โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

เปิดนาทีกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้ายตำรวจจนต้องวิ่งหนีตาย

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 03 พ.ย. 2567 เวลา 13.28 น. • เผยแพร่ 03 พ.ย. 2567 เวลา 13.28 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

จากกรณี พ.ต.อ.อดิเรก ทองแกมแก้ว ผกก.สภ.บางแก้ว สั่งไล่ล่าตัวกลุ่มวัยรุ่นเจ้าถิ่น ที่ก่อเหตุรุมทำร้าย ร้อยตำรวจเอกชุดควบคุมฝูงชนกองกำกับการอารักขา ภายในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ตำบลบางแก้ว อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 2 พฤศจิกายน 2567

(3 พ.ย. 67) ความคืบหน้า ทีมข่าวได้ลงพื้นที่เกิดเหตุหลังร้อยตำรวจเอกชุดควบคุมฝูงชนกองกำกับการอารักขา ที่ถูกกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ ได้เดินทางมาเอารถที่จอดทิ้งไว้ในปั๊มน้ำมันดังกล่าว

โดยภาพจากกล้องวงจรปิด สามารถจับภาพ ร้อยตำรวจเอกชุดควบคุมฝูงชนกองกำกับการอารักขา (คนเจ็บ) กำลังยืนคุยอยู่กับ คนที่มารถจักรยานยนต์จำนวน 2 คัน คน 4 คน ภายในปั๊มน้ำมันดังกล่าว สักพักใหญ่ ก่อนที่ผู้หญิงเสื้อแดงจะเดินแยกตัวออกมาคุยโทรศัพท์ ก่อนจะมีชาย 2 คน เดินตามมาทีหลัง ต่อมาได้มีรถยนต์เก๋ง สีดำ ขับเข้ามาจอดต่อท้ายรถคนเจ็บ ก่อนที่คนในรถ 2 คน จะเปิดประตูลงมาจากรถ และ 3 คนที่เดินแยกไปคุยก็เดินกลับมา

สักพักได้มีรถยนต์กระบะ สีขาว ขับมาจอดบริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ ก่อนที่ชาย 3 คน หญิง 1 คน จะเดินลงจากรถกระบะตรงไปหาคนเจ็บพูดคุยกันอยู่พักใหญ่ เหมือนจะแยกย้ายกัน แต่คนเจ็บก็ยังเดินคุยอยู่กับคนขับรถเก๋งสีดำ ก่อนที่คนเจ็บจะโดนรุมทำร้าย จนต้องวิ่งหนี กลุ่มผู้ก่อเหตุก็วิ่งไล่ตาม ก่อนไปสักพัก กลุ่มผู้ก่อเหตุก็เดินกลับมาขึ้นรถแล้วก็แยกย้ายกันออกไป

จากการสอบถาม ร้อยตำรวจเอกชุดควบคุมฝูงชนกองกำกับการอารักขา (คนเจ็บ) เล่าว่า มีรถจอดอยู่คันหนึ่ง แล้วมีรถหรือรถพ่วงขับผ่านมา ตนขับเลี้ยวซ้ายเข้ามาจากซอยบางนาตราด ตอนนั้นตอนตีไฟเลี้ยวซ้ายแล้วเบรกกะว่าให้รถคันนั้นไปก่อน เพราะกลัวจะเฉี่ยวชนกัน หลังจากนั้นมีรถมาชนท้ายตน เลยนัดมาเคลียร์กันตรงที่เกิดเหตุ ตอนนั้นตนได้ยินเขาบอกว่าจะเรียกพี่มาตนก็ไม่ได้คิดอะไร และไม่ได้มีปากเสียงอะไรกัน ตนเลยไม่ทันได้ระวังตัว จากนั้นมีคนลงมาแล้วถามตนว่า “จะไถเงินเหรอ” ตอนนั้นตนได้โทรเรียกประกัน แต่เขาหาว่าตนจะไถเงินเด็ก ตนเลยชี้รอยให้ดู แต่เขาบอกว่าไม่ใช่คิดว่าน่าจะเป็นที่พักเท้า ตนไม่ได้มีเบาะแสอะไรเลยทะเบียนรถที่ขับชนรถตน

หลังจากนั้นตนได้เอามือถือไปถ่ายรถของคนที่ทำท่าเหมือนนักเลง เขาเข้ามาประชิดตัวตนก็ยกมือกัน เขาพูดกับตนว่า “ถ้าถ่ายรูปไปเผยแพร่อาจจะโดนฟ้องได้” สักพักเขาเหมือนทำท่าไปหยิบของในรถ แล้วเขาก็เดินเข้ามาหา ตนเห็นท่าไม่ดีก็เลยถอย ไปเจอทางตันก็เลยวิ่งไปอีกฝั่ง เขาก็ยังวิ่งตามมาทำร้ายตอนนั้นตนล้มก็โดนรุม ตนก็พยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นมา แล้วหาคนช่วย มีผู้ชายประมาณ 6 คน ผู้หญิงประมาณ 4 คน รวมเป็น 10 คน ยืนล้อมตนหมดเลย ตอนที่รถชนหลัง แล้วเขาโทรหาหาพี่ จากนั้นประมาณ 10 นาที ไม่เกิน 15 นาที ตนมีบาดแผลถลอกตามร่างกายและมีโนที่คิ้ว และมีใต้ตาที่ม่วง เขาไม่มีอาวุธแต่เป็นการรุม ตอนนี้ตนแจ้งความไว้ที่ สภ.บางแก้ว

ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สภ.บางแก้ว ได้เชิญกลุ่มผู้ที่ก่อเหตุทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ตำรวจมาสอบปากคำ ซึ่งในตอนเกิดเหตุมีผู้ก่อเหตุ 10 คน แต่ที่มาให้สอบปากคำในวันนี้มีเพียง 6 คนเท่านั้น เบื้องต้นทั้ง 2 ฝ่ายไม่ขอเจรจายอมความใด ๆ ขอใช้สิทธิ์ในชั้นศาลทั้ง 2 ฝ่าย

โดยช่วงหนึ่งผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสพูดคุยกับหนึ่งในคนที่เป็นผู้ขับขี่รถคันดังกล่าวและเกิดการเฉี่ยวชนกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้ข้อมูลว่า ช่วงก่อนเกิดอุบัติเหตุได้ขับรถเข้ามาในซอยวัดปลัดเปรียงตามปกติ ในช่วงก่อนที่จะถึงปั๊มน้ำมันที่เกิดเหตุตนได้มีการหักหลบรถจนไปเฉี่ยวกับรถนายตำรวจดังกล่าว จึงได้ลงมาพูดคุยกันซึ่งตำรวจนายนั้นบอกว่าตนเองเฉี่ยวกับให้รถเกิดรอยขูดบริเวณเหนือฝาถังน้ำมัน แต่เท่าที่ตนรู้สึกขณะที่รถเฉี่ยวกัน มีเพียงรองเท้าเท่านั้นที่ไปโดนรถคันดังกล่าว และรองเท้าก็ไม่ได้สูงขนาดที่จะไปขูดที่บริเวณเหนือฝาถังน้ำมันได้ หลังจากพูดคุยได้เพียงเท่านั้น ทางผู้ปกครองของเด็กก็มาห้ามไม่ให้ผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์อีก

ซึ่งหลังจากการสอบปากคำนานกว่า 2 ชั่วโมง ทั้งผู้ปกครองและเด็กได้เดินออกมาจากห้องสืบสวน ผู้สื่อข่าวจึงเข้าไปสอบถามถึงเรื่องราวดังกล่าวว่าเป็นมาอย่างไร หรืออยากจะชี้แจ้งอะไรหรือไม่ ทางผู้ปกครองยืนยันว่า ไม่มีอะไรที่ต้องชี้แจง เพราะตนเองไม่ได้เป็นฝ่ายผิด แถมตำรวจยังมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมมีลักษณะของการข่มขู่ด้วย และตนไม่สะดวกที่จะให้ข่าวอะไรแล้ว ให้ไปว่ากันที่ศาล ก่อนจะเดินขึ้นรถและขับรถออกไป

หลังจากนั้นผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสพูดคุยกับนายตำรวจรายดังกล่าวอีกครั้ง โดยเจ้าตัวยืนยันว่าตนเองไม่มีการไปข่มขู่คู่กรณีอย่างแน่นอน ตนไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องไปข่มขู่ด้วย เพราะตนเป็นฝ่ายถูกเฉี่ยวชน และถูกทำร้ายร่างกาย ซึ่งมีหลักฐานปรากฏตามกล้องวงจรปิด ภายหลังการเฉี่ยวชนนั้นเราได้มีการนัดเจรจากันที่ปั๊มที่เกิดเหตุ ในช่วงที่พูดคุยฝั่งคู่กรณีมีลักษณะ วิธีการพูดคุยด้วยอารมณ์รุนแรง กล่าวหาว่าตนเองรีดทรัพย์ ในขณะเดียวกัน รถของคู่กรณีนั้นไม่มีป้ายทะเบียนทำให้ตนตัดสินใจนำมือถือขึ้นมาถ่ายคลิปไว้เพื่อเป็นหลักฐาน แต่ดูเหมือนฝั่งคู่กรณีจะไม่พอใจ และบอกว่าจะเดินไปเอาของในรถ (ซึ่งในตอนนั้นไม่รู้ว่าของที่คู่กรณีไปเอา คืออะไรจึงเข้าใจว่าเป็นอาวุธ) หลังจากที่คู่กรณีเดินกลับมา ก็ได้มีการผลักเข้ามาที่หน้าอกของตน ตนจึงใช้แขนดันกลับไป สร้างความไม่พอใจให้คู่กรณีหลังจากนั้นจึงเกิดเหตุชุลมุนขึ้นตามภาพกล้องวงจรปิด

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหากับฝ่ายใด ต้องรอพยานหลักฐาน และการตรวจพิสูจน์ของเจ้าหน้าที่ทั้งในคดีจราจร และคดีทำร้ายร่างกายเนื่องจากทั้งสองฝ่ายให้ข้อมูลไม่ตรงกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...