โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รู้จัก ธุรกิจสินเชื่อระยะสั้นในอสังหาที่เปิดให้ร่วมลงทุน สะพานเชื่อมธุรกิจได้เงินทุน – นักลงทุนได้ผลตอบแทนสูง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 10 ส.ค. 2566 เวลา 10.29 น. • เผยแพร่ 10 ส.ค. 2566 เวลา 03.29 น.

ธุรกิจสินเชื่อระยะสั้นและผลิตภัณฑ์ร่วมลงทุนในหนี้ที่มีอสังหาริมทรัพย์ค้ำประกัน (Secured Private Credit Business and Real-Estate Investment Participation Product) อาจจะไม่คุ้นสำหรับการลงทุนในประเทศไทยนัก แต่ หากจะเอ่ยถึง Private Credit หรือ การให้กู้ยืมเงินโดยตรงแก่บริษัท ที่ส่วนใหญ่เป็นการให้บริษัทขนาดเล็กจนถึงกลางกู้ยืม อาจจะคุ้นกันบ้าง ซึ่ง “บริดจ์ แคปปิตอล” เป็นรายแรกในประเทศไทยที่นำ Private Credit มาต่อยอด โดยนักลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์มืออาชีพ

ฐิติวัฒน์ คูวิจิตรสุวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บริดจ์ แคปปิตอล แมเนจเม้นท์ จำกัด เปิดเผยว่า ธุรกิจสินเชื่อระยะสั้นและผลิตภัณฑ์ร่วมลงทุนในหนี้ที่มีอสังหาริมทรัพย์ค้ำประกัน โดยบริดจ์ แคปปิตอล จะทำหน้าที่เป็นสะพานที่เชื่อมระหว่างผู้ร่วมลงทุนที่มีเงินเย็นสามารถทิ้งเงินลงทุน 5 ล้านบาทเอาไว้นาน 5 ปี กับผู้ประกอบการด้านอสังหาริมทรัพย์รายย่อยที่ต้องการสินเชื่อระยะสั้นไม่เกิน 2 ปี

โดยบริดจ์ แคปปิตอล จะไม่ได้ให้สินเชื่อแบบธนาคารแต่จะเป็นผู้ปล่อยกู้ระยะสั้นที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันในวงเงินสินเชื่อจำนวน 10-50 ล้านบาท ที่อัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 15 % ต่อปี ซึ่งเป็นอัตราสูงสุดที่กฎหมายกำหนด มีกำหนดระยะเวลาชำระคืนภายใน 1-2 ปี โดยต้องเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่มีคุณภาพในทำเลที่ดีเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน ซึ่งรวมถึงที่ดินเปล่า อาคารพาณิชย์ ทาวน์โฮม อาคารและห้องชุดอยู่อาศัย เป็นต้น ภายใต้เงื่อนไขอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (Loan-To-Value) ไม่เกิน 50 % ของมูลค่าหลักทรัพย์ค้ำประกัน

ซึ่งนอกจาก บริดจ์ แคปปิตอล จะลงทุนปล่อยกู้เองแล้วก็จะเปิดให้มีการร่วมลงทุนผ่านการออกสัญญาสิทธิในการลงทุนให้แก่นักลงทุนที่ผ่านการคัดเลือก ซึ่งผู้ลงทุนจะได้รับอัตราผลตอบแทนแบบคงที่ ในอัตราดอกเบี้ย 5-8 % ต่อปี และมีระยะเวลาการลงทุน 1-5 ปี โดยบริษัทมีเป้าหมายเจาะกลุ่มนักลงทุนประเภทบุคคลธรรมดาที่มีเงินลงทุนตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป ในสัดส่วน 70 % และประเภทลูกค้ามั่งคั่งผ่านสถาบันการเงินในสัดส่วน 30 % ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการเจรจากับธุรกิจ Private Banking ของธนาคารและคาดว่าจะเริ่มเปิดให้เข้ามาร่วมลงทุนได้ภายในปี 2566

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พบว่าผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กจำนวนมากยังประสบปัญหาในการขอเงินกู้จากแหล่งสถาบันการเงินแบบดั้งเดิม แม้ว่าจะมีอสังหาริมทรัพย์มาใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันก็ตาม ด้วยเหตุนี้หลายครั้งที่ผู้ประกอบการจึงหันไปพึ่งการกู้เงินนอกระบบ ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าทั่วไปเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ในฐานะที่ลงทุนแบบนี้เป็นการส่วนตัวอยู่แล้ว จึงเริ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์ลงทุนที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการและนักลงทุนที่มองหาผลตอบแทนที่ดี

“ที่มาของชื่อ บริดจ์ แคปปิตอล มาจากการที่เราเป็นตัวกลางเสมือนสะพานเชื่อมโยงนักลงทุนที่มองหาผลตอบแทนที่สูงกับเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องการเงินกู้ให้มาเจอกัน เรามีเป้าหมายเพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการธุรกิจที่เป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ดีขึ้น ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจให้กับธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กในประเทศไทย บริดจ์ แคปปิตอลมีจุดแข็งเหนือคู่แข่งขันด้วยประสบการณ์ในการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ค้ำประกันและการปล่อยสินเชื่อ”

โดยบริษัทร่วมมือกับบริษัท เครดิตฟองซิเอร์ แคปปิตอล ลิ้งค์ จำกัด ซึ่งเป็นสถาบันการเงินชั้นนำในด้านธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ที่มีความเชี่ยวชาญในการจัดหาและวางโครงสร้างดีล จะช่วยให้เราสามารถขยายช่องทางการให้บริการแก่ผู้ประกอบการที่เป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ได้มากยิ่งขึ้น บริษัทมีผู้เชี่ยวชาญจากสำนักกฎหมายที่ได้รับการรับรองในการดำเนินการด้านเอกสารสัญญาที่สำคัญ ในอนาคตมีแผนที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อรองรับความต้องการที่จะเพิ่มขึ้นภายในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ซึ่งรวมถึงแผนในการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้เพื่อสร้างความความปลอดภัยและความโปร่งใสในการจัดการธุรกรรมสัญญาของบริษัท และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ

“ปัจจุบันบริษัทเริ่มปล่อยกู้ไปแล้ว 40 ล้านบาทแต่ยังไม่ได้เริ่มให้มีการลงทุนร่วมซึ่งในปีนี้จะเปิดให้มีการเข้ามาร่วมลงทุน และคาดว่าจะมีมูลค่าพอร์ตสินเชื่อเติบโตอยู่ที่ 250 ล้านบาทภายในสิ้นปี 2567 ซึ่งตลาดของตลาดหนี้สินภาคเอกชนมีมูลค่ากว่า 3 แสนล้านบาท และยังมีคู่แข่งไม่มาก โดยบริษัทตั้งเป้ามีส่วนแบ่งในสัดส่วน 3-5 % คิดเป็นมูลค่ากว่า 9 พันล้านบาทภายใน 5 ปี โดยมีแผนที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ด้วย”

บริษัท บริดจ์ แคปปิตอล แมเนจเม้นท์ จำกัด ก่อตั้งโดยมีผู้ถือหุ้นหลัก ได้แก่ ผู้บริหารของบริษัท แค๊ปสโตน แอสเสท จำกัด ซึ่งเป็นผู้พัฒนาและลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ด้านที่อยู่อาศัย พื้นที่เชิงพาณิชย์ และโรงแรม ด้วยมูลค่าโครงการรวมกว่า 13,600 ล้านบาท โดยมีโครงการสำคัญ เช่น โครงการต้นสน วัน เรสซิเดนซ์, โครงการโรงแรม คิมป์ตัน คีตาเล สมุย บริหารโดยเครือโรงแรมไอเอชจี, โครงการ แคนวาส เพลินจิต และโครงการควอเตอร์ คอลเล็คชั่น เป็นต้น ร่วมกับบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ แคปปิตอล ลิ้งค์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ให้บริการทางการเงินชั้นนำในเครือของบริษัท แคปปิตอล ลิ้งค์ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป จำกัด โดยบริษัทเป็นผู้ให้บริการทางการเงิน ได้แก่ การรับฝากเงินจากประชาชน และการให้บริการสินเชื่อโดยการรับจำนอง รับซื้อฝาก และให้เช่าซื้ออสังหาริมทรัพย์ และเป็นผู้ดำเนินธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยด้วยประสบการณ์กว่า 50 ปี อีกทั้งยังมีนายวิลเลียม เอ็ลล์วู๊ด ไฮเน็ค ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งบมจ. ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ร่วมลงทุนผ่านสำนักงานธุกิจครอบครัว บริษัท ไมเนอร์ บีเคเอช จำกัด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...