โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เดอะคอนเสิร์ตชวนคุย Only Monday วงดนตรี 3 ชิ้นแห่งยุค! กับอัลบั้มที่เล่าทุกความรู้สึกและคอนเสิร์ตใหญ่

The Concert

เผยแพร่ 24 พ.ค. 2568 เวลา 05.00 น. • The Concert

เดอะคอนเสิร์ตชวนคุย 3 หนุ่มไฟแรง Only Monday ที่โลดแล่นบนเส้นทางดนตรีมากว่า 5 ปี ถ่ายทอดประสบการณ์เป็นอัลบั้มใหม่ที่เล่าทุกความรู้สึก และความสำเร็จก้าวแรกกับคอนเสิร์ตใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้น

Only Monday วงดนตรีอินดี้ร็อกฝีไม้ลายมือจัดจ้าน ที่หลายคนยกให้เป็นวง 3 ชิ้นเบอร์หนึ่งแห่งยุค! สมาชิกประกอบไปด้วย ธีร์ (ร้องนำ/กีตาร์), โปรด (เบส) และเฟรม (กลอง) พวกเขาเติบโตจากวัยรุ่นที่มีความฝัน สู่ชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยประสบการณ์ ผ่านทั้งอุปสรรค ความเหน็ดเหนื่อย รวมไปถึงความสูญเสีย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้หล่อหลอมให้พวกเขาเติบโตพร้อมถ่ายทอดมันออกมาในอัลบั้มล่าสุด ‘Hotel Room 302’ The Concert เลยชวน 3 หนุ่มมาพูดคุยแบบใกล้ชิด เจาะลึกเส้นทางดนตรี เบื้องหลังอัลบั้มใหม่ ความสำเร็จก้าวแรกกับคอนเสิร์ตใหญ่ ‘WE ARE ONLY MONDAY CONCERT’ และเป้าหมายต่อไปที่พวกเขาอยากไปให้ถึง

จำความรู้สึกช่วงปีแรกๆ ของการเป็นศิลปินได้ไหม ตอนนั้นคาดหวังไหมว่าวงจะเติบโตขนาดนี้

เฟรม : มีอยู่แล้ว มันคาดหวังอยู่แล้วครับว่ายังไงเป็นศิลปินก็ต้องอยากดัง

ธีร์ : แต่เรามองปัจจัยเรื่องนี้เป็นเรื่องรอง เรามองเรื่องหลักในส่วนของคุณภาพเพลงมากกว่าครับ เราจะทำเพลงแบบไหนมาเสิร์ฟให้คนฟัง หรือว่าเราอยากจะนำเสนอแบบไหนให้คนเขาได้ฟังกัน คือเราไม่ได้นำฟีดแบคของแฟนเพลงกลับมาแล้วแบบว่า เอ้ย แฟนเพลงเขาอยากฟังแบบนี้เราจะทำให้ ไม่ใช่นะฮะ คือเราจะตามใจคุณแค่เฉพาะเรื่องของเนื้อหาบางส่วนเท่านั้น แต่ที่เหลือเดี๋ยวเราจะเสิร์ฟให้คุณเอง

ทำงานกันตั้งแต่อายุยังน้อย รู้สึกไหมว่าชีวิตวัยเด็กหล่นหายไปหรือไม่เลย?

โปรด : จริงๆ ก็มีบ้างครับแต่ก็มันก็ต้องแลกกัน ในช่วงนั้นเพื่อนบางคนยังเรียนอยู่ ยังทำนู่นทำนี่อยู่ แต่ว่าเราก็ทำงานแล้ว แล้วก็โตเป็นผู้ใหญ่ไวกว่าคนอื่น ถึงว่าชีวิตวัยเรียนวัยเด็กมันจะหายไปแต่ก็ไม่เป็นไรครับ ทุกวันนี้ก็มีความสุขดี

เฟรม : จริงๆ ชีวิตการทำงานของพวกผมมันไม่ได้ยากลำบากถึงขั้นไม่มีเวลานอน แต่เราแค่ต้องแบ่งสรรปันส่วนให้ดี หลังจากการทำงานกลับมาถึงบ้านก็พักผ่อน อาจจะต้องตื่นมาทำงานพรุ่งนี้อีกวัน ก็ให้มันเป็นเรื่องของวันพรุ่งนี้ ให้เป็นเรื่องของความรับผิดชอบของตัวเราในวันพรุ่งนี้ละกัน

ธีร์ : เราก็ยังไปเที่ยวสนุก ได้ผ่อนคลายรีแล็กซ์เล่นเกมอะไรกัน เฟรมก็เล่นเกม โปรดก็ไปปั่นจักรยาน มันยังมีกิจกรรมที่พวกเราทำแล้วก็ยังสนุกกันอยู่ ไม่ได้รู้สึกว่าขาดหายหรือหล่นหายไป โชคดีด้วยที่งานที่เราทำมันเป็นสิ่งที่เราทำแล้วมีความสุข ก็เลยสนุกไปกับการทำงานด้วย

เวลา 5 ปีมันนานพอที่จะทำให้ความคิดเปลี่ยนกันได้ มีเรื่องอะไรบ้างที่เมื่อก่อนคิดแบบนึง ตอนนี้คิดอีกแบบ?

เฟรม : ถ้าส่วนตัวผมคิดว่าการคุยกับพี่ๆ ในค่ายอะครับ ตอนนั้นมันดูเป็นเรื่องยากมากเลย เพราะเราคิดว่าเราเด็กเกินไปที่จะคุยกับเขา แต่พออยู่ไปอยู่มาจริงๆ แล้วพวกพี่เขาคือคนที่เราควรเข้าไปคุยด้วยมากที่สุดเพราะว่าการทำงานมันขับเคลื่อนกันในองค์กร ถ้าเราไม่ปรึกษาคนในที่ทำงานแล้วเราจะไปปรึกษาใคร ปรึกษาเพื่อนด้วยกันมันอาจจะได้คำตอบมา แต่มันก็ไม่ได้คำตอบที่มีประโยชน์กับเรามากขนาดนั้น เราอยากรู้อะไรเราก็แค่ถามพี่ เราอยากทำอะไรเราก็แค่บอกพี่ในค่ายแค่นี้เองครับ

(ขอบคุณรูปภาพจากเพจ : Only Monday Band)

คิดว่า Only Monday ประสบความสำเร็จหรือยังในฐานะศิลปิน?

ธีร์ : สำเร็จในก้าวแรกครับ ก้าวแรกเรากำลังจะพิชิตมันในสเต็ปแรกของเรา นั่นก็คือธันเดอร์โดมที่กำลังจะถึงเหลือแค่เราไปใส่กันวันหน้างานแค่นั้นแล้ว ภาพที่อยู่ตรงหน้าเรามันจะตอบเราเองว่าสเต็ปแรกของเรามันเป็นยังไง ตอนนี้รอที่จะไปพิชิตมันอยู่ครับ

แล้วเป้าหมายต่อไปของ Only Monday ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม?

ธีร์ : การปฏิวัติอุตสาหกรรมเพลงไทยครับ คือแนวคิดนี้มันไม่ใช่แค่ Only Monday วงเดียวครับที่คิด หลายๆ วงที่อยู่ใน Gen เดียวกันหรือว่าพวกพี่ๆ ของพวกเราที่คุยกันมันก็จะมีเรื่องพวกนี้ด้วย เพราะว่าเราอยากจะยกระดับคุณภาพของเพลงในบ้านเราให้มันพัฒนาไปในทางที่อินเตอร์กว่านี้ เพราะจริงๆ ตอนนี้เราก็เห็นศิลปินไทยของเราไปดังต่างประเทศเยอะมาก แต่ผมคิดว่ามันทำได้มากกว่านี้แล้วก็สามารถที่จะทำให้มันกว้างได้มากกว่านี้อีก ผมเชื่อว่าในสักวันหนึ่งไม่ช้าก็เร็วมันจะเกิดการปฏิวัติแน่นอน

จากอัลบั้ม ‘Only Monday’ มาถึง ‘Hotel Room 302’ แนวทางหรือมุมมองในการทำเพลงเปลี่ยนไปบ้างไหม?

ธีร์ : จากอัลบั้มก่อนเราต้องการเพิ่มไดนามิกในอัลบั้มของเราเฉยๆ อย่างเช่นอัลบั้มแรกเนี่ยเราจะเน้นไปทางเพลงช้า เพราะอยากให้คนรู้จักเรา เอาจริงๆ ถ้าตอบตามความจริงเลยก็คือเพลงช้า เพลงเศร้า มันขายง่ายอยู่แล้วครับ อีกอย่างหนึ่งคือผมถนัดแต่งเวย์นี้ด้วยตอนนั้นก็เลยพยายามทำให้คนรู้จัก Only Monday ให้ได้มากที่สุด แล้วก็เสิร์ฟเพลงที่เป็น Only Monday แบบจริงๆ ให้คนได้ฟังกันว่านี่คือตัวตนของเรานะ แล้วพอมาอัลบั้มสองปุ๊ป เฮ้ย เราไม่ได้มีแค่นั้นนะเรามีสิ่งนี้ด้วย เติมลูกเล่นให้มันหน่อยแล้วก็ เป็น Only Monday ในโหมดที่โตขึ้น เล่าเรื่องจริงจังมากขึ้น เล่าเรื่องที่ในมุมมองที่มันต่างจากเดิม พัฒนาจุดยืนของเราให้มันก้าวไปอีกสเต็ปครับ

‘Hotel Room 302’ อัลบั้มนี้อยากสื่อสารอะไรถึงคนฟัง?

ธีร์ : อัลบั้ม Hotel Room 302 เป็นอัลบั้มที่เราจะ Wrap-up เรื่องราวที่เจอในวัย 20 อัพ เพราะตอนอัลบั้มแรกอะมันเป็นเรื่องราวในวัย 17-18 หรือว่าแบบป๊อปปี้เลิฟอะไรอย่างนี้ มันก็จะยังมีความไม่เข้าใจในความรัก แต่พออัลบั้ม 2 เนี่ยเราก็ได้เข้าใจมากขึ้น เรียนรู้มากขึ้น เรียนรู้จากความผิดพลาด เรียนรู้จาก อ่า การสูญเสีย เนื้อหามันจะเข้มข้นมากขึ้น มันจะมี Element อะไรหลายๆ อย่างให้ทุกคนได้ฟัง มีเพลงสากลด้วย 2 เพลง แล้วก็มีเพลงที่เป็นซิงเกิลที่เราเอามา Re-arrange ใหม่ด้วย ก็คือเพลง ‘April’ กับเพลง ‘ดองเก่ง’ ลองไปฟังกันดูนะครับอัลบั้ม Hotel Room 302

แต่ละคนชอบเพลงไหนในอัลบั้ม ‘Hotel Room 302’?

เฟรม : ผมชอบเพลง ‘ยอมอยู่แล้ว’ ครับ มันโจ๊ะดีครับ เป็นเพลงที่สนุกสำหรับคนฟังด้วย แล้วตัวผมเองที่ตีกลองด้วย มันอินไปกับเพลงอะครับเวลาตีแล้วมันรู้สึกแบบมันสะใจ ตอนที่เอาเพลงมาทำกันมานั่งฟังแล้วผมก็รู้สึกว่าเพลงมันดีแล้วนะ มันกลมกล่อมแต่ว่ามันยังขาดอะไรสักอย่าง ก็เลยคุยกับไอ้ธีร์ว่าต้องมีคน Feat วะ แล้วก็ไปปรึกษาพี่โอม พี่โอมก็บอกว่าพี่ปั๊บไหม ลองพี่ปั๊บไหม

ธีร์ : ช่วงนั้นผมฟังอัลบั้ม Circle, Sense อัลบั้มเก่าๆ ของโปเตโต้ก็จะมีติดมาบ้าง ถ้าเป็นพี่ปั๊บมันก็น่าจะออกมาดีมากๆ แล้วมันก็เป็นอย่างงั้นจริงๆ ส่วนชอบเพลงอะไรมากที่สุด ผมชอบเพลง ‘Happy New Year’ ครับ เพราะมันเป็นเพลงที่เนื้อหาค่อนข้างจะเข้มข้น แล้วก็เป็นเพลงที่ผมลองใช้ภาษาใหม่ๆ การเขียนใหม่ๆ ที่ผมยังไม่เคยใช้ อย่างเช่นท่อนพรีฮุคที่บอกว่า ‘น่าเสียดายวันเวลาที่ผ่านมามันต้องเริ่มใหม่ เริ่มเคาท์ดาวน์ชีวิตที่เหลือที่ไม่มีเธออีกต่อไป’ มันคือการที่เราผ่านเคาท์ดาวน์ช่วงท้ายปีมาแล้ว แต่เรายังต้องเคาท์ดาวน์ชีวิตที่เหลือที่มันไม่มีเธอต่อไปอะไรอย่างนี้ครับ

โปรด : ผมชอบเพลง ‘ซ่อนเธอไว้ในเพลง’ ครับ ผมรู้สึกว่ามันเป็นเพลงเศร้าที่แบบว่าโรแมนติกที่สุดแล้ว อารมณ์เหมือนว่าแบบเราชอบใครอย่างเงี้ย เราจะเอาใครซ่อนไว้ในเพลงก็ได้ ฟีลๆ เหมือนหนังเกาหลี หนังเกาหลีโรแมนติก

ธีร์ : แต่จริงๆ เพลง ‘ซ่อนเธอไว้ในเพลง’ เนี่ยเป็นไอเดียมาจากเฟรม ตอนแรกเฟรมอยากทำเพลงรัก

เฟรม : อยากทำเพลงรักครับเพราะว่าตอนนั้นอินเลิฟ ก็เลยโยนไอเดียไป ธีร์มึงเคยลงเพลงในไอจีแล้วแบบว่าซ่อนใครสักคนไว้ในเพลงปะวะ มันก็เลยจัดมาเลยเพลงเศร้า! เพลงรักผมจบกัน รักกี่โมง?

ธีร์ : เดี๋ยวมี ปีหน้ารอเลย

เฟรม : มีแน่นอนครับเพราะว่าเพื่อนอินเลิฟ

เห็นคอมเมนต์บอกว่า “เป็นวงที่ทำให้ร้องเพลงไม่ได้ เพราะมัวแต่ร้องไห้” อยากบอกอะไรกับแฟนคลับ?

ธีร์ : ในฐานะหัวจ่ายเพลงเศร้าผมเชื่อว่าหลายๆ คนเวลาฟังเพลง Only Monday ไม่ได้ร้องตามนะครับ ร้องไห้นั่นเป็นสิ่งที่ถูกต้องนะครับ ยิ่งในคอนเสิร์ตใหญ่ร้องไห้ได้เต็มที่เลยครับ ปล่อยมันได้เต็มที่เลย เพราะว่าเรามีทิชชู่แจกครับ

เฟรม : ทิชชู่ยี่ห้อ Only Monday เรามีแจกนะครับ

มีแพลนให้แฟนคลับได้ฟังเพลงสมหวังบ้างไหม?

ธีร์ : มีครับ ทำเดโม่เสร็จเรียบร้อยแล้วเหลือแค่อัดมาสเตอร์แล้วปล่อยปีหน้า ไม่ต้องห่วงนะครับได้ฟังเพลงรักแน่นอน

เฟรม : ตอนนี้ก็มีเพลงรักอยู่เพลงนึงนะ มีหนึ่งเพลงถ้วน

ธีร์ : ใช่ มันคือเพลงที่ก่อนเข้าค่าย ชื่อเพลง ‘ฉันเป็นของเธอ’ ลองไปฟังกันดูนะฮะ

ตอนที่รู้ว่าจะมี ‘WE ARE ONLY MONDAY CONCERT’ คอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกรู้สึกยังไง?

ธีร์ : บอกไม่ถูกเลยฮะ มันรวมหลายอารมณ์มากเลยครับ ตกใจ

เฟรม : ดีใจ ตื่นเต้น

โปรด : ภาพตัด อารมณ์แบบว่า… รู้สึกว่าเพิ่งออดิชันเสร็จ สักพักปล่อยอัลบั้ม สักพักมีคอนเสิร์ตใหญ่แล้ว

ธีร์ : มันไวกว่าที่พวกเราคาดไว้ครับ เพราะเราปล่อยมา 2 อัลบั้มแล้วเราก็ทำคอนเสิร์ตใหญ่เลย ถือว่าค่อนข้างไว ตอนแรกกลัวเหมือนกันครับว่าเพลงมันจะพอไหมในการเล่นคอนเสิร์ตใหญ่ แต่คือตอนนี้เราทำลิสต์อะไรออกมาเรียบร้อยแล้ว ก็คือเพียงพอแน่นอนแล้วก็จัดเต็ม อรรถรสแบบว่าเข้มข้นแน่นอน

เฟรม : ต้องเรียกว่าเหลือกินเหลือใช้

ธีร์ : เรามีตัดเพลงออกไปด้วยนะครับเพราะมันเยอะเกิน แต่ตอนนี้เราได้ลิสต์ที่ลงตัวแล้ว เอาเป็นว่าทุกคนจะได้ยินทุกเพลงที่ทุกคนอยากได้ยินครับ

มีเซอร์ไพรส์อะไรไหม เช่น เพลงใหม่?

ธีร์ : มีอยู่แล้วครับ

เฟรม : มันมีเพลงที่ทุกคนเฝ้ารอคอยให้ปล่อยด้วยครับ

ธีร์ : แค่ แค่ แค่อะไรนะสักอย่าง แฟนคลับเขารู้อยู่แล้ว

บัตรคอนเสิร์ต Sold Out ทั้ง 2 รอบเลยรู้สึกยังไง?

ธีร์ : ไวมาก ผมตกใจ

เฟรม : รู้อยู่แล้วครับว่ามันต้องหมดอะ

ธีร์ : ไปเวย์ขิงซะงั้นสักพักคนหมั่นไส้ (ขำ) เราดีใจมากๆ นะครับ ขอบคุณทุกคนที่อยากมาเจอพวกเรา อยากจะฟังเพลงของพวกเรา แล้วก็อยากที่จะมาร่วมบันทึกประวัติศาสตร์ครั้งแรกของพวกเรา Only Monday ด้วย หวังว่าเราจะไปสนุกกันในวันคอนเสิร์ตอย่างเต็มที่ เตรียมร่างกายไว้ให้พร้อม เตรียมยาดมไว้ด้วยนะ เพราะว่าได้กระโดดไม่หยุดแน่นอนครับ

เฟรม : แต่ทิชชูไม่ต้องนะครับ เรามีให้ฮะ!

เรียกได้ว่าเป็นศิลปินรุ่นใหม่ที่คอยเสิร์ฟผลงานคุณภาพอย่างต่อเนื่อง ขึ้นแท่นวงร็อกแห่งอนาคตของค่ายแกรมมี่ที่กำลังขยายฐานแฟนคลับให้เติบโต แน่นอนว่า Only Monday กำลังไปได้สวยในเส้นทางดนตรี การันตีด้วยยอดขายบัตรคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกของพวกเขาที่ Sold Out ทั้งสองรอบ ซึ่งถือว่าหมุดหมายแรกของพวกเขากำลังจะสำเร็จ มาคอยติดตามหมุดหมายต่อไปที่พวกเขาอยากจะไปให้ถึง และเป็นกำลังใจให้วงดนตรีรุ่นใหม่มากความสามารถวงนี้ด้วยนะฮะ

ติดตามความเคลื่อนไหวของ “Only Monday” ได้ที่
Facebook : www.facebook.com/OnlyMondayBand
Instagram : www.instagram.com/onlymonday.band
TikTok : www.tiktok.com/@onlymonday.band


ติดตาม The Concert แหล่งรวมคอนเสิร์ตอันดับ 1 ของไทยได้ที่นี่

Website : www.theconcert.com

Application : http://onelink.to/xg82rs

Instagram : www.instagram.com/theconcertapplication

Twitter : https://twitter.com/the_concertapp

Facebook : www.facebook.com/theconcertapplication

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...