โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“น้ำมันดิบโลก” พุ่งต่อเนื่องกว่า 4% หวั่นวิกฤตอิหร่าน-อิสราเอลกระทบอุปทานโลก

การเงินธนาคาร

อัพเดต 18 มิ.ย. 2568 เวลา 09.59 น. • เผยแพร่ 18 มิ.ย. 2568 เวลา 02.59 น.

"น้ำมันดิบโลก" พุ่งต่อเนื่องกว่า 4% หวั่นวิกฤตอิหร่าน-อิสราเอลกระทบอุปทานโลก ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าแรงกดดันจากสงครามอาจเร่งให้เฟดลดดอกเบี้ยเร็วกว่าคาด

วันที่ 18 มิถุนายน 2568 เวลา 08.31 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบโลกปรับตัวขึ้นเล็กน้อยในการซื้อขายช่วงต้นของวันพุธ หลังจากปิดตลาดวันก่อนหน้าพุ่งขึ้นกว่า 4% จากความกังวลว่าความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับอิสราเอลอาจส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมัน

*สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ เพิ่มขึ้น 19 เซนต์ หรือ 0.25% มาอยู่ที่ 76.64 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ณ เวลา 00.29 น. ตามเวลา GMT ขณะที่ สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียต (WTI) ของสหรัฐ เพิ่มขึ้น 23 เซนต์ หรือ 0.31% มาอยู่ที่ 75.07 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล*

เมื่อวันอังคาร โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เรียกร้องให้อิหร่านยอมจำนนโดยไม่มีเงื่อนไข ขณะที่สงครามทางอากาศระหว่างอิหร่านกับอิสราเอลเข้าสู่วันที่ 6 เจ้าหน้าที่ทหารสหรัฐ 3 คน เปิดเผยว่ากองทัพกำลังส่งเครื่องบินขับไปรบเพิ่มเติมไปยังภูมิภาคดังกล่าวเพื่อเสริมกำลังในพื้นที่

นักวิเคราะห์ระบุว่าตลาดกังวลเป็นพิเศษเกี่ยวกับความเสี่ยงในการหยุดชะงักของอุปทานที่ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันทางทะเลประมาณ 1 ใน 5 ของโลก โดยในวันอังคารมีรายงานว่าเรือน้ำมันสองลำชนกันใกล้ช่องแคบและเกิดไฟไหม้ ขณะที่หน่วยงานความมั่นคงทางทะเลของอังกฤษเตือนก่อนหน้านี้ว่า มีการแทรกแซงทางอิเล็กทรอนิกส์กระทบระบบนำทางของเรือ

โดย อิหร่าน เป็นผู้ผลิตน้ำมันดิบรายใหญ่อันดับ 3 ของกลุ่มโอเปก โดยผลิตได้ประมาณ 3.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน (bpd) อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์กล่าวว่าสมาชิกโอเปกรายอื่นอาจใช้กำลังการผลิตสำรองเพื่อชดเชยการผลิตที่ลดลงจากอิหร่านได้

ขณะเดียวกันตลาดยังจับตาการประชุมวันที่สองของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันพุธ ซึ่งคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ในกรอบ 4.25%-4.50%

อย่างไรก็ตามความขัดแย้งในตะวันออกกลางและความเสี่ยงต่อการชะลอตัวของการเติบโตทั่วโลก อาจเป็นปัจจัยให้เฟดตัดสินใจลดดอกเบี้ยลง 0.25% ในเดือนกรกฎาคม ซึ่งเร็วกว่าที่ตลาดคาดไว้เดิมว่าจะเกิดขึ้นในเดือนกันยายน ตามความเห็นของ Tony Sycamore นักวิเคราะห์ตลาดจาก IG

“สถานการณ์ในตะวันออกกลางอาจกลายเป็นตัวเร่งให้เฟดส่งสัญญาณผ่อนคลายมากขึ้น เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นหลังการโจมตีของฮามาสเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566”

โดยทั่วไปแล้วการลดดอกเบี้ยมักกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจและเพิ่มความต้องการใช้น้ำมัน แต่ในทางกลับกันความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังเป็นแหล่งกดดันเงินเฟ้อใหม่ผ่านราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น

นอกจากนี้แหล่งข่าวในตลาดเปิดเผยโดยอ้างข้อมูลจากสถาบันปิโตรเลียมอเมริกัน (API) ว่า สต็อกน้ำมันดิบและน้ำมันเบนซินของสหรัฐลดลงในสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่สต็อกน้ำมันกลั่นเพิ่มขึ้น

อ้างอิง : reuters.com

อ่านข่าว การเงิน-อัตราแลกเปลี่ยน-ราคาทอง-ราคาน้ำมัน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...