โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“อัลบั้มนี้ฉันมีจุดมุ่งหมายที่จะปลดปล่อยตัวเองอย่างเต็มร้อย ระเบิดโลกที่อยู่ในใจให้ออกมา” การกลับมาของ LORDE ในอัลบั้ม Virgin ที่สำหรับเธอแล้วคือ ‘ภารกิจ’ การเยียวยาตัวเองในทุกช่วงวัย

Mirror Thailand

อัพเดต 07 ก.ค. 2568 เวลา 09.16 น. • เผยแพร่ 07 ก.ค. 2568 เวลา 09.16 น.
ภาพไฮไลต์

สิ้นสุดการรอคอยสำหรับนักร้อง Lorde ที่ได้ฤกษ์งามยามดีปล่อยอัลบั้มในรอบ 4 ปีอย่าง Virgin กับภาพปกอัลบั้มรูปถ่ายเอ็กซ์เรย์อุ้งเชิงกรานของผู้หญิงที่เห็น IUD หรือห่วงคุมกำเนิดอันเล็กๆ หลังซิปใต้เข็มขัด ที่เธอได้ปล่อยเอ็มวี อย่าง What Was That ที่ถ่ายทำกันสดๆ กับแฟนเพลงแบบไม่ได้นัดหมาย เพลง 'Man of the Year' ที่บ่งบอกถึงการยอมรับและเอาชนะใจตัวเอง และเพลงอื่นๆ ที่เธอแต่งขึ้นมารวม 11 เพลง ที่เธอบอกว่า“นี่คืออัลบั้มที่ฉันใส่ตัวตนของตัวเองอย่างแท้จริง”

และทาง Mirror Thailand ได้ร่วมฟังเธอสัมภาษณ์อย่างเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะสื่อเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศเกาหลี มาดูกันว่าเบื้องหลังแนวคิดของอัลบั้ม Virgin จะเผยด้านไหนของ Lorde ที่เธอไม่เคยเปิดเผยให้โลกได้ฟัง รวมถึงความกล้า ความเปราะบาง และคำถามที่เธอถามตัวเองมาตลอด ว่า ‘เราจะรักตัวเองได้สุดทางแค่ไหน?’ พร้อมแล้วไปอ่านกันได้เลย

สำหรับอัลบัมนี้คุณเซอร์ไพรส์แฟนๆ แบบไม่ทันตั้งตัว ไม่ว่าจะเป็นการร้องเพลงกลางเมืองนิวยอร์กและถ่ายเอ็มวีเพลง What was that หรือเต้นกับแฟนๆ ตรงที่จอดรถในเมืองลอนดอน และมีป็อปอัพลับๆ ในห้องน้ำเมืองโอ๊คแลนด์ ทำให้ทุกแฟนๆ เอ็นจอยสุดๆ สำหรับคุณแล้วคุณรู้สึกอย่างไรในการสร้างความจำทรงนี้กับแฟนเพลงของคุณ

"บอกได้เลยว่ามันอเมซิ่งมากๆ และทุกอย่างที่เดี่ยวกับอัลบั้มนี้มันเกินกว่าความฝันที่ฉันเคยหวังไว้จริงๆ หลังจากที่ปล่อย Solar Power ออกมาในช่วงโควิด มันทำให้ฉันคิดถึงโมเมนต์ของการได้เชื่อมโยงและใกล้ชิดกับผู้คนมากๆ ดังนั้นการได้ทำเซอร์ไพรซ์กับแฟนเพลงในครั้งนี้จึงเป็นอะไรที่แปลกใหม่ และช่วยผลักฉันให้ออกจากคอมฟอร์ตโซน มันเลยดีมากค่ะ"

คุณมีวิธีการดูแลจิตใจในช่วงที่กำลังทำอัลบั้มและการออกทัวร์ครั้งนี้อย่างไรบ้าง?

"ก็พอมีนะ ฉันชอบจดอะไรลงสมุด และคิดถึงเจตนาหรือความหมายของโชว์นิดหน่อย และฉันชอบจุดเทียนสองสามเล่ม ฉีดน้ำหอมสร้างบรรยากาศ ฉันจะมีน้ำหอมประจำทัวร์ที่ต้องใส่ตลอด และฉันก็พยายามอยู่กับปัจจุบันให้ได้จริงๆ พร้อมทั้งขอบคุณร่างกายของฉันให้ได้มากที่สุด แล้วก็รู้สึกขอบคุณกับประสบการณ์นี้อย่างสุดหัวใจ เพราะนี่คือประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่มาก เลยไม่อยากละเลยสุขภาพของตัวเอง"

สำหรับทุกอัลบั้มที่ต่างมีความหมายแฝงมาตลอด สำหรับอัลบั้ม Virgin ล่าสุด คุณได้เรียนรู้อะไรเกี่ยวกับตัวเองในการทำอัลบั้มนี้บ้าง?

"ฉันคิดว่าฉันได้เป็นตัวเองในการทำอัลบั้มนี้ที่สุด เพราะอัลบั้มต่างๆ ที่ผ่านมาฉันค่อนข้างมีความรู้สึกอะไรบางอย่างติดขัดอยู่ในใจมาตลอด แต่อัลบั้มนี้ฉันมีจุดมุ่งหมายที่จะปลดปล่อยตัวเองอย่างเต็มร้อย ระเบิดโลกที่อยู่ในใจให้ออกมา และฉันตั้งใจเล่าเรื่องราวในชีวิตให้ครอบครัวได้ภูมิใจ ที่ฟังเหมือนง่าย แต่ยากเอาเรื่องอยู่เหมือนกันค่ะ"

อยากรู้ว่าในเพลง What was that? มีท่อนนึงที่ร้องว่า “ฉันให้ทุกอย่างกับเธอตั้งแต่อายุ 17 จนถึง 25” หากคุณย้อนเวลากลับไปได้ อยากบอกอะไรให้กับสาวน้อยวัย 17 คนนั้นคะ

"ฉันอยากบอกเธอว่าให้เชื่อว่าทุกอย่างเกิดขึ้นมีเหตุผลเสมอ และสิ่งที่เธอทำในตอนนั้นก็ดีมากเลยที่เธอเชื่อมั่นในตัวเอง แม้ว่าวันนั้นจะรู้สึกว่ามันยากหรือน่ากลัว ซึ่งในช่วงปีนั้นเป็นการเดินทางที่ยาวนานและวุ่นวาย แต่ฉันแค่คิดว่าเพียงมีเวลาสักนาทีแล้วบอกตัวเองว่า ‘ทุกอย่างที่เกิดขึ้นย่อมดีเสมอ’ แต่เชื่อมั่นในทุกย่างก้าว เธอทำได้ดีมาก แถมหน้าตาก็น่ารัก ซึ่งตอนนั้นฉันไม่รู้สึกแบบนั้นเลย แต่พอมองกลับไปตอนนี้ฉันว่าเธอแม่งโคตรจะน่ารักเลย"

คุณเคยร่วมงานกับ Reverb เพื่อจัดทัวร์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเคยปล่อยอัลบั้ม Solar Power หลังจากการเดินทางสำรวจแอนตาร์กติกา แล้วช่วงนี้คุณกำลังให้ความสำคัญหรือคิดถึงประเด็นสิ่งแวดล้อมเรื่องไหนอยู่บ้าง? และทำไมคุณถึงคิดว่านักดนตรีควรตระหนักถึงเรื่องพวกนี้?

"เรื่องที่วนเวียนอยู่ในหัวฉันบ่อยๆ เลย คือตอนนี้ฉันอยู่แอลเอที่เพิ่งผ่านไฟไหม้ครั้งใหญ่ หรืออย่างที่รู้กันว่าในนิวซีแลนด์ (บ้านเกิดของ Lorde) เองก็มีไฟป่าที่รุนแรงมากเหมือนกัน

ฉันคิดว่า Solar Power จริง ๆ แล้วมันได้ปลุกด้านหนึ่งในตัวฉันขึ้นมา ซึ่งก็คือส่วนที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างลึกซึ้งมากๆ แล้วมันก็มีความสัมพันธ์โดยตรงกับความรู้สึกของฉันในชีวิตส่วนตัวด้วย ฉันคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ยากมากๆ และบางทีมันก็ดูเหมือนจะเปล่าประโยชน์ เวลาที่พยายามจะทำอะไรสักอย่างเพื่อเป็นคนที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

แต่ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่เราทำในฐานะคนๆ หนึ่งนั่นแหละ คือสิ่งสำคัญที่สุด ถ้าเราพยายามทำให้คนรู้สึกว่าพวกเขามีความสัมพันธ์ที่ถูกต้องกับธรรมชาติให้มากที่สุด แค่นั้นมันก็นับว่าเป็นอะไรบางอย่างแล้ว ฉันคิดว่าสำหรับนักดนตรีก็เหมือนกับเวลาที่เราเจอเรื่องใหญ่และเจ็บปวดพวกนี้ที่เราทุกคนต้องเผชิญ มันฟังดูซ้ำนะ แต่ว่าฉันเชื่อจริงๆ ว่าการที่เราได้มารวมตัวกันผ่านเสียงดนตรี และได้จัดการกับมันร่วมกัน มันช่วยได้จริงๆ เวลาที่คุณรู้สึกว่าคุณทำอะไรไม่ได้มาก อย่างน้อยคุณก็ยังร้องเพลงได้ และฉันก็เชื่อว่ามันมีพลังบำบัดบางอย่างอยู่ในนั้น แต่ก็ต้องพยายามต่อไปค่ะ"

คุณเชื่อมโยงเส้นทางการเยียวยาจาก Solar Power เข้ากับ Virgin อย่างไร?

"สำหรับ Solar Power ตอนที่ทำอัลบั้มนั้น มันคือการดูแลส่วนหนึ่งของตัวฉันที่คนไม่ค่อยได้เห็น ส่วนที่ไม่ค่อยถูกเปิดเผยในงานเพลงที่เป็นด้านส่วนตัวมากๆ เพราะตอนนั้นฉันต้องดูแลตัวตนที่ออกสื่อของตัวเองมาหลายปี ฉันแค่อยากแน่ใจว่าด้านนั้นของฉันจะได้รับการดูแล ได้รับความใส่ใจบ้าง"

“ส่วน Virgin มันคือความพยายามที่จะเยียวยาฉันในทุกช่วงวัย ตั้งแต่ตอนอายุ 5 ขวบ จนถึงวัยรุ่น ที่ชีวิตเปลี่ยนไปหมด ทั้งตื่นเต้นและสับสนไปพร้อมกัน จนมาถึงฉันในปี 2023 ที่กำลังต่อสู้กับภาพลักษณ์ร่างกายของตัวเอง และปัญหาการยอมรับตัวเอง การเยียวยาเริ่มสำเร็จในปี 2024, 2025 ที่เต็มไปด้วยคำสัญญา ความหวัง และพลังในการใช้ชีวิต ฉันรู้สึกถึงการเดินทางนี้มากๆ ฉันมักเรียกมันว่า ‘ภารกิจ’ ด้วยซ้ำ เพราะมันเหมือนฉันกำลังออกเดินทางเพื่อจะเชื่อในตัวเองจริงๆ แล้วก็สร้างพื้นที่ สร้างบ้าน ที่ฉันจะอยู่กับมันไปได้อีกหลายปี"

"ฉันรักอัลบั้มนี้มากจริงๆ ฉันไม่เคยภูมิใจในอะไรขนาดนี้มาก่อน ส่วนที่เป็นตัวฉันที่สุดหลายส่วนได้ถ่ายทอดออกมาในนี้ มันเลยเหมือนฉันได้เห็นเวอร์ชันต่างๆ ของตัวเองชัดเจนมาก และมันก็เป็นการเดินทางที่สวยงามจริงๆ"

คุณหวังว่าแฟนๆ จะได้อะไรหลังจากที่ได้ฟังเพลงของคุณในอัลบั้มนี้

"ฉันอยากสร้างแรงบันดาลใจให้แฟนเพลงได้กลับไปสัมผัสความรู้สึกแท้จริงที่ซ่อนอยู่ข้างใน ปลุกพลังให้มันแตกกระจายไปทั่วร่างกาย โดยไม่ต้องสนใจสิ่งอื่นข้างนอก โฟกัสแค่ความรู้สึก ณ ตอนนั้นเมื่อได้ฟังเพลงของฉัน ฉันอยากให้ผู้คนได้รู้สึกมีชีวิตอย่างเต็มที่และเป็นอิสระในร่างกายของตัวเอง และปล่อยมือจากเรื่องแต่งต่างๆ ที่พันธนาการความรู้สึกนั้นออกไป แล้วหันมาโฟกัสกับสิ่งที่ ‘รู้สึกจริง’ แทน"

"สำหรับดนตรีของฉันเอง ฉันคิดว่ามันมีวิธีการใช้ภาษาแบบหนึ่งที่ค่อนข้างเป็นเอกลักษณ์ของฉัน ที่ฉันสังเกตว่ามันเหมือนการเก็บเกี่ยวภาพที่ชัดเจน ความทรงจำที่ฝังลึก แล้วก็มีเหมือนเศษเสี้ยวของข้อคิดหรือมุมมองที่เกี่ยวข้องกับสิ่งเหล่านั้น ซึ่งถ้าใครฟังงานของฉันมาตลอดก็จะเห็นว่านี่แหละคือเอกลักษณ์ของฉัน"

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...