ตลาดเหล้าเมืองไทยไม่เซ็กซี่ “ไทยเบฟ” กอดเหล้าพรีเมียม หันซบอกจีน-ยุโรป-พม่า
ปล่อยหมัดเด็ด ช่วงโค้งท้ายไฮซีซั่น สำหรับธุรกิจเหล้ามูลค่า 1.8 แสนล้านบาท ที่มี “ไทยเบฟ” เป็นเจ้าตลาด ด้วยมาร์เก็ตแชร์ 59.5%
โดยมีฮีโร่โปรดักส์คือ สุราขาวรวงข้าว, หงษ์ทอง แสงโสม และแม่โขง เป็นสินค้าเรือธง แผนปี 2566 - 2567 ไทยเบฟ เตรียมขึ้นสังเวียน เติมเหล้าใหม่เข้าพอร์ตฯ ขยายการเติบโตในไทย และต่างประเทศ
“ประภากร ทองเทพไพโรจน์” รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุด การเงินและบัญชีกลุ่ม และผู้บริหารสูงสุด กลุ่มธุรกิจสุรา บมจ. ไทยเบฟ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้ขยายธุรกิจสุราในไทยเกือบเต็มเพดาน ทำให้อัตราการเติบโตในอนาคตอาจจะไม่หวือหวา เฉลี่ย 3-5% ต่อปี
ขณะที่ตลาดเหล้าในประเทศไทยเองก็ไม่ร้อนแรง ด้วยอินไซด์คนไทยชอบดื่มเหล้าไทยราคาจับต้องได้ (Mass) ส่วนเหล้าพรีเมียม ราคาแพง จะชอบแบรนด์ต่างประเทศ มากกว่าเหล้าไทย
“ธุรกิจสุราของบริษัทฯ ตลาดหลักอยู่ที่พม่าและลาว 90% รองลงมาเป็นประเทศไทย 8% และประเทศอื่น ๆ 2%”
ดังนั้น หากไทยเบฟอยากเติบโตอย่างก้าวกระโดด จำเป็นต้องเจาะตลาดต่างประเทศโซนเอเชียและยุโรปที่มีโอกาสโตสูง
M&A โรงเหล้าฝรั่งเศส-นิวซีแลนด์ ลุยตลาดเหล้าใหม่คอนญัก
เบื้องต้น บริษัทฯ เข้าซื้อธุรกิจลาร์เซน คอนญัก (Larsen Cognac) ในประเทศฝรั่งเศส มูลค่า 58.5 ล้านยูโร และคาร์โดรนา ดิสทิลเลอรี่ (Cardrona Distillery) ในนิวซีแลนด์ มูลค่า ไม่ถึง 1,000 ล้านบาท
“สำหรับคอนญัก บริษัทฯ มองหาโอกาสบุกตลาดมาร่วม 10 ปี จนได้จังหวะดีในปีนี้ที่กลุ่มบริษัทในประเทศฟินแลนด์ต้องการขายธุรกิจจึงเข้าซื้อทันที
นับเป็นก้าวแรกของกลุ่มในการเข้าสู่ตลาดคอนญักและตลาดสุราโลกใหม่ (New World Spirits) ซึ่งจะเข้ามาเติมเต็มกลุ่มตราสินค้าสุราของเรา”
ไทยเบฟ กรุยทางส่งเหล้าพรีเมียมบุกจีน
ประภากร กล่าวต่อไปว่า แผนใหญ่สำหรับฟากฝั่งเอเชียหนีไม่พ้นพี่ใหญ่“ประเทศจีน” ด้วยขนาดตลาดบึ้ม หากเจาะสำเร็จจะสร้างการเติบโตมหาศาล เตรียมนำเหล้าพรีเมียมบุกตลาดจีน ที่มีความต้องการเหล้ากลุ่มพรีเมียมสูง
จากที่ผ่านมาไทยเบฟ ได้ร่วมทุนกับพาร์ตเนอร์เอเชียนยูโร ที่ทำเหล้าพรีเมียม โดยร่วมกันลงทุนสุราขาว มณฑลยูนนาน ฝึกวิทยายุทธ เรียนรู้สภาพตลาดจีน และการใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ
โดยมองว่าตลาดจีนเป็นโจทย์หินของธุรกิจ เพราะการแข่งขันสูง และแม้จะเข้าไปตีตลาดมณฑลยูนนานได้ แต่สภาพตลาดแต่ละพื้นที่ย่อมมีความแตกต่างกัน และนั่นคือความท้าทาย
ขณะนี้บริษัทฯ เตรียมเข้าศึกษาตลาดเหล้าในมณฑลกวางตุ้งต่อ แต่ยังไม่มีแผนเข้าซื้อกิจการ (M&A) เพราะการลงทุนในจีนไม่ง่าย ต้องค่อย ๆ ใช้เวลาทำความเข้าใจตลาดเสียก่อน จึงไปในรูปแบบพาร์ตเนอร์ชิปกับบริษัทท้องถิ่น
ตลาดพม่า วิกฤต คือ โอกาส
สำหรับตลาดหลักของธุรกิจเหล้าของบริษัทฯ อย่างพม่า ได้รับผลตอบรับดีต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มเหล้าพรีเมียม ผ่านแบรนด์ แกรนด์ รอยัล วิสกี้
ความพิเศษของพม่า คือ มีความท้าทายจากความไม่แน่นอนทางการเมืองของพม่า ทำให้บริษัทต่างชาติไม่อยากเข้ามาลงทุน
ในทางกลับกัน ไทยเบฟ มองพม่าคือโอกาส เมื่อไม่ค่อยมีคนเข้ามา และบริษัทฯ ทำตลาดในพม่ามาหลายปี ความต้องการเหล้าพรีเมียมค่อนข้างสูง การออกสินค้าใหม่ การทำโฆษณาเปิดกว้างมาก
โดยเร็ว ๆ นี้ บริษัทฯ เตรียมเปิดโรงงานเบียร์เพิ่มที่เมืองมัณฑะเลย์ หลังจากเพิ่งได้รับใบอนุญาต (ไลเซ่น) ซึ่งก่อนหน้านี้มีโรงงานในเมืองย่างกุ้ง
ไทยเบฟ เตรียมเปิดตัว 3 เหล้าตัวใหม่ส่งออก-1 สินค้าขายในไทย
นอกจากนี้ แผนระยะปี 2566-2567 บริษัทฯ เตรียมเปิดตัวเหล้าสำหรับส่งออกต่างประเทศ ได้แก่ รวงข้าว พระยารัม ส่วนซิงเกิ้ลมอลต์จะเปิดตัวในประเทศไทยปลายปีนี้
สำหรับรายได้ธุรกิจสุราในเครือ ช่วง 9 เดือนแรกของปี 2566 ทำยอดขายได้ 93,673 ล้านบาท โต 3.3% แต่ปริมาณขายรวมจะลดลง 3.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ด้านกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษีเงินได้ ค่าเสื่อมราคาและค่าใช้จ่ายตัดบัญชี (EBITDA) เพิ่มขึ้นเป็น 23,763 ล้านบาท
และมีอัตรากำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษีเงินได้ ค่าเสื่อมราคาและค่าใช้จ่ายตัดบัญชีต่อรายได้ (EBITDA margin) สูงขึ้นจาก 24.7% เป็น 25.4%
โดยการขยายตัวของอัตรากำไรมาจากการขึ้นราคาสินค้าและการเปลี่ยนแปลงส่วนประสมของผลิตภัณฑ์จากการบริโภคสุราสีที่เพิ่มขึ้นในประเทศไทย
สำหรับธุรกิจสุราในต่างประเทศ ซึ่งรวมถึงธุรกิจในเมียนมามีการเติบโตทั้งรายได้และกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษีเงินได้ ค่าเสื่อมราคาและค่าใช้จ่ายตัดบัญชี