ค่าธรรมเนียม Bitcoin แตะระดับสูงสุดในปี 2025! สัญญาณความต้องการใช้งานกำลังมา?
ค่าธรรมเนียม Bitcoin แตะระดับสูงสุดในปี 2025! สัญญาณความต้องการใช้งานกำลังมา?
ราคาของ Bitcoin ขยับขึ้นสูงอย่างต่อเนื่อง ค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรมบนเครือข่ายก็ตามมาติด ๆ ล่าสุดราคา Bitcoin เคยแตะระดับใกล้ $106,000 ในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา สูงกว่าจุดสูงสุดก่อนหน้าที่ $105,600 เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ก่อนจะย่อลงมาเคลื่อนไหวแถว ๆ $104,500 ในปัจจุบัน
แม้ราคาจะมีแรงขายทำกำไร แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ ค่าธรรมเนียมธุรกรรมเฉลี่ยแบบ 7 วัน บนเครือข่าย Bitcoin กลับเพิ่มขึ้นประมาณ $1 ตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม จนแตะระดับ $2.40 ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในปี 2025 ตามข้อมูลจาก The Block
ขณะเดียวกัน Bitcoin ก็เริ่มกลับมายืนเหนือ Altcoin อีกรอบ หลังเคยอ่อนแรงลงเมื่อสองสัปดาห์ก่อน การที่ BTC dominance เพิ่มขึ้น เป็นไปได้ว่าเป็นผลจากการเคลื่อนตัวของสภาพคล่อง มากกว่าการเริ่มต้นของ Altcoin season อย่างที่หลายคนคาดไว้
อย่างไรก็ตาม มีประเด็นที่ดูสวนทางคือ จำนวนธุรกรรมรายวันกลับลดลง
- จากระดับสูงสุดที่ 507,000 รายการต่อวัน เมื่อวันที่ 22 เมษายน
- ลดลงมาเหลือ ประมาณ 330,000 รายการ หรือลดลงกว่า 35%
นอกจากนี้ ข้อมูลจาก Glassnode ยังเผยว่า “Illiquid Supply” หรือจำนวนบิทคอยน์ที่ถูกเก็บในกระเป๋าเงินที่แทบไม่มีการเคลื่อนไหว กำลังทำสถิติสูงสุดใหม่ในปีนี้ นั่นหมายความว่า BTC ที่พร้อมจะขายในตลาดมีน้อยลงกว่าเดิม
หากมีความต้องการเพิ่มขึ้นเมื่อไร อาจเกิด “ภาวะช็อกอุปทาน” (Supply Shock) ที่จะทำให้ราคาบิทคอยน์พุ่งแรงขึ้นอีกระลอกได้
อ้างอิง : theblock.co
ที่มา https://bitcoinaddict.org/2025/05/19/bitcoin-transaction-fees-hit-2025-highs-as-btc-price/
ดราม่าถล่ม Blum! ผู้ร่วมก่อตั้งถูกจับในรัสเซีย ปมฉ้อโกงครั้งใหญ่ ผู้ใช้เริ่มกังวลอนาคต Airdrop
เกิดเหตุการณ์ใหญ่สะเทือนวงการคริปโต เมื่อ Vladimir Smerkisผู้ร่วมก่อตั้ง Blum — แอป Mini App บน Telegram ที่ผสานการเทรดคริปโตเข้ากับเกมสะสมแต้มยอดฮิต — ถูกเจ้าหน้าที่รัสเซียจับกุมในข้อหา “ฉ้อโกงครั้งใหญ่” ตามรายงานจากสื่อท้องถิ่น TASS
Smerkis เคยดำรงตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปฝ่ายปฏิบัติการของ Binance ในรัสเซียและภูมิภาค CIS ก่อนจะมาเริ่มโปรเจกต์ Blum ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก Binance Labs ผ่านโครงการ Most Valuable Builder
ข้อกล่าวหาและโปรเจกต์เก่า
แม้ขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดของข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการ แต่มีรายงานว่าอาจเกี่ยวข้องกับโปรเจกต์เก่าที่ Smerkis เคยดูแล เช่น The Token Fund และ Tokenbox ซึ่งเคยระดมทุนได้หลายล้านดอลลาร์แต่สุดท้ายเงียบหายไปจากวงการ
หลังเกิดเหตุ Blum ได้ออกแถลงการณ์ผ่านบัญชี X (เดิม Twitter) ว่า Smerkis ได้ลาออกจากตำแหน่ง CMO และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการพัฒนาโปรเจกต์อีกต่อไป พร้อมระบุว่าโปรเจกต์ยังดำเนินการตามปกติ และทีมงานยังคงมุ่งมั่นในเป้าหมายเดิม
“พวกเราขอขอบคุณ Vladimir สำหรับบทบาทที่ผ่านมา และขอให้เขาโชคดีในอนาคต” – Blum กล่าว
ผู้ใช้งานเริ่มกังวล Airdrop จะยังมีอยู่ไหม?
Blum กลายเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็วจากเกม “Drop Game” ซึ่งเปิดตัวในเดือนพฤษภาคม 2024 โดยให้ผู้ใช้ แตะเกล็ดหิมะที่ร่วงลงบนหน้าจอ เพื่อสะสม “Blum Points” ซึ่งทางโปรเจกต์เคยประกาศว่าจะสามารถนำไปแลกเป็นโทเคนได้ในอนาคต
แต่จนถึงตอนนี้ แม้จะมีการเปิดซีซันใหม่ของ Airdrop หลายรอบ ผู้ใช้งานก็ยังไม่ได้รับโทเคนจริง และกิจกรรม Drop Game ก็เพิ่งปิดไปเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่านมา
Blum ระบุว่า Airdrop จริง มีกำหนดในช่วงไตรมาส 2 ปี 2025 แต่หลังการจับกุมครั้งนี้ ผู้ใช้งานจำนวนไม่น้อยเริ่มตั้งคำถามว่า “สุดท้ายแล้วโทเคนจะมาไหม?”
อ้างอิง : theblock.co
ที่มา https://bitcoinaddict.org/2025/05/19/blum-co-founder-ex-binance-exec-vladimir-smerkis-arrested/
ผู้เขียน ‘Bitcoin Standard’ ลั่น! ถึงเวลาสู้สแปมบน Bitcoin – พร้อมหนุนเงินจ้าง Dev เต็มเวลา!
Saifedean Ammous นักเศรษฐศาสตร์และผู้เขียนหนังสือ The Bitcoin Standard ได้ออกมาแสดงจุดยืนในประเด็นร้อนเรื่อง “สแปม” บนเครือข่าย Bitcoin โดยเขาระบุว่า พร้อมลงเงินสนับสนุน ให้จ้างนักพัฒนาเต็มเวลามาทำงานเพื่อให้การ “สแปม Bitcoin” ทำได้ยากและมีต้นทุนสูงขึ้น
Ammous แสดงความเห็นในโพสต์ตอบกลับของนักพัฒนานามแฝง GrassFedBitcoin ที่เรียกร้องให้ทีม Bitcoin Core พิจารณารวมโค้ดจาก pull request #28408 ซึ่งจะเปิดให้ node operators (ผู้ดูแลโหนด) สามารถตั้งค่าคัดกรอง Inscriptions ได้ง่ายขึ้น
“ใครใช้ Bitcoin เก็บ JPEG กำลังทำลายเครือข่าย”
GrassFedBitcoin อ้างว่า การขาดเครื่องมือกรอง Inscriptions ส่งผลให้เกิดการใช้พื้นที่บล็อกอย่างไม่จำเป็น (Blockchain bloat) และทำให้บทบาทของ Bitcoin ในฐานะ “โปรโตคอลทางการเงิน” ถูกลดความสำคัญลง
เขายังตั้งคำถามว่า:
“ไม่มีใครรันโหนดเพื่อส่งต่อภาพ JPEG หรอก”
พร้อมแนะให้ Bitcoin Core ตั้งนโยบายป้องกันการใช้งานแบบนี้เป็นค่าเริ่มต้น เพื่อจำกัดการใช้ Bitcoin เป็นที่เก็บข้อมูลแทนการส่งเงิน
Adam Back สวนกลับ “นี่คือสงครามทางเทคนิค”
Adam Back ซีอีโอของ Blockstream แสดงความคิดเห็นว่า การพยายามกรองสแปมด้วยโค้ดถือเป็น “สงคราม” แบบหนึ่ง เพราะผู้สร้างข้อมูลขยะสามารถปรับเทคนิคใหม่ ๆ ได้ตลอดเวลา ทำให้เครื่องมือตรวจจับต้องอัปเดตอย่างไม่รู้จบ
Saifedean เปรียบเทียบกับ “อีเมลขยะ”
Ammous เห็นต่าง และเปรียบเทียบว่า “สแปมบน Bitcoin” ก็เหมือนกับ “สแปมอีเมล” ที่แม้จะกำจัดไม่ได้ 100% แต่เราก็ไม่ละทิ้งระบบอีเมล เพราะยังมีคุณค่าโดยรวมมหาศาล
เขากล่าวว่า:
“มันไม่ง่ายหรอก แต่ก็คุ้มค่าที่จะพยายาม…เพื่อล้มผู้ส่งสแปมให้ไวขึ้น” พร้อมย้ำว่า การกรองธุรกรรมไม่ใช่ “การเซ็นเซอร์” เพราะโหนดอยู่แล้วก็มีสิทธิ์ปฏิเสธธุรกรรมที่ไม่ถูกต้อง
ในบทสนทนานี้ Ammous ยังเสนอแรง ๆ ว่า ควรลดบทบาทนักพัฒนาที่สร้างเครื่องมือสแปม และถึงขั้น จ้างนักเขียนโค้ดจากภายนอกเพื่อโจมตีกลับ ให้ระบบของฝั่งสแปมล่ม
รายงานจาก Mempool Research เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ เผยว่า การใช้ Bitcoin ในการทำ Inscriptions (ฝังข้อมูลลงธุรกรรม) อาจทำให้ขนาดเฉลี่ยของแต่ละบล็อกพุ่งสูงถึง 4 MB ต่อบล็อก ซึ่งเกินกว่าค่าเฉลี่ยปัจจุบันที่อยู่ราว 1.5 MB
“Bitcoin ควรเป็นเพียงโปรโตคอลทางการเงิน หรือควรเปิดให้ใช้งานได้อิสระมากกว่านั้น?”
อ้างอิง : cointelegraph.com
ที่มา https://bitcoinaddict.org/2025/05/19/saifedean-ammous-funds-dev-to-fight-bitcoin-spam/