โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คลัง เตรียมจัดงบ 5 แสนลบ. กระตุ้นเศรษฐกิจ-พยุงจีดีพี ยอมรับหนี้สาธารณะอาจเพิ่มขึ้นอีก 3%

efinanceThai

เผยแพร่ 24 เม.ย. 2568 เวลา 01.32 น.

คลัง เตรียมจัดงบ 5 แสนลบ. กระตุ้นเศรษฐกิจ-พยุงจีดีพี ยอมรับหนี้สาธารณะอาจเพิ่มขึ้นอีก 3%

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -24 เม.ย. 68 8:32: น.

คลัง เตรียมอัดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 500,000 ล้านบาท หนุนบริโภคในประเทศ-ลงทุน-ซอฟต์โลน พยุงจีดีพี รับมือสงครามการค้า ด้านปลัดคลัง ยอมรับหนี้สาธารณะอาจเพิ่มขึ้นอีก 3%

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกรณีที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปรับลดอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยในปีนี้ลงเหลือ 1.8% จากเดิมคาดที่ 2.9% ว่า มองว่าเป็นการประเมินในเบื้องต้นเท่านั้น โดยสถานการณ์ตอนนี้ยังไม่แน่นอน เปลี่ยนแปลงตลอด แต่ยอมรับว่า อาจมีผลกระทบบ้าง ซึ่งขณะนี้รัฐบาลได้ติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพร้อมออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อชดเชยจีดีพี และรักษาระดับการเติบโตของเศรษฐกิจในระดับเดิมให้ได้ด้วย

“ของจริงยังไม่รู้ปรับลดเท่านั้น คงเป็นการประเมินเบื้องต้น ส่วนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ จะต้องมีขนาดใหญ่พอที่จะทำให้เกิดแรงขับเคลื่อน โดยส่วนตัวมองว่าอาจจะต้องใช้เงินไม่ต่ำกว่า 500,000 ล้านบาท เน้นในประเทศ ทั้งการบริโภค และการลงทุน รวมถึงการออก ซอฟต์โลน”นายพิชัย กล่าว

ด้านนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวเพิ่มเติมว่า ยืนยันว่า ขณะนี้ฐานะการคลังของไทยยังเข้มแข็ง ส่วนกรณีที่จะมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ วงเงิน 500,000 ล้านบาทนั้น จะต้องพิจารณาก่อนว่าจะดำเนินการในส่วนไหน อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า สำหรับการกระตุ้นการบริโภคจะเกิดผลได้ไว แต่สำหรับการลงทุนเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องดำเนินการ ซึ่งถือเป็นการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ส่วนแหล่งเงินยังไม่สามารถสรุปได้ว่าจะเป็นการกู้หรือไม่

ขณะที่การขยายเพดานหนี้สาธารณะนั้น ยืนยันว่า ไม่ใช่สาระสำคัญ เพราะในหลายประเทศมีหนี้สาธารณะที่สูงถึง 80-100% ยังทำได้ สิ่งสำคัญ คือ หากกู้เงินมาแล้วจะมาทำอะไรบ้าง มีประโยชน์หรือไม่ รวมถึงดูความสามารถในการชำระคืน ซึ่งหากรัฐบาลเลือกการกู้เงิน 500,000 บาท ยอมรับว่า จะส่งผลกระทบทำให้หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นกว่า 3% โดยปัจจุบันหนี้สาธารณะต่อจีดีพีอยู่ที่ 64.21%

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ขณะนี้ยังเร็วไปที่จะประเมินตัวเลขผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปอะไรที่ชัดเจน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมข้อมูลที่จะไปเจรจา หลังจากนั้นจึงจะสามารถนำรายละเอียดมาใส่ในสมการเพื่อประเมินเป็นตัวเลขผลกระทบอีกครั้ง แต่รัฐบาลอยากให้ความมั่นใจว่าประเทศไทยมีทีมเจรจาที่ดี ซึ่งจะยึดประโยชน์ของประเทศ ของผู้ประกอบการ และของเกษตรกรเป็นหลัก

ทั้งนี้ ยอมรับว่าสุดท้ายจะต้องมีการทบทวนตัวเลขการเติบโตของเศรษฐกิจปี 68 ใหม่ทั้งหมด แม้ว่าขณะนี้จะมีการปรับประมาณการจากหลาย ๆ สำนักแล้ว แต่มองว่าเป็นการประเมินที่ยังมีตัวแปรที่ไม่รู้ค่าชัดเจนอีกค่อนข้างเยอะ ดังนั้นจึงอาจจะเป็นการประเมินที่มาจากการคาดการณ์ทั้งหมด โดยตามข้อเท็จจริงแล้วต้องเข้าใจว่าหากผลการเจรจากับสหรัฐฯ เรียบร้อยแล้ว จะต้องมีทั้งกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้ประโยชน์ และได้รับผลกระทบเชิงลบ ซึ่งหลังจากนั้นรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องมาพิจารณาว่าจะใช้กลไกอะไรในการเข้าไปช่วยบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นได้บ้าง

สำหรับประเด็นเรื่องการขยายเพดานหนี้สาธารณะเพื่อเตรียมความพร้อมรองรับผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ นั้น ยังไม่ได้มีข้อสรุปที่ชัดเจน ยังไม่ได้มีการพูดคุยในรายละเอียด แต่เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่าจากสถานการณ์โลกตอนนี้ ทุกคนต้องโดนผลกระทบกันหมด มีความเสี่ยงสูงถึงขั้นที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้ การขยายตัวทางเศรษฐกิจที่พลาดเป้าน่าจะเกิดขึ้นในหลาย ๆ จุดทั่วโลก แต่รัฐบาลก็ยังตั้งเป้าหมายในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตเหมือนเดิม โดยจำเป็นต้องหากลไกอื่น ๆ เข้มมาเติม เช่น การขับเคลื่อนผ่านการลงทุน ซึ่งตรงนี้ต้องมาดูในรายละเอียด และต้องพิจารณาเพื่อให้เกิดความเหมาะสมมากที่สุด

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง ระบุว่า เร็ว ๆ นี้กระทรวงการคลังจะหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อพิจารณาเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจจะเกิดจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ เช่น เรื่องตลาดพันธบัตร ตลาดทุน และสภาพคล่องต่าง ๆ รวมถึงหารือเรื่องการจัดเตรียมวงเงินสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือ ซอฟต์โลน เพื่อเตรียมพร้อมรองรับให้เอกชนที่อาจจะได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีในครั้งนี้

รายงาน โดย ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์ เรียบเรียง โดย จำเนียร พรทวีทรัพย์ อนุมัติ โดย อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...