“ไบเดน” จวก “ทรัมป์” เอาใจปูติน ปมกดดันยูเครนยอมยกดินแดน หวังยุติสงคราม
โจ ไบเดน เปิดฉากวิจารณ์รัฐบาลทรัมป์อย่างเผ็ดร้อน ระบุการกดดันให้ยูเครนยอมสละดินแดนให้รัสเซียภายใต้ข้อตกลงสันติภาพเท่ากับ “เอาใจเผด็จการ” อย่างวลาดิเมียร์ ปูติน
วันที่ 7 พฤษภาคม 2568 สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า โจ ไบเดน อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ ให้สัมภาษณ์กับ BBC เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ออกจากตำแหน่ง โดยวิจารณ์รัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์ ว่า กำลังกดดันยูเครนให้ยอมสละพื้นที่บางส่วนแก่รัสเซียภายใต้ข้อตกลงสันติภาพ ซึ่งเท่ากับเป็นการเอาใจผู้นำรัสเซีย วลาดิเมียร์ ปูติน
“นี่คือการเอาใจแบบยุคใหม่ (modern-day appeasement)” ไบเดนกล่าว พร้อมเปรียบเทียบกับนโยบายของยุโรปในทศวรรษ 1930 ที่ยอมยกดินแดนให้ นาซีเยอรมนี เพื่อหลีกเลี่ยงสงครามโลก โดยเสริมว่า “ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมบางคนคิดว่า ถ้าเรายอมให้เผด็จการใช้กำลังยึดพื้นที่ที่ไม่ใช่ของเขา แล้วนั่นจะทำให้เขาหยุด”
ไบเดนยังกล่าวปกป้องผลงานของตนเองในช่วงที่ดำรงตำแหน่ง โดยชี้ว่ารัฐบาลของเขาได้ให้การสนับสนุนยูเครนอย่างเต็มที่หลังรัสเซียเปิดฉากบุกเต็มรูปแบบในเดือนกุมภาพันธ์ 2565
“เราให้ทุกอย่างที่พวกเขาจำเป็นต้องมีเพื่อปกป้องเอกราชของตัวเอง” และเสริมว่า หากปูตินขยายปฏิบัติการเพิ่มเติม “เราก็เตรียมพร้อมจะตอบโต้ด้วยความแข็งกร้าวมากกว่านี้”
ขณะเดียวกันฝ่ายบริหารของทรัมป์กลับเผชิญความไม่พอใจมากขึ้นภายในทำเนียบขาว เนื่องจากไม่สามารถยุติสงครามในยูเครนได้ภายใน 100 วันแรกของการดำรงตำแหน่ง ตามที่เคยให้สัญญาไว้ระหว่างหาเสียง
รัฐบาลสหรัฐขู่จะถอนตัวจากการเจรจาสันติภาพหากไม่มีข้อตกลงเกิดขึ้นในเร็ววัน พร้อมเตือนว่าจะมีมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติมต่อรัสเซีย หากปูตินยังยืนยันข้อเรียกร้องขั้นสูง (maximalist demands) ในยูเครนก่อนยุติการสู้รบ
รัฐบาลทรัมป์ยังเสนอข้อตกลงสันติภาพที่พร้อมยอมรับการผนวกดินแดนไครเมียโดยรัสเซีย ซึ่งปูตินยึดมาจากยูเครนตั้งแต่ปี 2014 และจะแช่แข็งแนวรบไว้ตามสภาพปัจจุบัน ซึ่งหมายถึงการให้รัสเซียควบคุมพื้นที่บางส่วนของอีก 4 แคว้น ทางตะวันออกและใต้ของยูเครนที่กองทัพรัสเซียยึดไว้ได้บางส่วน
อ้างอิง : bloomberg.com