๆ’พอปรับตัวได้ก็เริ่มสนุก

แน่นอนว่าการเริ่มต้นนั้นอาจจะยาก แต่เจ้าตัวยังได้บอก Trick ในการเข้าหาเพื่อนและชวนเพื่อนคุยครั้งแรกไว้ด้วย โดยจะใช้โอกาส เช่น ตอนไปทานข้าวก็จะถามเพื่อนว่า กินร้านไหนดี ปกติชอบกินเมนูไหน เป็นการเปิดบทสนทนาให้สามารถพูดคุยต่อได้นั่นเองค่ะ

ในการสัมภาษณ์อลันยังได้ตอบคำถามเกี่ยวกับตอน *Gap Yearโดยได้เล่าว่าช่วงนั้นได้ไปลองทำหลายอย่างเลย ไม่ว่าจะเป็นติวเตอร์ ทำงานเบื้องหลัง ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่มีผลต่อการเลือกสายการเรียนของเจ้าตัวเลยล่ะค่ะ แต่ในช่วงนั้นอลันเองก็มีความรู้สึกว่า “เพื่อนๆ ขึ้นปีหนึ่งแล้ว แต่ผมยัง Gap Year อยู่เลย” ซึ่งพี่อลันก็มีมุมมองเกี่ยวกับเรื่องนี้ดีมากๆ เลยค่ะ โดยได้บอกว่า

“ทุกๆ คนมีเส้นทางของตัวเอง Our time is difference. We don’t have to start at the same time. ถึงแม้ว่าจะอายุเท่ากันก็ตาม ผมเอาเวลาที่ผมว่างไป explore โลก explore ตัวเอง ให้รู้จักตัวเองมากๆ ก่อน ว่าจริงๆ ผมชอบอะไร ผมอยากจะทำอะไร”

เชื่อว่ามุมมองของพี่อลันจะสามารถช่วยเป็นแรงบันดาลใขให้กับน้องๆ หลายคนที่มีความคิดอยาก Gap Year หรือ กำลังสับสนอยู่ไม่มากก็น้อยแน่นอนค่ะ

*Note:Gap Year คือการพักเบรกจากการเรียนหรือทำงานชั่วคราว ประมาณ 1 ปี (หรือน้อยกว่านั้น) เพื่อทำกิจกรรมอื่น ๆ ที่ช่วยเพิ่มประสบการณ์ชีวิต เช่น การท่องเที่ยว การทำงานพาร์ตไทม์ การฝึกงาน หรือการเข้าร่วมโครงการอาสาสมัคร หลายคนเลือกใช้ Gap year เพื่อค้นหาตัวเอง พัฒนาทักษะใหม่ ๆ หรือเตรียมตัวก่อนเข้ามหาวิทยาลัยหรือเริ่มทำงานจริง

ก่อนจบรายการพี่อลันของเราก็ยังได้ทิ้งท้ายข้อคิดดีๆ

ที่ Inspire จากพี่ย้ง มาฝากถึงน้องๆ ทุกคนอีกด้วยค่ะ

“I want you guys to go out and explore the world, try everything you wanna try, go all in on everything. So, at the end of the day you know whether this is you, or you enjoy this, or it’s not you. Even if it’s not you, it’s not a waste of time because you get to know yourself better at the end of the day. So, keep fighting, guys! All the best.”

(ผมอยากให้ทุกคนออกไปสำรวจโลกกว้าง ลองทุกอย่างที่อยากลอง เต็มที่กับทุกอย่าง ท้ายที่สุดแล้ว จะได้รู้ว่าใช่ตัวเราไหม เราชอบมันหรือเปล่า หรือไม่ใช่ตัวเรา เพราะเราจะได้รู้จักตัวเองดีขึ้นอยู่ดี สู้ๆ ครับทุกคน โชคดีครับ)

_

โตไปฉันจะเก่งแบบ ‘กร’ PROXIE

ขวัญใจของชาว USER someday~

ถ้าให้เราพูดถึงไอดอลด้านการเรียนในแวดวง T-POP บอกเลยว่าไม่พูดถึงไม่ได้เลยค่ะกับ ‘กร วรรณไพโรจน์’แห่งวง ‘PROXIE’ดีกรีนักเรียนแพทย์จากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เก่งขนาดนี้น้องๆ รู้ไหมคะว่าตอนเด็กๆ กรก็เคยเป็นเด็กหลังห้องซนๆ มาก่อน โดยเจ้าตัวได้ออกมาเล่าในรายการ‘คำนี้ดี’ไว้ว่า “ตอนเด็กๆ กรก็เคยเป็นเด็กซนๆ นั่งหลังห้อง และพูดตามตรงว่ากรชอบทำกิจกรรมมากกว่าตั้งใจเรียนในห้องเรียน” แต่ถึงจะซนก็มีความฝันและแรงบันดาลใจในการเป็นหมอ จนปัจจุบันกรก็ได้เป็นนักเรียนแพทย์ชั้นปีที่ 4 แล้ว เรียกได้ว่าทำตามความฝันมาตลอด เก่งมากจริงๆ ค่ะ

ในรายการกรก็ได้โชว์สกิลภาษาอังกฤษที่เรียกได้ว่า Fluent สุดๆ และได้มี Tips การฝึกภาษาฉบับกรมาฝากอีกด้วย โดยได้บอกว่า “เพื่อที่จะเรียนรู้ภาษา กรคิดว่าเราต้องทำให้ตัวเองอยู่ในสถานการณ์ที่เราสามารถใช้ภาษาได้ทุกวัน” “ทุกวันนี้เรามีเทคโนโลยี และเรามีทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในอินเตอร์เน็ต เราสามารถเข้าถึงสื่อการสอนภาษาอังกฤษจากตรงนั้นได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็น podcast ภาพยนตร์ รายการต่างๆ และถ้าเราจับคู่กับสิ่งที่เราชอบมันก็จะทำให้เราเรียนรู้ได้ง่ายขึ้นด้วยเช่นกัน”

และยังได้เล่าว่า ตอนกรเข้าเรียนที่โรงเรียนนานาชาติ กรเองก็ไม่สามารถคุยกับคนอื่นได้เลย เพราะกำแพงภาษา และก็ขี้อายด้วย “แต่กรคิดว่าสิ่งสำคัญคือการเริ่มทำบางสิ่งบางอย่าง เริ่มจากสิ่งเล็กๆ น้อยๆ เพื่อก้าวออกจาก Comfort Zone ของตัวเอง”เช่น ถ้ากังวลที่จะพูดภาษาอังกฤษ ให้เราหาคนที่สามารถพูดคุยได้อย่างสบายใจก่อน อย่างของกรก็ใช้เวลาเกือบปีเลย ในช่วง Grade 9 ก็พอพูดได้แต่ไม่ถึงกับคล่อง แต่กรรู้สึกว่าก้าวที่ใหญ่ของกรคือตอนที่เตรียมตัวสอบ IELTS

หนุ่มกรเคยให้สัมภาษณ์กับ Dek-D TCAS IDOL

และได้แชร์ Tips การเตรียมตัวสอบ IELTS - SAT Subject ไว้ด้วยค่ะ

กรเลือกติว เลือกสอบ IELTS ก่อน เพราะว่าเรียนนานาชาติมา คิดว่าน่าจะถนัดมากกว่า และน่าจะเก็บคะแนนได้ง่ายกว่า จากนั้นเริ่มไปเรียน SAT Subject 3 วิชาหลัก (ชีววิทยา คณิตศาสตร์ เคมี ) ที่ต้องใช้ทีละตัว กรจะดูคะแนนขั้นต่ำว่าแต่ละวิชากำหนดไว้เท่าไหร่ แล้วพยายามเรียนเนื้อหาก่อน เสร็จแล้วถึงนั่งทำโจทย์ กรเองก็มีไปเรียนพิเศษ ติวสอบหลายที่ มีทั้งที่เวิร์คและไม่เวิร์ค แต่สุดท้ายก็เจอที่ที่นึงที่เหมาะกับกรมากที่สุดก็คือที่ที่เน้นการตะลุยโจทย์เยอะมากๆ เลยตะลุยโจทย์ไปเรื่อยๆ จนกว่าคะแนนเฉลี่ยจะพอผ่านเกณฑ์ เพื่อให้มั่นใจในห้องสอบจริง คือ พวกข้อสอบ Standardized test (แบบทดสอบมาตรฐาน) แบบนี้ การคุ้นชินกับสไตล์ของโจทย์ค่อนข้างที่จะสำคัญ ข้อสอบจะออกเป็นแนวไหน ออกอะไรบ้าง choice (ตัวเลือก) เป็นยังไง

_

‘เอินเอิน ฟาติมา’

นักแสดง New Gen มากความสามารถ

มาต่อกับนักร้อง & นักแสดงสาวที่มาแรงสุดๆ ในช่วงนี้กับ ‘เอินเอิน ฟาติมา’ที่ล่าสุดได้รับบท ‘พี่แอน’ จากเรื่อง FLAT Girls (แฟลตเกิร์ล ชั้นห่างระหว่าง เ ร า) ภาพยนตร์ Drama Coming of Age ที่เพิ่งเข้าฉายไปหมาดๆ ซึ่งล่าสุดเจ้าตัวก็ได้มาออกเราการ‘คำนี้ดี’และได้เล่าประสบการณ์เรียนต่อต่างประเทศสนุกๆ รวมถึงแทรกเคล็ดลับการฝึกภาษาให้เราได้ฟังกัน โดยเรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อเอินเอินไปเรียนต่อประเทศอินเดียตอนอายุ 12 ที่ Good Shepherd International School เจ้าตัวได้บอกว่า “วันแรกที่ไปเรียนหนูไม่เข้าใจภาษาอังกฤษเลย ไม่ได้คุยกับใครเลยค่ะ” แถมยังมีเพื่อนพูดใส่ว่า “ถ้ามันจะลำบากขนาดนี้ ทำไมที่บ้านต้องส่งมาเรียนด้วย กลับประเทศไปดีกว่าไหม”ซึ่งถึงแม้จะฟังดูใจร้ายมาก แต่เอินเอินก็ขอบคุณคนๆ นั้นมากค่ะ เพราะถ้าเขาไม่พูดแบบนั้นเอินก็คงไม่ได้อยู่ในจุดนี้ ที่พูดภาษาอังกฤษได้

และครั้งแรกของการสอบที่อินเดียเอินเอินได้ที่เกือบสุดท้าย รู้สึกแย่มากๆ และในสมัยนั้นยังไม่ค่อยมีเทคโนโลยี ยังไม่มีโทรศัพท์ ไม่มี Google Translate ต้องใช้พจนานุกรมกับสมุดโน้ต “แล้วก็เรียนรู้จากเพื่อนๆ เอา ถ้าเพื่อนพูดคำไหนที่เราไม่รู้ ก็จะถามเขา แล้วก็จำเอาไว้ ก่อนนอนก็จะท่องศัพท์ทุกคืนซึ่งช่วยได้มาก”ถึงแม้จะไม่ได้เป๊ะมากแต่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ภายในสองเดือน (แล้วที่น่ารักคือเอินเอินได้สำเนียงอินเดียมาจากเพื่อนๆ ด้วยค่ะ)

และก่อนจบรายการในช่วงคำนี้ดี เอินเอินได้เลือกประโยค “Do not give up”พร้อมแง่มุมดีๆ ที่ได้จากพ่อแม่ของเอินเอินว่า “ถ้าทำอะไรด้วยความสุขและต่อให้มันไม่สำเร็จ ก็อย่าล้มเลิกเด็ดขาดนะ ทำในสิ่งที่อยากทำต่อไป” ซึ่งเป็นประโยคที่เมื่อเรานำไปปรับใช้ได้ทุกสถานการณ์จริงๆ ค่ะ

เอินเอิน และ แฟร์รี่ นักแสดงนำจาก FLAT GIRLS

ยังให้ข้อคิดดีๆ กับบทสัมภาษณ์ใน Dek-D Podcast ไว้ด้วย

“อยากให้ทุกคนมาเห็นการเติบโตของคนสองคนที่โตเป็นคนละทางกันเลย อยากให้น้องๆ มาเห็นการตัดสินใจที่ต่างกันของสองคนนี้ เช่นการไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ ของตัวพี่แอนเอง ที่เป็นตัวละครที่ได้รับโอกาสน้อยมาก มีข้อจำกัด ไม่ได้มีโอกาสแบบเรา อยากให้มาเห็นว่า ถ้าน้องๆ มีโอกาสมากกว่าตัวพี่แอน มีคนมาส่งเสริมเค้าแล้ว น้องๆ อาจจะมีไฟมากขึ้น สู้อีกนิดนึง เราก็อาจจะได้มันแล้ว”

_

เก่งรอบด้านฉบับ ‘แฮนน่า’

สาวผมทองแห่งวง 4EVE

มาถึงสาวเสียงเพราะลูกครึ่งอเมริกัน-ลาว อย่าง ‘แฮนน่า โรสเซ็นบรูม’เกิร์ลกรุปตัวแม่ตัวมัมแห่งวง 4EVE นอกจากจะเป็นที่รู้จักในฐานะนักร้องแล้ว แฮนน่าก็ยังเป็นนักแสดงที่มีความสามารถมากเลยทีเดียว โดยเธอได้รับบทนำในภาพยนตร์สยองขวัญของลาวเรื่อง ‘The Signal’และได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล ‘นักแสดงหน้าใหม่ยอดเยี่ยม’ จากเทศกาลภาพยนตร์เซี่ยงไฮ้อีกด้วย และเมื่อเดือนธันว่าคม ปี 2024 ที่ผ่านมาแฮนน่าก็ได้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะนิเทศศาสตร์ สาขาวิชาการผลิตอีเวนต์และจัดการนิทรรศการและการประชุม มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และได้เข้าพิธีประสาทปริญญาบัตรไปเป็นที่เรียบร้อย นี่แหละๆๆ ทั้งสวย ทั้งเก่ง สมกับเป็นขวัญใจของฟอร์อาย ><

และถ้าถามถึงสกิลภาษาบอกเลยว่าแฮนน่าก็เริดไม่แพ้กัน โดยแฮนน่าเคยไปออกรายการ ‘AIM HOUR’และได้โชว์สกิลภาษาอังกฤษผ่านการสัมภาษณ์ เล่าเรื่องราวการเดินทางตามความฝัน ชีวิตหลังเป็น 4EVE และเล่นเกมเป็นภาษาอังกฤษแบบจัดเต็ม 1 ชั่วโมง นอกจากนี้เจ้าตัวยังได้เล่าเหตุการณ์ที่ได้ใช้สกิลภาษาในการช่วยเหลือชาวต่างชาติในไทยอีกด้วยค่ะ

และแฮนน่ายังได้ทิ้งท้ายก่อนจบรายการว่า “มันดีนะถ้าคุณพูดภาษาอังกฤษได้ ยกตัวอย่างเช่นวันหนึ่งหากคุณไปต่างประเทศแล้วเกิดอะไรขึ้นคุณจะสามารถขอความช่วยเหลือได้ เพราะภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางที่ใครๆ ก็พูดได้ คุณจะสามารถสื่อสารกับใครก็ได้” “อย่ากลัวที่จะพูดภาษาอังกฤษ ไม่ว่าสำเนียงคุณจะดีหรือไม่ดี แค่ลองดู”

เป็นการจบรายการที่ได้ทั้งความสนุก ได้ข้อคิด รวมถึงแรงบันดาลใจในการฝึกภาษาจริงๆ ค่ะ

นอกจากนี้สาวๆ 4EVE ยังได้ร่วมงานกับ 88rising ค่ายเพลงระดับโลกกับซิงเกิลเพลงสากลอย่าง BOYS LOVE GIRLS และความปังยังไม่หยุดแค่นั้น! เพราะว่าล่าสุดสาวๆ 4EVE เตรียมโกอินเตอร์ที่ LA มีรายชื่ออยู่ใน Line-up ศิลปินที่จะร่วมแสดงในคอนเสิร์ต Head In The Clouds 2025 เทศกาลดนตรีสุดยิ่งใหญ่ของ 88rising ซึ่งเวทีนี้มีศิลปินดังๆ เยอะมากกกก เช่น G-Dragon, 2NE1, DPR IAN, MILLI, Rich Brian, Yung Kai และอีกเพียบ เรียกว่าเป็นเกิร์ลกรุป T-POP วงแรก และเป็นความภูมิใจของคนไทยจริงๆ ค่า ><

_

เก่งภาษาแบบ ‘บิวกิ้น’

พี่ป.โท จากลอนดอน (aka Mr.เดวิด อียอร์)

ขอปิดท้ายด้วยพี่นักเรียนป.โท UCL คนเก่งของเรา อย่างที่รู้กันว่าสกิลภาษาอังกฤษของ ‘บิวกิ้น’ปังมากก อดสงสัยไม่ได้ว่าเก่งขนาดนี้เขามี Tips ในการฝึกภาษายังไงบ้างนะ ซึ่งเมื่อปีที่แล้วบิวกิ้นก็ได้ไปร่วมสัมภาษณ์ในรายการ ‘คำนี้ดี’เกี่ยวกับมุมมองชีวิตที่เปลี่ยนไป อัปเดตผลงานใหม่ รวมไปถึงวิธีฝึกภาษาฉบับบิวกิ้นด้วยค่ะ บอกเลยว่าทั้งแฟนไทย แฟนต่างชาติก็พากันชมว่าภาษาอังกฤษของบิวกิ้นดีมากก

และสำหรับเคล็ดลับฝึกภาษาของบิวกิ้นที่หลายๆ คนสงสัยนั้น เจ้าตัวได้บอกไว้ว่า “สิ่งที่ได้ผลในการเรียนภาษาสำหรับบิวกิ้นคือการไปเรียนซัมเมอร์ที่ต่างประเทศ”โดยเจ้าตัวได้ไปมาทั้ง UK และ USA

“ตอนที่พัฒนาขึ้นจริงๆ คือตอนที่ต้องเอาตัวรอด อยู่ในสถานการณ์ที่จำเป็นต้องพูด เราจะโดนบังคับให้เก่งขึ้นเอง”ซึ่งพูดได้ว่าเป็นการพาตัวเองไปอยู่ในที่ที่ใช้ภาษานั้นนั่นเองค่ะ

ในช่วง ‘คำนี้ดี’ของรายการบิวกิ้นก็ได้เลือกคำศัพท์มา 2 คำด้วยกันนั่นก็คือ Passionate (หลงใหล)และ Sincere (จริงใจ)ซึ่งบิวกิ้นก็ได้โยงคำศัพท์ 2 คำนี้ไปถึงมุมมองในการทำงาน โดยเจ้าตัวได้กล่าวว่า “เพราะเป็นศิลปินด้วยแล้ว ทุกงานที่เราทำ คนสัมผัสได้ถึงผลงานที่ออกมานะ ถ้าเราจริงใจ และมีความหลงใหลกับมัน ใส่สุดเต็มร้อยรึเปล่า”บิวกิ้นเลยบอกว่า “จึงต้องหาที่ของตัวเองให้เจอ งานที่สบายใจจะทำ มีความสุขที่จะทำ และมี Passion แล้วมันจะดึงศักยภาพของคุณออกมาเต็มร้อยในผลงานของคุณเอง”

เชื่อว่าหลายๆ คนพอดูคลิปนี้แล้วคงได้ข้อคิดและแรงบันดาลใจดีๆ มากมายจากพี่นักเรียนป.โทคนนี้แน่นอนค่ะ

ขอปิดท้ายด้วยข้อคิดดีๆ ของพี่บิวกิ้น

ที่เคยให้สัมภาษณ์กับ Dek-D TCAS IDOL เกี่ยวกับเทคนิคการเรียน

“ผมว่าแค่เรียนรู้ ศึกษาและทำความเข้าใจมันให้มากที่สุด สุดท้ายเราจะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเองครับ อีกอย่างยิ่งเรารู้เยอะ เรายิ่งตัดสินใจได้ดีนะ เรียนรู้ให้เยอะ เลือกสิ่งที่ดีที่มันไปกับตัวเองได้ครับ บางอย่างเราอาจจะชอบแต่ว่าเราไม่ได้ทำมันได้ดี สุดท้ายเราอาจจะต้องเลือกสิ่งที่ทำได้ดีก็ได้นะ หรือรู้สึกว่าถ้าเราชอบ แล้วอยากจะทำ เราก็อาจจะเลือกสิ่งที่ชอบก็ได้”

……………

พูดได้เลยว่าคำแนะนำของแต่ละคนนั้นเป็นแรงบันดาลใจได้อย่างดีจริงๆ สมกับเป็นไอดอล T-POP ขวัญใจของใครหลายคน ไหนๆ มีใครชอบคนไหนเป็นพิเศษบ้างไหมคะ? (ส่วนพี่ชอบทุกคนเลยค่า 5555) และสำหรับใครที่อยากตามไปดูไอดอลคนอื่นๆ ในรายการสัมภาษณ์ภาษาอังกฤษแบบนี้ล่ะก็สามารถไปดูได้ที่ช่อง THE STANDARD knd (คำนี้ดี), We Mahidolและ AIM HOUR by TODAYรวมถึงติดตาม Dek-D TCAS IDOLได้เลยค่า และคราวหน้า English Issuesจะกลับมากับคอนเทนต์เกี่ยวกับภาษาอังกฤษรูปแบบไหนอีกก็อย่าลืมติดตามกันด้วยน้า~

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...