โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

พิชัยสั่ง 7 แบงก์รัฐลดกำไร-ดอกเบี้ย ช่วยผู้ส่งออกรับผลกระทบภาษีสหรัฐ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 15 พ.ค. 2568 เวลา 10.41 น. • เผยแพร่ 15 พ.ค. 2568 เวลา 09.49 น.
พิชัย ชุณหวชิร

พิชัยสั่งแบงก์รัฐลดกำไร-ดอกเบี้ย ใส่งบฯ ช่วยเหลือผู้ประกอบการส่งออก ซัพพลายเชน ผู้ผลิต แข่งขันกับสินค้านำเข้า รับมือวิกฤตกำแพงภาษีสหรัฐ

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลโดยนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มอบหมายกระทรวงการคลังให้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และช่วยเหลือภาคธุรกิจไทยที่ได้รับผลกระทบจากการประกาศนโยบายภาษีสหรัฐอเมริกาเป็นการเร่งด่วนนั้น

โดยกระทรวงการคลังจึงมีนโยบายให้สถาบันการเงินของรัฐปรับกลยุทธ์การดำเนินงานโดยการลดเป้าหมายกำไรจากการทำธุรกิจ เพื่อจัดสรรเม็ดเงินงบประมาณมาจัดทำโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วยเหลือบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นแก่ผู้ประกอบการ โดยสถาบันการเงินของรัฐทั้ง 7 แห่งอยู่ระหว่างเตรียมดำเนินการตามนโยบาย ประกอบด้วย

  • ธนาคารออมสิน
  • ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
  • ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)
  • ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือ SME D Bank
  • ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย หรือ EXIM Bank
  • ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย
  • บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.)

สำหรับโครงการต่าง ๆ อาทิ โครงการสินเชื่อ Soft Loan วงเงิน 100,000 ล้านบาท โดยธนาคารออมสิน ที่กำหนดหลักเกณฑ์เงื่อนไขแตกต่างจากสินเชื่อ Soft Loan โครงการอื่น เนื่องจากมีการกำหนดกลุ่มเป้าหมายผู้ประกอบการที่มีสิทธิเข้าร่วมโครงการชัดเจน 3 กลุ่มในเฟสแรก ได้แก่ 1.ธุรกิจส่งออกไปยังตลาดสหรัฐอเมริกา 2.ธุรกิจ Supply Chain 3.ธุรกิจผู้ผลิตสินค้าที่ต้องมีการแข่งขันสูงกับสินค้านำเข้าราคาถูกจากต่างประเทศ

ตลอดจนผู้ประกอบการ SMEs ในภาพรวมและสถาบันการเงินของรัฐอื่นเตรียมออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาคเกษตรกรรม และภาคอสังหาริมทรัพย์ ทั้งนี้ ในเฟสที่ 2 จะกำหนดให้กลุ่มพนักงานงานทั่วไป ผู้ประกอบการอิสระ กลุ่มคนฐานราก ในระยะต่อไป รวมถึงออกมาตรการลดดอกเบี้ยเงินกู้ 2-3% เพื่อช่วยเหลือบรรเทาผลกระทบของนโยบายภาษีสหรัฐอเมริกาที่ส่งผลต่อผู้ส่งออกและธุรกิจ SMEs/Supply Chain อย่างมีนัยสำคัญ เป็นต้น

โดยขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมการเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาภายใต้สภาวะความผันผวนที่ภาคธุรกิจไทยต้องเผชิญความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอกที่ส่งกระทบต่อความเชื่อมั่นและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ กล่าวได้ว่ากลไกสถาบันการเงินของรัฐภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนนโยบายรัฐบาล ผ่านการขับเคลื่อนมาตรการต่าง ๆ ที่จะช่วยเหลือประคับประคองธุรกิจให้ผ่านพ้นวิกฤต เศรษฐกิจไทยสามารถเติบโตอย่างเข้มแข็งยั่งยืนในระยะยาว

ทั้งนี้ สำหรับสถาบันการเงินของรัฐอื่น ๆ เช่น EXIM Bank ที่มีลูกค้าที่เป็นผู้ประกอบการส่งออกอยู่ 3,000 กว่าราย ได้มีการให้โจทย์ว่า สามารถที่จะลดดอกเบี้ยให้กับผู้ส่งออกที่ได้รับผลกระทบ 20% ของดอกเบี้ยที่จ่ายในแต่ละงวดได้หรือไม่ และให้แบงก์รัฐเรียกผู้ประกอบการส่งออกที่ได้รับผลกระทบเข้ามาหารือ เพื่อดูแลผลกระทบต่อไป ส่วนที่เหลือก็ได้สั่งให้เร่งทำมาตรการกลับมาเสนอโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ให้โจทย์ธนาคารพาณิชย์ให้ดูแลลูกค้าที่ได้รับผลกระทบอีกช่องทางหนึ่ง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พิชัยสั่ง 7 แบงก์รัฐลดกำไร-ดอกเบี้ย ช่วยผู้ส่งออกรับผลกระทบภาษีสหรัฐ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...