อีลอน มัสก์ ประกาศลาออก “รัฐบาลทรัมป์”
วันนี้ (29 พ.ค. 68)อีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีแห่งวงการเทคโนโลยี ประกาศลาออกจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกาของ โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งมัสก์ดำรงตำแหน่ง ผู้นำโครงการลดค่าใช้จ่ายในรัฐบาลกลาง ที่ดำเนินมาเป็นเวลานานหลายเดือน
มัสก์โพสต์ข้อความผ่านโซเชียล X ระบุว่า “เนื่องจากเวลาทำงานของฉันในฐานะพนักงานรัฐบาลพิเศษกำลังจะสิ้นสุดลง ฉันจึงขอขอบคุณประธานาธิบดี @realDonaldTrump สำหรับโอกาสในการลดการใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือย”
“ภารกิจของ @DOGE จะแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ เมื่อภารกิจนี้กลายมาเป็นวิถีชีวิตของทั้งรัฐบาล”
สำหรับอีลอน มัสก์ ได้เข้าร่วมในรัฐบาลทรัมป์ ตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคม โดยให้คำมั่นว่าจะลดงบประมาณของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ อย่างน้อย 1 ล้านล้านดอลลาร์ แม้ว่าเว็บไซต์ DOGE จะแสดงให้เห็นว่าสามารถประหยัดได้เพียง 1.75 แสนล้านดอลลาร์ หรือ 1,088.96 ดอลลาร์ต่อผู้เสียภาษีชาวอเมริกัน 1 คนเท่านั้น
ซึ่งการลาออกของมัสก์ในครั้งนี้ ตรงกับช่วงเวลาที่กำหนด 130 วันสำหรับ “พนักงานรัฐบาลพิเศษ” โดยฝั่งทำเนียบขาว กล่าวว่าความพยายามของ DOGE ในการลดการใช้จ่ายของรัฐบาลกลางและปรับโครงสร้างรัฐบาลนั้นจะยังคงดำเนินต่อไป
อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ระหว่างอีลอน มัสก์ และ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ดูเหมือนจะเย็นลงตั้งแต่ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นช่วงที่มัสก์ทุ่มเงินเกือบ 300 ล้านดอลลาร์ ในการช่วยหาเสียงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีของทรัมป์
เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มัสก์ได้แสดงความกังวลต่อสาธารณะ เกี่ยวกับประเด็น “ร่างกฎหมายใหญ่และสวยงาม” ฉบับสำคัญของทรัมป์ ซึ่งเป็นกฎหมายความยาว 1,000 หน้า ที่ขยายการลดหย่อนภาษีของประธานาธิบดี ในปี 2017 พร้อมทั้งเพิ่มข้อกำหนดด้านการทำงานสำหรับความช่วยเหลือด้านอาหารและเมดิเคด
“ผมผิดหวังที่ได้เห็นร่างกฎหมายใช้จ่ายจำนวนมหาศาล ซึ่งพูดตรง ๆ ก็คือ ทำให้การขาดดุลงบประมาณเพิ่มมากขึ้น ไม่ใช่แค่ลดลงเท่านั้น แต่ยังบั่นทอนการทำงานที่ทีม DOGE กำลังทำอยู่ด้วย” มัสก์กล่าวผ่านสื่อในประเทศ
ร่างกฎหมายดังกล่าว ยังจัดสรรค่าใช้จ่ายสำหรับโครงการสำคัญของทรัมป์บางโครงการ เช่น การสร้างกำแพงระหว่างสหรัฐฯ และเม็กซิโก และการระดมทุนสำหรับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร อีกด้วย
ทั้งนี้“ร่างกฎหมายใหญ่และสวยงาม” ได้รับมติเอกฉันท์ในสภาผู้แทนราษฎร และอยู่ระหว่างนำส่งไปพิจารณาในวุฒิสภาต่อไป ซึ่งหากผ่านในรูปแบบปัจจุบัน ร่างกฎหมายดังกล่าวจะยกเลิกการทำงานของ DOGE เนื่องจากคาดว่าจะทำให้ขาดดุลของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 3.9 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2034 ตามข้อมูลของสำนักงานงบประมาณรัฐสภา
ขอบคุณข้อมูล : Al Jazeera