ชาวบ้าน 7 จังหวัด จากชุมชนเขตพื้นที่ป่า-หมู่เกาะ ยื่นฟ้องศาลปกครองสูงสุด
ชาวบ้าน 7 จังหวัด จากชุมชนเขตพื้นที่ป่า-หมู่เกาะ ยื่นฟ้องศาลปกครองสูงสุด ขอให้เพิกถอน พ.ร.ฎ.ป่าอนุรักษ์ ที่กระทบต่อสิทธิชุมชน
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 11 ก.พ.2568 ชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาโครงการอนุรักษ์และดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติภายในอุทยานแห่งชาติตามมาตรา 64 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 พ.ศ.2567 และพระราชกฤษฎีกาโครงการอนุรักษ์และดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่าตามมาตรา 121 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 พ.ศ.2567
รวมทั้งประกาศและระเบียบของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชที่เกี่ยวข้อง จาก 25 ชุมชนในจังหวัดราชบุรี เพชรบุรี สตูล ตรัง พัทลุง สุราษฎร์ธานี และระยอง ซึ่งเป็นชุมชนที่อยู่ในพื้นที่
-อุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน
-อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน
-อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา
-อุทยานแห่งชาติเขาปู่-เขาย่า
-อุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็น
-อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด
-เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด
รวมตัวกันกว่า 150 คน ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองสูงสุดเพื่อขอให้เพิกถอนกฎหมายดังกล่าว และให้คณะรัฐมนตรีกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดำเนินการออกกฎหมายดังกล่าวใหม่โดยจัดให้มีการรับฟังความเห็นของชุมชนในทุกพื้นที่ โดยกฎหมายที่ร่างขึ้นใหม่ต้องไม่มีผลไปจำกัดสิทธิของชุมชนตามรัฐธรรมนูญ
การฟ้องคดีในครั้งนี้ ชุมชนผู้ฟ้องคดีทั้งหมดเห็นว่า การออกกฎหมายดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายและส่งผลกระทบต่อสิทธิชุมชนในประเด็นหลัก คือ
1.ความไม่ชอบด้วยกฎหมายในเรื่องกระบวนการขั้นตอนในการตราพระราชกฤษฎีกาทั้งสองฉบับที่ไม่ได้เปิดโอกาสให้ประชาชนที่เป็นผู้มีส่วนได้เสียมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น ซึ่งขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ
2.ความไม่ชอบด้วยกฎหมายในทางเนื้อหา เป็นการออกกฎหมายลำดับรองเกินกว่าที่พระราชบัญญัติซึ่งเป็นกฎหมายแม่ได้ให้อำนาจไว้ กล่าวคือ พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 มาตรา 64 และพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 มาตรา 121 เป็นบทบัญญัติที่อยู่ในบทเฉพาะกาลของพระราชบัญญัติทั้งสอง ที่ตราขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาประชาชนที่ไม่มีที่ทำกินซึ่งอยู่อาศัยหรือทำกินในเขตอุทยานหรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า
เนื่องจากกฎหมายทั้งสองมาตรานี้ถูกตราขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหากรณีประชาชนและชุมชนที่อาศัยหรือทำกินในพื้นที่อุทยานและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ดังนั้น การตรากฎหมายลำดับรองต้องดำเนินการให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย มุ่งรับรองสิทธิให้กับประชาชนและชุมชน
โดยไม่ไปจำกัดสิทธิของประชาชนและชุมชนอันจะนำไปสู่ปัญหาใหม่ ซึ่งขัดกับเจตนารมณ์ของบทบัญญัติทั้งสองมาตรานี้ ไม่ว่าจะเป็นการจำกัดสิทธิในการอยู่อาศัยหรือทำกินของประชาชนไว้เพียงคนละไม่เกิน 20 ไร่ หรือครัวเรือนละไม่เกิน 40 ไร่
การกำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ที่มีสิทธิอยู่อาศัยหรือทำกินในพื้นที่อุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าในลักษณะที่เป็นการจำกัดสิทธิและสร้างภาระแก่ประชาชนจนเกินสมควร กำหนดการสิ้นสุดการอยู่อาศัยหรือทำกินในพื้นที่โครงการในลักษณะที่จำกัดสิทธิของประชาชน และไม่สอดคล้องกับจารีตประเพณีของชุมชนท้องถิ่นในบางพื้นที่
ซึ่งมีผลเป็นการละเมิดสิทธิของประชาชนในบางพื้นที่โดยไม่มีการแยกแยะให้ชัดเจน ซึ่งอาจส่งผลกระทบให้เกิดการล่มสลายของชุมชนดั้งเดิมภายใน 20 ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับชนเผ่าพื้นเมือง เช่น ชนเผ่ากะเหรี่ยงที่อยู่อาศัยมาก่อนประกาศเขตป่าอาจจะต้องสูญสิ้นเผ่าพันธ์ไปหากพระราชกฤษฎีกาทั้งสองฉบับนี้ใช้บังคับต่อไป
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ชาวบ้าน 7 จังหวัด จากชุมชนเขตพื้นที่ป่า-หมู่เกาะ ยื่นฟ้องศาลปกครองสูงสุด
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th