โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

OpenAI ตั้งสำนักงานใหญ่ในวอชิงตัน ดี.ซี. รุกลึกนโยบายรัฐ ดัน AI สู่เวทีการเมือง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 22 ก.ค. 2568 เวลา 08.31 น. • เผยแพร่ 22 ก.ค. 2568 เวลา 01.31 น.

OpenAI เตรียมเปิดสำนักงานถาวรแห่งแรกในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ต้นปีหน้า สะท้อนความมุ่งมั่นสานสัมพันธ์กับรัฐบาลและฝ่ายนิติบัญญัติของสหรัฐ พร้อมเปิดพื้นที่ทดลองเทคโนโลยี AI กับภาครัฐและภาคสังคม

วันที่ 22 กรกฎาคม 2568 เวลา 04.00 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า OpenAI ประกาศเมื่อวันจันทร์ว่า บริษัทจะเปิด สำนักงานแห่งแรกในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ในช่วงต้นปีหน้า ซึ่งถือเป็นสัญญาณล่าสุดที่แสดงให้เห็นว่า OpenAIต้องการกระชับความสัมพันธ์กับฝ่ายนิติบัญญัติและหน่วยงานกำกับดูแลในสหรัฐให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

โฆษกของOpenAI ระบุว่า สำนักงานดังกล่าวจะเป็นที่ตั้งถาวรของพนักงานประจำในกรุงวอชิงตันราว 30 คน ซึ่งก่อนหน้านี้ทำงานอยู่ในพื้นที่สำนักงานแบบแชร์ (co-working space) มานานกว่า 1 ปี

Sam Altman ซีอีโอของ OpenAIมีกำหนดจะกล่าวสุนทรพจน์ในงานประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve) ที่จัดขึ้นในกรุงวอชิงตันในวันอังคารนี้

เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา OpenAIได้เปิดตัวบริการใหม่ชื่อ “OpenAI for Government” และเปิดเผยว่า ได้รับสัญญาว่าจ้างจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐ (Department of Defense) มูลค่าสูงสุดถึง 200 ล้านดอลลาร์

สำนักงาน D.C. นี้จะบริหารงานโดย Chan Park หัวหน้าฝ่ายกิจการระหว่างประเทศของOpenAI สำหรับสหรัฐฯและแคนาดา ร่วมกับ Joe Larson ซึ่งจะเข้ารับตำแหน่งรองประธานฝ่ายธุรกิจภาครัฐในปลายเดือนนี้

นอกจากนี้ Ronnie Chatterji หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของบริษัท จะร่วมทำงานที่สำนักงานแห่งนี้อย่างสม่ำเสมอเช่นกัน

ภายในสำนักงานจะมีห้องปฏิบัติการชื่อว่า “The Workshop” ซึ่งจะเปิดให้ ผู้นำองค์กรไม่แสวงหากำไร ผู้กำหนดนโยบาย และนักการศึกษา ได้ทดลองใช้งานเทคโนโลยีของOpenAI โดยพื้นที่นี้จะใช้สำหรับ สาธิตเทคโนโลยีใหม่ จัดอบรม และสร้างเวทีความร่วมมือระหว่างผู้เชี่ยวชาญ จากหลากหลายภาคส่วน

OpenAIซึ่งมีมูลค่ากิจการสูงถึง 300,000 ล้านดอลลาร์ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ปัจจุบันมีสำนักงานอยู่ใน ซานฟรานซิสโก นิวยอร์ก ซีแอตเทิล ลอนดอน ปารีส โตเกียว และสิงคโปร์

อ้างอิง : cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...