โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ใครคือ'จ้าวเล่อจี้'? และปริศนาการหายตัวไปของผู้ทรงอำนาจเบอร์ 3 ของจีน

The Better

อัพเดต 12 มี.ค. 2568 เวลา 08.15 น. • เผยแพร่ 12 มี.ค. 2568 เวลา 08.08 น. • THE BETTER

ในการปิดประชุม 'เหลียงฮุ่ย' (两会) หรือการประชุมสองสภาของจีนซึ่งเป็นการกำหนดทิศทางของประเทศประจำปี มีเหตุการณ์หนึ่งที่น่าสนใน นั่นคือการหายตัวไปของ 'จ้าวเล่อจี้' (赵乐际) ประธานคณะกรรมการประจำสภาประชาชนแห่งชาติ และสมาชิกลำดับที่ 3 ของคณะกรรมการประจำโปลิตบูโรของพรรคคอมมิวนิสต์จีน

อันดับหนึ่งของ 'กรมการเมือง' หรือโปลิตบูโรของพรรคคอมมิวนิสต์จีน คือ สีจิ้นผิง อันดับที่สองคือ หลี่เฉียง และอันดับที่สามคือ จ้าวเล่อจี้

การหายตัวไปของจ้าวเล่อจี้ส่งผลให้พิธีปิดการประชุมต้องดำเนินการโดยรองประธานสภานิติบัญญัติของประเทศ คือ หลี่หงจง (李鸿忠)

สื่อของรัฐบางจีนรายงานว่า จ้าวเล่อจี้ได้ยื่นคำร้องขอลาหยุดเนื่องจากติดเชื้อทางเดินหายใจเพื่อเข้าร่วมการประชุมปิดการประชุมเมื่อวานนี้

อย่างไรก็ตาม สื่อต่างประเทศต่างจับตาการหายตัวไปของ จ้าวเล่อจี้ แม้ว่าทางการจีนจะยันยันว่าเขาล้มป่วยก็ตาม อาจเป็นเพราะการเมืองภายในของจีนความเปลี่ยนแปลงที่คาดไม่ถึงอยู่บ่อยๆ ในระยะหลัง

เช่น ซ่งเหวินตี้ (宋文棣) นักวิเคราะห์การเมืองจีนจาก Global China Hub ของ Atlantic Council กล่าวกับสำนักข่าว rfi ของฝรั่งเศส ว่า “เรื่องนี้เกิดขึ้นได้ยากอย่างยิ่ง เป็นเรื่องผิดปกติอย่างยิ่งที่ประธานสภาประชาชนแห่งชาติจีนจะไม่เข้าร่วมการประชุมที่สำคัญที่สุดครั้งหนึ่งของปีนี้”

อย่างไรก็ตาม สถานี RTHK ของฮ่องกง รายงานว่า หม่าเฝิงกั๋ว (马逢国) หัวหน้าคณะผู้แทนฮ่องกงประจำสภาประชาชนแห่งชาติกล่าวว่า เขาไม่ทราบสถานการณ์ที่แน่ชัด แต่เปิดเผยว่าก่อนหน้านี้ จ้าวเล่อจี้ เคยขาดการประชุมคณะผู้บริหารมาแล้ว 2 ครั้ง โดยเชื่อว่านี่เป็นความพยายามอย่างเข้มงวดเพื่อหลีกเลี่ยงการแพร่ระบาดของไวรัส

มาถึงคำถามสำคัญก็คือ จ้าวเล่อจี้คือใคร? และเขาสำคัญอย่างไร?

จ้าวเล่อจี้ มีพื้นเพเป็นชาวมณฑลชิงไห่ และเข้าสู่เส้นทางอาชีพราชการ ในช่วงแรกๆ เขาเคยดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการมณฑลชิงไห่ รองเลขาธิการคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์แห่งมณฑลชิงไห่ เลขาธิการคณะกรรมการเทศบาลเมืองซีหนิง ผู้ว่าราชการมณฑลชิงไห่ เลขาธิการคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์แห่งมณฑลชิงไห่ และประธานคณะกรรมการถาวรของสภาประชาชนมณฑล ในเดือนมีนาคม 2007 เขาเคยดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์แห่งมณฑลส่านซี และได้รับเลือกให้เป็นประธานคณะกรรมการถาวรของสภาประชาชนมณฑลส่านซีในปีถัดมา ในเดือนพฤศจิกายน 2012 เขาได้รับเลือกเป็นสมาชิกของคณะกรรมการการเมืองกลางของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งมณฑลส่านซีชุดที่ 18 และเลขาธิการของสำนักเลขาธิการกลางในการประชุมใหญ่ครั้งแรกของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์แห่งมณฑลส่านซีชุดที่ 18 เข้าสู่ตำแหน่งผู้นำส่วนกลาง

จากนั้นจึงดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีฝ่ายจัดองค์กรของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์แห่งมณฑลส่านซี ในเดือนตุลาคม 2017 เขาได้รับเลือกเป็นสมาชิกคณะกรรมการประจำของกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนในการประชุมใหญ่ครั้งแรกของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน และได้รับเลือกเป็นเลขาธิการคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนด้านการตรวจสอบวินัยในการประชุมใหญ่ครั้งแรกของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนครั้งที่ 19 เพื่อตรวจสอบวินัย ในเดือนตุลาคม 2022 เขาได้รับการเลือกตั้งใหม่เป็นสมาชิกคณะกรรมการประจำของกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนครั้งที่ 20 และได้รับเลือกเป็นประธานคณะกรรมการประจำของสภาประชาชนแห่งชาติในปีถัดไป

สื่อตะวันตกมักรายงานว่า จ้าวเล่อจี้ มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ สีจิ้นผิง เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีน (หรือประธานาธิบดีจีน) และในชั้นของพ่อของ จ้าวเล่อจี้ ยังมีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับ สีจ้งสวิน บิดาของ สีจิ้นผิง อีกด้วย โดยที่ทั้ง สีจิ้นผิง และ จ้าวเล่อจี้ ต่างก็เป็นสมาชิกชั้นนำของพรรครุ่นที่สองที่รับช่วงต่อจากบิดาของเขาทั้งสองคน หรือ ที่มักเรียกกันอย่างไม่เป็นทางการว่า 'พรรครัชทายาท' หรือ 'ไท่จื่อต่าง' (太子党) หรือ 'แดงรุ่นสอง' (红二代) ซึ่งหมายถึงสมาชิกชั้นนำของพรรคอมมิวนิสต์รุ่นที่สองต่อจากรุ่นแรกที่เป็นผู้ก่อตั้งและมักเป็นรุ่นพ่อ

เมื่อปี 2020 สำนักข่าว rfa ซึ่งเป็นสื่อที่รับทุนจากรัฐบาลสหรัฐฯ มีรายงานเรื่อง “ความลึกลับของการผงาดขึ้นทางการเมืองของ 'แดงรุ่นสอง' ของชิงไห่ จ้าวเล่อจี้” สรุปสั้นๆ ก็คือ "ปัจจัยประการหนึ่งก็คือ ประวัติทางการเมืองของ จ้าวเล่อจี้ เดิมทีนั้นเป็ร "รุ่นอาวุโส" และปัจจัยประการที่สองก็คือ จ้าวเล่อจี้ ไม่เพียงแต่มี "ยีนสีแดง" เหมือนกับ สีจิ้นผิง เท่านั้น ไม่เพียงยังที่มีความน่าเชื่อถือทางการเมืองโดยกำเนิดด้วย แต่มิตรภาพปฏิวัติระหว่างพวกเขาสองคนยังสืบทอดมาจากพ่อของพวกเขาอีกด้วย"

และมีการเปิดเผยรายละเอียดความสัมพันธ์ตังแต่รุ่นพ่อของทั้งสองคนว่า "มิตรภาพอันปฏิวัติระหว่างบิดาของ จ้าวเล่อจี้ และบิดาของ สีจิ้นผิง ได้รับการเปิดเผยโดยสิ่งพิมพ์ทางการของพรรคคอมมิวนิสต์จีนในช่วงหลายปีนับตั้งแต่ สีจิ้นผิง ขึ้นมามีอำนาจ ตัวอย่างเช่น บุตรชายของ หลิวต้วนเฟิน หนึ่งในบอดี้การ์ดของ สีจ้งซวิน (习仲勋) บิดาของสีจิ้นผิงในมณฑลส่านซีตอนเหนือ ได้เน้นย้ำในบทความเรื่อง "ย้อนอดีตอันยาวนานกับผู้อาวุโสสี" 《往事悠悠忆习老》 ของเขาว่า "(บิดาของจ้าวเล่อจี้) ผู้อำนวยการจ้าวสี่หมิน (赵喜民) ก็เป็นสหายเก่าเช่นกัน เขาทำงานที่มหาวิทยาลัยปฏิวัติประชาชนภาคตะวันตกเฉียงเหนือในช่วงต้นของระบอบจีนใหม่ (ระบอบคอมมิวนิสต์) และเขายังเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาเก่าของผู้อาวุโสสี (บิดาของสีจิ้นผิง) ด้วย"
ที่ผ่านมา จ้าวเล่อจี้ เป็นแกนนำสำคัญในการเผยแพร่แนวคิดของ สีจิ้นผิง และยกย่องความสำคัญของ สีจิ้นผิง ตั้งแต่ช่วงหลายปีที่ผ่านมา และเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว จ้าวเล่อจี้ เพิ่งจะย้ำให้ต้องศึกษา ทำความเข้าใจ และปฏิบัติตามเจตนารมณ์ของคำปราศรัยสำคัญของ สีจิ้นผิง ในการประชุมฉลองครบรอบ 70 ปีการก่อตั้งสภาประชาชนแห่งชาติให้ถี่ถ้วน และต้องรักษา ปรับปรุง และดำเนินการระบบสภาประชาชนในจุดเริ่มต้นทางประวัติศาสตร์ใหม่

โดยทีมข่าวต่างประเทศ The Better

Photo - ประธานาธิบดีจีนสีจิ้นผิง (ขวา) และจ้าวเล่อจี้ ประธานคณะกรรมการประจำสภาประชาชนแห่งชาติ (NPC)เข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมปรึกษาการเมืองของประชาชนจีน (CPPCC) ณ มหาศาลาประชาชน กรุงปักกิ่ง เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2568 (ภาพโดย ADEK BERRY / AFP)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...