ความผันผวนไม่เคยเป็นอุปสรรค แต่เป็นโอกาสทางธุรกิจ
“YLG ผ่านวิกฤติมาแล้วมากมาย ซึ่งทุกครั้งเราสามารถบริหารจัดการได้อย่างมืออาชีพ ด้วยทรัพยากรและ Connection ที่ดีในตลาดทองคำระดับโลก ทำให้ลูกค้าของเรายังคงได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด โดยไม่มีผลกระทบจากความไม่ปกติของตลาด”
ท่ามกลางภาวะที่เศรษฐกิจโลกผันผวนอย่างหนัก เป็นแรงผลักให้ “ทองคำ” ก้าวขึ้นมาเป็น “เบอร์ 1” ของสินทรัพย์เพื่อการลงทุน ที่นักลงทุนทั่วโลกต่างแสวงหา ส่งผลกระทบต่อเนื่องให้ธุรกิจทองคำทั่วโลก รวมถึงไทยจำต้อง “ตื่นตัว” รับมือดีมานด์ที่พุ่งทยานสู่ดวงดาว แต่ทว่า ฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) กลับมองว่า ในความผันผวนที่ทุกคนกลัว เป็นโอกาสทางธุรกิจที่ไม่อาจปล่อยให้หลุดมือ
ฐิภา ให้สัมภาษณ์ การเงินธนาคาร ว่า “เราไม่เคยมอง “ความผันผวน” เป็นอุปสรรค ตรงกันข้าม เรามองว่า นั่นคือ โอกาสในจังหวะที่คนอื่นอาจลังเล โดยเฉพาะในตลาดทองคำ ที่ความเคลื่อนไหวของราคาสร้างโอกาสในการลงทุน ทั้งสำหรับนักลงทุนรายใหญ่และรายย่อย ด้วยประสบการณ์กว่า 30 ปี ในอุตสาหกรรมทองคำ YLG เข้าใจธรรมชาติของตลาดเป็นอย่างดี เราจึงให้ความสำคัญ กับการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และจัดการสภาพคล่องอย่างรอบคอบ เพื่อให้มั่นใจว่า ไม่ว่าตลาดจะผันผวนแค่ไหน ลูกค้าของเรายังคงสามารถซื้อขายได้อย่างราบรื่น ซื้อทองได้ทอง ขายทองได้เงิน ตามที่คาดหวัง”
พร้อมกันนี้ ฐิภา มือบริหารไม้ 1 แห่ง YLG ย้อนภาพธุรกิจช่วง 4 เดือนแรกของปี 2568 ว่า แม้จะเต็มไปด้วยความท้าทายจากความผันผวนของ ทั้งราคาทองคำ และอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาท แต่ YLG Group ยังคงสามารถรักษาการเติบโตของยอดขาย และกำไรสุทธิอย่างมั่นคง ทั้งในประเทศไทยและตลาดต่างประเทศ ขณะที่ครึ่งปีหลังยังคงมองเห็น “โอกาสท่ามกลางความผันผวน” อย่างชัดเจน ทิศทางราคาทองคำยังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นในระยะยาว และเป็นแรงดึงดูดสำคัญให้นักลงทุนหันกลับมาสะสมทองคำ โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาปรับฐาน ซึ่งมักถูกมองว่าเป็น “จังหวะทอง” ของการลงทุน
“ความผันผวน” กลับกลายเป็นโอกาสทางธุรกิจ
ไม่เพียงแต่สร้างความเคลื่อนไหวในตลาดแต่ยังเป็นแรงกระตุ้นให้การซื้อขายคึกคักยิ่งขึ้น YLG เองพร้อมสนับสนุนนักลงทุนทุกระดับผ่านบทวิเคราะห์ราคาทองคำรายวัน วันละ 3 เวลา พร้อมข้อมูลเชิงลึก และบริการที่รวดเร็ว แม่นยำ เพื่อให้ลูกค้าสามารถตัดสินใจลงทุนได้อย่างมั่นใจ
ด้วยเครื่องมือสนับสนุนเหล่านี้ประกอบกับประสบการณ์และความแข็งแกร่งในตลาดมายาวนาน ฐิภามองว่า YLG สามารถรับมือกับความท้าทายที่อาจเกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังได้ และรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดทองคำของไทยและภูมิภาคไว้ได้อย่างแน่นอน แม้ว่าจะเผชิญกับความไม่แน่นอนจากนโยบายของสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งอาจกระทบต่อห่วงโซ่ อุปทานทองคำในระดับโลก
“YLG ผ่านวิกฤติมาแล้วมากมาย ทั้ง COVID-19 ที่ Supply Chain ทองหยุดชะงัก หรือกระแสข่าวด้านภาษีนำเข้าทองคำของสหรัฐฯ ซึ่งทุกครั้งเราสามารถบริหารจัดการได้อย่างมืออาชีพ ด้วยทรัพยากรและ Connection ที่ดีในตลาดทองคำระดับโลก ทำให้ลูกค้าของเรายังคงได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด โดยไม่มีผลกระทบจากความไม่ปกติของตลาด”
อย่างไรก็ดี แม้จะมากด้วยประสบการณ์ และมุมมองที่เฉียบขาด ต่อแนวโน้มตลาดทองคำ แต่ ฐิภาย้ำว่า การบริหาร YLG ในภาวะราคาทองผันผวนอย่างหนัก รากฐานที่จะพาองค์กรผ่านทุกความผันผวนได้อย่างมั่นคงคือการ “คิดใหม่ ทำใหม่” อย่างต่อเนื่องเพื่อให้ทันกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงและบริบททางธุรกิจที่หมุนเร็วขึ้นเรื่อย ๆ โดยผูกโยงกับเสาหลักสำคัญขององค์กรคือ “บริหารอย่างรอบคอบ แต่กล้าเดินหน้า” โดยเฉพาะต้นทุนและสภาพคล่องให้มีประสิทธิภาพ
ตลอดเส้นทาง YLG ไม่เคยหยุดนิ่ง
ฐิภากล่าวว่า เราเคยกล้าทำในสิ่งที่ตลาดยังไม่คุ้นชิน ตั้งแต่การเปลี่ยนจากการรอให้ลูกค้าเดินเข้ามาหา มาสู่การเสนอขายทองคำผ่านโทรศัพท์ ซึ่งเป็นการตลาดเชิงรุกในยุคนั้น ไปจนถึงการเป็นเจ้าแรกๆ ที่พัฒนา ระบบ Online Trading ซึ่งกลายเป็นมาตรฐานของวงการในวันนี้
สำหรับตลาดในประเทศ YLG ขยับจาก B2B มาสู่ B2C อย่างจริงจัง โดยทำให้การลงทุนทองคำ “เข้าถึง ได้จริง” สำหรับทุกคนไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนมือใหม่หรือผู้ที่มีงบประมาณจำกัด ด้วยผลิตภัณฑ์อย่าง YLG Get Gold, Gold Wallet บนแอปฯ เป๋าตัง รวมถึงแพลตฟอร์มซื้อขายออนไลน์ YLG Gold Trade Online ที่ออกแบบมาเพื่อความสะดวก รวดเร็ว และโปร่งใส
“เรารู้ดีว่า ในตลาดที่เปลี่ยนเร็ว และราคาผันผวนไม่มีใครหยุดอยู่กับที่ได้ ความสำเร็จในอดีตเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย เราเลือกที่จะเรียนรู้เสมอทั้งจากลูกค้า จากข้อผิดพลาดของตัวเองและผู้อื่น และจากโอกาสที่ยังมาไม่ถึง เพราะเราเชื่อว่าการเติบโตอย่างยั่งยืน เกิดจากการที่เรา “เข้าใจลูกค้า และปรับตัวได้ดีกว่า” โดยไม่ยึดติดกับความสำเร็จเดิมๆ”
ย้อนกลับไปเมื่อปลายปี 2565 YLG เริ่มให้บริการซื้อขายทองคำผ่านแอปฯ เป๋าตัง ของธนาคารกรุงไทยและได้ตอบรับอย่างล้นหลาม สะท้อนให้เห็นความต้องการลงทุนในทองคำที่ “เข้าถึงง่าย” และ “เชื่อถือได้”
วันนี้ ฐิภาเตรียมแผนขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะพนักงานวัยเริ่มทำงาน และนักศึกษาจบใหม่ที่อยากเริ่มลงทุนแต่มีเงินไม่มากด้วยเงินเพียง 100-200 บาท ให้สามารถเริ่มสะสมทองคำได้ โดยร่วมมือกับแอปพลิเคชั่น Dime! และ พันธมิตรรายอื่นๆ ในอนาคตเพื่อเพิ่มการรับรู้แบรนด์และเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้งานใหม่ผ่าน Brand Collaboration ที่มีความสอดคล้องกันทั้งในด้านไลฟ์สไตล์และแนวคิดการเงิน เพราะการลงทุน ไม่ควรเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับใคร
ไม่เพียงเท่านั้นแต่ ฐิภา ยังวางรากฐาน YLG ในศูนย์กลางการเงินของเอเชียอย่าง “สิงคโปร์” ตั้งแต่ปี 2555 ผ่านบริษัท YLG Bullion Singapore และยังเดินหน้าเปิดตลาดใหม่ใน “ตะวันออกกลาง” โดยเปิดตัว YLG Gold Crest DMCC ณ ดูไบ ภายใต้คำเชิญของรัฐบาล UAE ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญของ YLG
ฐิภากล่าวว่า จากการที่ทองคำคิดเป็นสัดส่วน 29% ของมูลค่าการส่งออกของประเทศ เราเชื่อว่าตะวันออกกลางจะเป็นตลาดทองคำที่มีศักยภาพสูง และ YLG พร้อมเติบโตไปกับพื้นที่ใหม่นี้ในระยะยาว อีกหนึ่งการลงทุน คือ การลงทุนด้านเทคโนโลยี เรามองว่า เทคโนโลยีไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่คือ “ตัวช่วย” ที่ทำให้เราสามารถให้บริการได้ดีขึ้น ครอบคลุมมากขึ้น และมั่นใจได้มากขึ้น ตั้งแต่การบริหารจัดการภายในไปจนถึงการพัฒนา แพลตฟอร์มที่ใช้งานง่าย และการเสริมระบบ Cybersecurity ให้แข็งแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ YLG ยังเดินหน้าศึกษาและพัฒนา การประยุกต์ใช้ Blockchain เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและตรวจสอบ ย้อนกลับได้ในทุกขั้นตอนของการซื้อขาย เพราะเราเชื่อว่า เทคโนโลยีที่ดีควรทำให้ “การลงทุนปลอดภัยขึ้น ง่ายขึ้น และเป็น ธรรมมากขึ้น”
ตั้งเป้าขยายฐานบัญชีลูกค้าต่อเนื่อง
หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของ YLG Group ในปี 2568 นี้คือ การ ขยายฐานบัญชีลูกค้าอย่างต่อเนื่องทั้งในเชิงปริมาณ และคุณภาพ โดยตั้งเป้าเพิ่มจำนวนบัญชีลูกค้าใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มนักลงทุนรายย่อยและคนรุ่นใหม่ ซึ่งกำลังมองหาการลงทุนที่ เข้าถึงง่าย ปลอดภัย และเชื่อถือได้
“เราตั้งใจเพิ่มจำนวนบัญชีลูกค้าทั้งในประเทศให้เติบโตไม่ต่ำกว่า 20-25% ภายในสิ้นปี 2568 โดยมุ่งเน้นการขยาย ผ่านช่องทางดิจิทัล เช่น “YLG Gold Trade Online”, “Gold Wallet” บนแอปฯเป๋าตัง และแอปพลิเคชั่นพันธมิตรในอนาคตอย่าง “Dime!””
อย่างไรก็ดี YLG ยังต้องการมุ่งเน้นสร้าง Brand Awareness ผ่านบริการที่มีคุณภาพ ตั้งแต่ระบบซื้อขายที่เสถียรและปลอดภัย ไปจนถึงทีมงานที่พร้อมดูแลลูกค้าอย่างมืออาชีพ รวมทั้งสร้าง Word of Mouth ภายใต้ความเชื่อที่ว่าคำแนะนำจากลูกค้าจริงคือพลังการตลาดที่ดี ที่สุด การมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าในทุก Touch Point ไม่ว่าจะเป็นการเปิดบัญชี การซื้อขาย หรือบริการหลังการขาย คือหัวใจสำคัญที่ช่วยสร้าง loyalty และขยายฐานลูกค้าใหม่แบบ organic“
เป้าหมายทั้งหมดนี้ตั้งอยู่บนแนวคิดเดียวกันคือ “การเติบโตอย่างยั่งยืน” ที่ไม่ใช่แค่ตัวเลขในระยะสั้น แต่คือการสร้างรากฐานความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า โดยมีความไว้วางใจเป็นแกนกลาง และพร้อมต่อยอดไปสู่การเป็นผู้นำตลาดทองคำยุคดิจิทัล ทั้งในไทยและระดับภูมิภาค”
ติดตามอ่านคอลัมน์อื่น ๆ ได้ในวารสารการเงินธนาคารฉบับเดือนมิถุนายน 2568 ฉบับที่ 518 ในรูปแบบดิจิทัล : https://goo.gl/U6OnIi
รวมช่องทางการสั่งซื้อวารสารการเงินธนาคาร ทั้งฉบับปัจจุบันและฉบับย้อนหลัง ครบจบที่นี้ที่เดียว : https://ma.co.th/product-category/mb-shop/