7 เทคนิคการโค้ชขั้นเทพ 62 ทักษะ ช่วยทีมขยายศักยภาพ แบบฉบับ SUPER COACHING
ในฐานะหัวหน้าแผนก เราจะทำอย่างไรเพื่อให้ลูกน้องมีแรงจูงใจในการทำงานและหมั่นพัฒนาตัวเองไปสู่ความสำเร็จอยู่เสมอ ในฐานะโค้ชกีฬา เราจะทำอย่างไรจึงจะฝึกและรับมือกับนักกีฬาที่อาจมีช่องว่างระหว่างวัยหรือวัฒนธรรมที่แตกต่างได้ ในฐานะแพทย์ เราจะทำอย่างไรเพื่อให้พยาบาล เภสัชกร และบุคลากรทางการแพทย์ทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด และในฐานะผู้ปกครองหรือคุณครู เราจะทำอย่างไรจึงจะสอนและให้คำแนะนำเด็กๆที่อยู่คนละรุ่น (generation) กับเราได้เป็นอย่างดี
7 เทคนิคการโค้ชขั้นเทพ แบ่งย่อยกว่า 62 ทักษะ
ช่วยทีมขยายศักยภาพ สร้างสุดยอดผลลัพธ์ แบบฉบับ SUPER COACHINGเชื่อว่าผู้ที่กำลังอ่านบทความนี้น่าจะอยู่ในบทบาทใดบทบาทหนึ่งข้างต้น และก็เชื่อว่าน่าจะเคยประสบปัญหาหรือมีข้อสงสัยดังกล่าวกันมาแล้ว แต่หากได้ลองอ่าน “SUPER COACHING ช่วยทีมขยายศักยภาพ สร้างสุดยอดผลลัพธ์” เล่มนี้ รับรองว่าคุณจะปลดล็อกปัญหากวนใจเหล่านี้ รู้วิธีดึงศักยภาพ พร้อมสร้างสัมพันธ์อันดีกับคนในทีมไปสู่ความสำเร็จได้อย่างแน่นอน!คุณซึซุกิ โยะชิยุกิ ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้เป็นโค้ชผู้มีประสบการณ์และคร่ำหวอดอยู่ในวงการการโค้ชมากว่า 20 ปี ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร COACH A Co., Ltd. และหัวหน้าโค้ชของสหพันธ์โค้ชนานาชาติ เขาเขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาเพราะต้องการถ่ายทอดสิ่งที่เรียกว่า “การโค้ช” พร้อมแบ่งปันกลเม็ดเคล็ดลับของการโค้ชให้แก่ผู้คนทั่วโลก นอกจากนี้ คุณซึซุกิได้ปรับปรุงหนังสือเล่มนี้ให้ทันสมัยขึ้นโดยถ่ายทอดข้อมูลและแนวทางใหม่ๆมากมายหลายด้าน แต่ถึงแม้ว่ายุคสมัยจะเปลี่ยนไป หัวใจของการโค้ชยังคงไม่เปลี่ยนแปลง นั่นคือ “การสร้างบุคลากรที่มีความคิดเป็นของตนเองซึ่งจะสร้างสรรค์อนาคตใหม่ๆได้” ดังนั้น หนังสือเล่มนี้จึงเป็นเสมือนตำราการโค้ชขั้นพื้นฐานที่ไม่ว่าใครก็ควรอ่าน !
เนื้อหาภายในเล่ม
นำเสนอ 7 เทคนิคการโค้ชขั้นเทพ และแบ่งย่อยออกไปอีกเป็น 62 ทักษะ1.กระตุ้นการค้นพบของตนเองและอีกฝ่าย เช่น เริ่มต้นให้ได้ใจ, ใช้คำว่า “อะไร” แทน “ทำไม”, เปลี่ยนความไม่พอใจเป็นข้อเสนอ2.สร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน เช่น บอกความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมา, รู้ “นิสัยคน 4 ประเภท”, กล่าวชมด้วยมุมมองของ “I”3.มองไปยังการบรรลุเป้าหมาย เช่น คุยเกี่ยวกับสิ่งที่ไม่ชอบ 30 นาที, อนาคตที่ปรารถนา, สร้าง Check List ของแต่ละคน4.เปลี่ยนมุมมองและวิธีเข้าหา เช่น ลองถามกว้างๆ, ให้อีกฝ่ายเป็นผู้เลือก, สลับกันเป็นโค้ช5.กระตุ้นการกระทำที่มาจากความตั้งใจของอีกฝ่าย เช่น ให้สิทธิ์ในการทำผิดพลาด, ใช้ “คำถามปลายปิด”, จุดไฟในหัวใจ6.สู่การเป็นโค้ชมือฉมัง เช่น ทำเป้าหมายเล็กๆในแต่ละวันให้สำเร็จ, สังเกตการสื่อสารด้วยมุมมองบุคคลที่ 3, อย่าอยู่สูงหรือต่ำกว่าอีกฝ่าย7.สร้างการสนทนาในทีมและองค์กร เช่น การเห็นต่างและความเห็นค้านเป็นเรื่องสำคัญ, สังเกตสภาพในทีมและนำมาคุย, ใช้ “การสื่อสารในแนวราบ”
สรุปแนวทางการใช้หนังสือเล่มนี้
นอกจากนี้ ท้ายเล่มยังมีสรุปแนวทางการใช้หนังสือเล่มนี้ โดยแบ่งตามสถานการณ์ต่างๆ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ที่ไม่มีเวลาอ่านทั้งเล่ม เช่น
- หากอีกฝ่ายไม่ค่อยพูด
- เมื่ออีกฝ่ายอยู่ในสภาวะที่ก้าวข้ามปัญหาไม่ได้
- เจอคนที่แสดงความไม่พอใจอยู่เสมอ
- การอ่านนิสัยคนให้ออก
- หากบรรยากาศในทีมไม่ดี
- เมื่อไม่รู้จะชมอย่างไรดี
- เมื่ออีกฝ่ายมีความรู้และประสบการณ์มากกว่า จึงไม่รู้ว่าจะปฏิบัติตัวอย่างไรดี
- ฯลฯสุดท้ายนี้ ขอปิดท้ายด้วยประโยคที่คุณซึซุกิเคยกล่าวไว้ “การโค้ชคือการวางคำถามไว้ระหว่างคนสองคน และหาคำตอบไปด้วยกันพร้อมๆ กับกระตุ้นการค้นพบของอีกฝ่าย” ขอให้โค้ชทุกท่านค้นพบแนวทางการโค้ชของตัวเอง ช่วยทีมขยายศักยภาพ และพาไปสู่สุดยอดผลลัพธ์ได้อย่างงดงาม