จับตา บางกอก แอสเซทฯ หรือ BKA เข้าเทรด mai พรุ่งนี้ ระดมทุนลุยแพลตฟอร์ม Prop Tech ขยายพอร์ตบ้านมือสองตกแต่งใหม่
ในวันพรุ่งนี้ (22 เม.ย. 68) บริษัท บางกอก แอสเซท อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BKAธุรกิจบริการซื้อ-ขายบ้านมือสองตกแต่งใหม่ กำลังจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) เป็นวันแรก ดังนั้นในโพสนี้ Wealthy Thaiขอพาแฟนเพจไปส่องควาน่าสนใจของ BKA อีกครั้ง ว่าทำไมถึงน่าจับตาในฐานะหุ้นใหม่ของกลุ่มอสังหาฯ ที่ไม่เหมือนใคร
ธุรกิจของ BKA แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลักๆ คือ
ธุรกิจบ้านแต่ง (บริการปรับปรุงบ้านมือสองเพื่อขาย) เจ้าของบ้านฝากขายกับบริษัท พร้อมให้ BKA ปรับปรุงซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพใหม่พร้อมขาย โดยมีบริการรับประกันงานซ่อมแซมและบริการหลังการขาย คิดเป็นสัดส่วนรายได้ 77.31% ของรายได้รวม
ธุรกิจบ้านฝาก (นายหน้าซื้อขายอสังหาริมทรัพย์) รับฝากขายบ้านมือสองในสภาพเดิม โดยคิดค่านายหน้าหลังจากปิดการขายได้ คิดเป็นสัดส่วนรายได้ 0.79%ของรายได้รวม
ธุรกิจบ้านตัด (ซื้อบ้านมือสองมาปรับปรุงเพื่อขาย) BKA ซื้อบ้านมือสองจากตลาดประมูลหรือเจ้าของโดยตรงมาทำการปรับปรุงเพื่อขาย โดยเน้นคัดเลือกทรัพย์ที่มีศักยภาพทำกำไร คิดเป็นสัดส่วนรายได้ 21.81%ของรายได้รวม
เทรนด์บ้านมือสองมาแรง
ปัจจุบันต้นทุนวัสดุก่อสร้างและราคาที่ดินที่พุ่งสูงขึ้น ทำให้บ้านใหม่ในโครงการมีราคาสูงขึ้นตามไปด้วย ส่งผลให้ผู้บริโภคจำนวนมากหันมาให้ความสนใจ บ้านมือสอง แทน โดยศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ หรือ REIC ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ระบุว่า ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2567 การโอนกรรมสิทธิ์บ้านแนวราบกว่า 71% เป็นบ้านมือสอง และคิดเป็นมูลค่า 52% ของตลาดรวม
อีกทั้งบ้านมือสองยังมีราคาถูกกว่าบ้านใหม่ในขนาดและทำเลที่ใกล้เคียงกัน โดยราคาเฉลี่ยการโอนกรรมสิทธิ์บ้านมือสองอยู่ที่ 2.16 ล้านบาท ขณะที่บ้านใหม่เฉลี่ยอยู่ที่ 4.87 ล้านบาท นอกจากนี้ เหตุการณ์แผ่นดินไหวในช่วงที่ผ่านมา ยังส่งผลให้ผู้บริโภคบางส่วนหันมาให้ความสนใจบ้านแนวราบแทนคอนโดฯ มากขึ้น ซึ่งบ้านมือสองก็ได้รับอานิสงส์เชิงบวกไปด้วย
แม้มีคู่แข่งมาก แต่ BKA ยังไม่มีคู่เทียบ
แม้ธุรกิจนายหน้าและรีโนเวทบ้านมือสองจะมีผู้เล่นในอุตสาหกรรมจำนวนมาก แต่ BKA ถือเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีระบบครบวงจร และมีจำนวนการขายทรัพย์ในมือระดับ 300-400 หลังต่อปี ซึ่งยังไม่มีผู้เล่นรายใดทำได้ในระดับเดียวกัน โดยเฉพาะในจังหวัดนนทบุรี ซึ่ง BKA มี Inventory มากเป็นพิเศษ ซึ่งถือเป็นจุดแข็งสำคัญที่ทำให้บริษัทแตกต่างจากคู่แข่งรายอื่นๆ
ลุย Prop Tech – ขยายพอร์ตบ้านแต่ง
การระดมทุนในครั้งนี้ BKA จะใช้ต่อยอดธุรกิจใน 2 ส่วนหลัก ซึ่งจะสร้างโอกาสการเติบโตในอนาคตให้กับบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่
ขยายพอร์ตบ้านแต่ง โดยเฉพาะทรัพย์สินรอการขาย (NPA) ที่ธนาคารและบริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) ปล่อยขาย ซึ่งเป็นบ้านมือสองที่มีศักยภาพปรับปรุงแล้วทำกำไรได้ดี
พัฒนาแพลตฟอร์ม Property Technology (Prop Tech) สร้าง Platform ตัวกลางในการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ โดยใช้ AI ช่วยจับคู่บ้านกับความต้องการของผู้ซื้อ และนำเทคโนโลยีระบบเสมือนจริง (Virtual Reality) มาใช้ เพื่อให้ผู้บริโภคเห็นบ้านเสมือนจริงก่อนตัดสินใจ เพิ่มโอกาสปิดการขายเร็วขึ้น
สำหรับผลประกอบการช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ในปี 2565 มีรายได้รวม 1,302.92 ล้านบาท กำไรสุทธิ 21.44 ล้านบาท, ปี 2566 มีรายได้รวม 1,313.59 ล้านบาท กำไรสุทธิ 22.27 ล้านบาท และปี 2567 มีรายได้รวม 1,142.46 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 36.82 ล้านบาท
ด้านนายพชร ธนวงศ์เกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอก แอสเซท อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือBKA เปิดเผยว่า บริษัทพร้อมนำหุ้นเข้าซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์ mai เป็นวันแรก ในวันพรุ่งนี้ (22 เม.ย. 68) ในกลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง ภายใต้ชื่อหลักทรัพย์ว่า “BKA” โดยบริษัทเชื่อมั่นว่าการเข้าซื้อขายในวันพรุ่งนี้ จะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน เนื่องจากพื้นฐานทางธุรกิจของ BKA เป็นผู้นำธุรกิจบริการซื้อ-ขายบ้านมือสองตกแต่งใหม่ ที่ได้การยอมรับจากกลุ่มลูกค้าอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ก้าวสู่ “การเป็นที่หนึ่งเรื่องบ้านมือสอง”
“การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวแรกสู่การเป็นบริษัทมหาชนอย่างเต็มตัว รวมถึงยังเป็นการสร้างโอกาสเติบโตให้กับบริษัททั้งฐานทุนที่เพิ่มขึ้น และการเพิ่มศักยภาพภาพลักษณ์องค์กร ให้เป็นที่น่าเชื่อถือและเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นด้วย ดังนั้นด้วยปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งทางธุรกิจ ประกอบกับทีมบริหารที่มีวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ธุรกิจที่ชัดเจน ยิ่งตอกย้ำว่า BKA มีโอกาสการเติบโตเพิ่มขึ้น จึงมองว่านักลงทุนที่ลงทุนไปพร้อมกับเราในวันนี้ก็จะเติบโตไปพร้อมๆ กับ BKA เช่นกัน และเพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุน ทางผู้ถือหุ้นใหญ่และผู้ก่อตั้งบริษัทพร้อมใจกัน Lock-Up ตามสัดส่วนการถือหุ้นรวมกัน 87% ของทุนชำระแล้วก่อน IPO หรือคิดเป็น 62.14% ของทุนชำระแล้วหลัง IPO เพื่อเป็นการยืนยันว่าวันที่หุ้นเข้าซื้อขายในกระดานเทรดวันแรกจะไม่มีการเทขายจากกลุ่มนี้ออกมาอย่างแน่นอน” นายพชร กล่าว
ธุรกิจของ BKA ไม่ใช่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โดยตรง แต่เป็นธุรกิจให้บริการปรับปรุงบ้านมือสองเพื่อขาย ซึ่งยังไม่มีบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นที่มีโมเดลธุรกิจเหมือนกัน ดังนั้นพรุ่งนี้ต้องมารอติดตามว่าการเข้าเทรดวันแรกของ BKA จะเป็นอย่างไร จะสามารถฝ่าคลื่นลมที่ผันผวนในตลาดหุ้นช่วงนี้ได้หรือไม่