โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดให้ผู้เสียหายยื่นคุ้มครองสิทธิเพื่อขอเฉลี่ยทรัพย์คืน

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 18 ก.ย 2566 เวลา 10.56 น. • เผยแพร่ 18 ก.ย 2566 เวลา 03.56 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

บช.สอท. 18 ก.ย.- ผบ.ตร. ร่วม บช.สอท. แถลงรับคำร้องขอคุ้มครองสิทธิเพื่อเฉลี่ยทรัพย์คืนผู้เสียหายคดี Hybrid Scam ผลจากปฏิบัติการ Trust No One ขยายผลจับแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติ พร้อมยึดอายัดทรัพย์สิน เปิดให้ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอคุ้มครองสิทธิเพื่อขอเฉลี่ยทรัพย์คืน

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผบ.ตร., พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงข่าว “การรับคำร้องขอคุ้มครองสิทธิเพื่อเฉลี่ยทรัพย์คืนผู้เสียหายคดี Hybrid Scam” ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยมีการนำทรัพย์สินที่ยึดอายัดได้ ทั้ง โฉนด อสังหาริมทรัพย์คอนโด บ้านหรู รถยนต์ สินค้าแบรนด์เนม เงินสด และของกลางอื่นอีกหลายรายการ ผลจากปฏิบัติการ Trust No One EP1-5 ซึ่งมีการตรวจค้น 72 จุดทั่วประเทศ สามารถจับผู้ต้องหา ยึดอายัดทรัพย์ นำมาสู่ขั้นตอนที่ผู้เสียหายสามารถยื่นเอกสารขอเฉลี่ยทรัพย์คืน

โดยคดีนี้สืบเนื่องจาก บช.สอท. สืบสวนสอบสวนคดีที่ผู้เสียหายถูกหลอกลงทุน ลักษณะ Hybrid Scam ซึ่งคนร้ายใช้วิธีชักชวนผู้เสียหายให้ลงทุนสกุลเงินดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์มปลอม BCHGLOBALLTD.com จากนั้นให้ผู้เสียหายซื้อเงินสกุล USDT และโอนไปตามเลขกระเป๋าเงินดิจิทัลตามที่คนร้ายระบุ ก่อนที่จะถูกโอนเข้าบัญชีของแพลตฟอร์มสำหรับเทรดเงินดิจิทัล และยังพบว่าการกระทำผิดมีความเชื่อมโยงกับคดีอื่นอีกหลายพื้นที่ จึงได้ประสานความร่วมมือกับ U.S. Homeland Security Investigations กระทั่งได้ข้อมูลที่เชื่อมโยงสู่คนร้ายตัวจริงคือนาย เซาเซียน ซู (Mr.Shaoxoan Su) ชาวจีนกับพวก และยังพบเส้นทางการเงินเชื่อมโยงนอมินีนิติบุคคลสัญชาติไทยที่เชื่อว่าจดทะเบียนเพื่ออำพรางการทำธุรกรรมเข้าซื้ออสังหาริมทรัพย์และทรัพย์สินต่างๆ เพื่อเปลี่ยนสภาพทรัพย์ที่เกี่ยวกับการทำผิด ภายใต้ปฏิบัติการ Trust No One Ep.1-5 ตรวจค้นกว่า 72 จุดทั่วประเทศ สามารถจับกุมผู้ต้องหาสัญชาติจีนได้ 3 ราย ตรวจยึดอายัดทรัพย์ต่างๆ รวมมูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท ซึ่งในคดีนี้ได้ร่วมทำการสอบสวนกับพนักงานอัยการของสำนักงานอัยการสูงสุดและส่งสำนวนการสอบสวนพร้อมความเห็นไปยังอัยการสูงสุด จนอัยการได้มีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมดในความผิดฐาน ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่นโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ และความผิดฐานฟอกเงิน เมื่อเดือนสิงหาคม 66 ที่ผ่านมา

ต่อมาสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินมีคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการทำผิดไว้ชั่วคราว โดยยึดทรัพย์สินไว้ 15 รายการ รวมราคาประมาณ 600 ล้านบาท และได้ลงประกาศให้ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอคุ้มครองสิทธิจากการทำผิดมูลฐานรายคดีนายเซาเซียน ซู กับพวก มายื่นเอกสารเพื่อขอเฉลี่ยทรัพย์คืน ตามประกาศได้ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน 2566 ถึง 13 ธันวาคม 2566 ทั้งนี้ยังคงมีทรัพย์สินที่ถูกยึดอายัดไว้อีกหลายรายการประมาณ 1,300 ล้านบาท ซึ่งได้รวบรวมส่งสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ออกคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเพื่อนำมาเฉลี่ยทรัพย์คืนให้กับผู้เสียหายต่อไป

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ที่ผ่านมามีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันของหน่วยต่างๆ บูรณาการสืบสวน จับกุมผู้กระทำผิด จนสามารถจับกุมตัวการสำคัญในขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติครั้งนี้ โดยปฏิบัติการครั้งนี้มีความเชื่อมั่นว่าจะทำให้ความเสียหายของอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการกระทำผิด กฎหมายลดลง

จากสถิติการรับแจ้งความออนไลน์ของศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศในรอบปีที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2565 ถึง 12 กันยายน 2566 รวมแล้วกว่า 326,992 คดี มูลค่าความเสียหายกว่า 45,245 ล้านบาท โดยเป็นคดีการแจ้งความร้องทุกข์ในคดีหลอกให้ลงทุนลักษณะ Hybrid Scam หลอกให้เชื่อใจไว้ใจแล้วชักชวนลงทุนทั้งหมด 3,280 คดี รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 2,700 ล้านบาท.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...