โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'สวยงามแต่เสียงแตก' Street Art เมืองลพบุรี กับกรณีวิวาทะเรื่องศิลปะบนท้องถนน

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 24 ธ.ค. 2567 เวลา 02.23 น. • เผยแพร่ 24 ธ.ค. 2567 เวลา 02.23 น.

Agora | กฤตภาศ ศักดิษฐานนท์

วิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

www.facebook.com/bintokrit

‘สวยงามแต่เสียงแตก’

Street Art เมืองลพบุรี

กับกรณีวิวาทะเรื่องศิลปะบนท้องถนน

เมืองลพบุรีกลับมาเป็นที่สนใจในพื้นที่สื่ออีกครั้งหลังจากการปรากฏโฉมของ street art บนพื้นถนนที่ย่านเมืองเก่าลพบุรี

เริ่มจากจุดแรกที่ “แยกเซ่งเฮง” ตรงข้าม “วังนารายณ์” หรือพระนารายณ์ราชนิเวศน์ ซึ่งเป็นโซนเศรษฐกิจเก่าแก่

เป็นศูนย์กลางทางการค้าและการท่องเที่ยวที่สำคัญของเมืองลพบุรี

นอกจากนี้ ยังเป็นพื้นที่ซึ่งมีความพลุกพล่านที่สุดในระหว่างการจัดงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราชหรือที่ชาวลพบุรีเรียกว่า “งานวัง”

ต่อมาได้ขยับมาทำ ณ จุดที่สอง ณ บริเวณแยกปรางค์แขก ก่อนที่จะกระเถิบไปทำอีกในจุดต่อไปบนถนนข้างพระปรางค์สามยอด

นอกเหนือจาก 3 จุดนี้แล้ว ยังมีโครงการไปทำยังจุดไหนอีกหรือไม่นั้นยังไม่มีการระบุ

กิจกรรมศิลปะข้างถนนหรือที่เรียกกันว่า “สตรีตอาร์ต” (street art) เป็นกิจกรรมทางศิลปะที่ได้รับความนิยมมากในช่วงหลายปีมานี้ เฉพาะปีนี้ปีเดียวมีกิจกรรรม street art ใหญ่ๆ เกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกันอย่างน้อย 2 ที่ คือ อ.เมือง จ.นครราชสีมา และ อ.เมือง จ.ลพบุรี หลังจากที่เมื่อไม่กี่เดือนก่อนหน้าก็เพิ่งมีการจัดขึ้นที่ อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี ไปหมาดๆ

และหากย้อนเวลาออกไปอีกสักเล็กน้อยผมเองก็เพิ่งระดมสมัครพรรคพวกและชักชวนเครือข่ายต่างๆ ออกมาทำโครงการ “พระพุทธบาทสตรีตอาร์ต” ด้วยเช่นกัน ในพื้นที่ 14 จุดทั่วเมืองพระพุทธบาท เนื่องในวาระโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 400 ปี วัดพระพุทธบาท สระบุรี

ซึ่งผู้สนใจสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ในบทความเรื่อง “พระพุทธบาทสตรีตอาร์ต โครงการต้นแบบการกระจายอำนาจปกครองไปสู่ท้องถิ่น” ทางลิงก์ https://www.matichonweekly.com/column/article_681574 และ “พระพุทธบาทสตรีตอาร์ต ก้าวแรกสู่ 400 ปี พระพุทธบาท สระบุรี” ตามลิงก์ https://www.matichonweekly.com/column/article_736410

จะเห็นได้ว่าทิศทางการปลุกเมืองให้มีชีวิตชีวาและฟื้นคืนชีพได้อย่างรวดเร็วในปัจจุบันมีทิศทางเป็นลักษณะของการระดมผู้คนมาทำ street art

จนอาจเรียกได้ว่าเป็นกระแสที่เกิดขึ้นในท้องถิ่นต่างๆ ทั่วประเทศ

อย่างไรก็ตาม สำหรับกรณีล่าสุดที่ลพบุรี ดูเหมือนจะมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างไปจากพื้นที่อื่นหลายประการ ดังนี้

(1) street art ที่ลพบุรีไม่ได้ทำบนผนังกำแพงหรืออาคารต่างๆ เหมือนจังหวัดอื่นๆ หากแต่ยังลงไปทำบนพื้นผิวถนนอีกด้วย

การที่ลงไปวาดภาพที่มีสีสันสดใสในพื้นผิวการจราจรนี้เป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้โครงการที่ลพบุรีมีความแปลกฉีกแนวมาจากจังหวัดอื่นซึ่งอาศัยผนังอาคารและกำแพงต่างๆ เป็นหลัก ที่เห็นได้ชัดเจนคือ นครราชสีมา ซึ่งรวบรวมศิลปินมาจากทั่วทุกสารทิศเป็นจำนวนมากเข้ามาทำงานในพื้นที่ โดยกระจายจุดวาดออกไปของใครของมัน

แต่ละภาพก็ได้รับเสียงชื่นชมมากน้อยต่างกันไปตามสไตล์ของศิลปิน ซึ่งต่อให้ภาพใดไม่โดนใจคนท้องถิ่นมากนักก็แทบไม่มีดราม่าตามมาให้วุ่นวาย เพราะทุกภาพล้วนแล้วแต่อยู่ในที่ทางซึ่งไม่กระทบต่อการเดินทางและไม่เป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตของใครเลย

(ดูตัวอย่างได้ตามลิงก์ https://www.facebook.com/KoratPress/posts/pfbid0LnjQ7NeDL9NDUiB9NbrsjAwXSc8YnDfdQF6m7wcvEzTTAKGzrRwveeydEMN536dSl)

(2) street art ที่ลพบุรี ไม่ได้ทำลงบนพื้นผิวถนนคนเดินเหมือนกิจกรรม Bangkok Car Free Day 2024 บนถนนบรรทัดทองเมื่อช่วงกันยายน 2567 ที่ผ่านมา ทว่า ลงมาทำบนพื้นถนนที่มีการสัญจรของรถราต่างๆ อย่างเต็มรูปแบบ

และการที่โครงการของลพบุรีตามหลังบรรทัดทองมาไม่นานก็คาดว่าคงได้รับอิทธิพลจากความสำเร็จของโครงการที่บรรทัดทองมาไม่มากก็น้อย

อย่างไรก็ตาม อย่าลืมว่าโครงการที่บรรทัดทองนั้นเป็นการทำบนถนนคนเดิน ตามนโยบาย Car Free Day ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อลดการใช้รถ และจูงใจให้ผู้คนหันมาเดินและใช้ชีวิตในที่สาธารณะกันมากขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์ทั้งในทางการค้า ร่างกาย และจิตใจ

ต่างกับโครงการที่ลพบุรีซึ่งแม้จะวาดภาพบนพื้นผิวถนนเหมือนกัน แต่โดยดั้งเดิมแล้วถนนเส้นนี้เป็นทางคมนาคมหลักในเมือง ซึ่งเต็มไปด้วยยานพาหนะมากมายที่วิ่งกันขวักไขว่

เมื่อประกอบเข้ากับสัญญาณไฟจราจรที่ยังคงมีปัญหาอยู่บ้าง และการสัญจรที่ยังไม่ราบรื่นเต็มที่ ก็ทำให้งานศิลปะที่เกิดขึ้นกลายเป็นอุปสรรคสำหรับผู้ใช้ถนน สุ่มเสี่ยงต่ออันตรายที่เกิดขึ้นตามมาอยู่พอสมควร

ในด้านที่เป็นการสร้างกระแสและกระตุ้นการท่องเที่ยวนั้นอาจประสบความสำเร็จ

แต่ในอีกด้านหนึ่งกลับไปทำให้การคมนาคมที่สะดวกและปลอดภัยอันเป็นวัตถุประสงค์หลักมีน้อยลงหรือไม่ ประเด็นนี้กลายเป็นคำถามที่ดังระงมอยู่ทั่วโซเชียลมีเดีย

เช่น ในลิงก์ https://www.facebook.com/honestjobdone/posts/pfbid0dULGKmxJqzf6Q4gsMFeq8ApKqGdyFVNZNLKvHepqPNUGmoyuPkvLnMVDPv5BgFJFl

(3) street art ที่ลพบุรีอยู่ท่ามกลางโบราณสถานน้อยใหญ่มากมายที่มีอายุตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักพันปี ซึ่งแต่ละหลังต่างก็มีรูปแบบเฉพาะทางสถาปัตยกรรมที่แตกต่างไปจากอาคารบ้านเรือนทั่วไปแบบคนละโลก ทำให้การรังสรรค์งานศิลปะใดๆ จำเป็นต้องพิจารณาความเข้ากันได้กับโบราณสถานที่มีมาก่อนด้วย

งานศิลปะที่วาดมาใหม่อาจดูสดใสสวยงามก็จริง ทว่า หลายคนมองว่าอยู่ผิดที่

งานศิลปะแบบการ์ตูนฟรุ้งฟริ้งเช่นนี้น่าจะอยู่ในรั้วโรงเรียนหรือสนามเด็กเล่น เสียมากกว่าอยู่เคียงข้างปรางค์แขก วังนารายณ์ รวมทั้งพระปรางค์สามยอดและศาลพระกาฬซึ่งจะเป็นคิวถัดไป

(จุดที่พระปรางค์สามยอดจะขยับขึ้นมาวาดบนฟุตบาท ตามลิงก์ https://www.facebook.com/raoruklopburi/posts/pfbid02ruKxQBaZUb8ZHf4P9tQUUcceevB6e3pKJMVsTFcsn1iDPKCyutWdn2tYmYSPMNFEl)

การวางองค์ประกอบทางศิลปะที่สมดุลและกลมกลืนกับพื้นที่จึงควรอาศัย “มืออาชีพ” หรือ “ผู้เชี่ยวชาญ” ทางภูมิสถาปัตย์เสียมากกว่าคิดเองทำเองจากคนทั่วไปที่ไม่สันทัดเรื่องศิลปะ และหากเปิดให้มีกระบวนการประชาพิจารณ์ก็ยิ่งดี แม้ว่าอาจทำให้การทำงานล่าช้าไม่ทันใจไปบ้างก็ตาม

ท้ายที่สุดการที่ได้ดำเนินการไปแล้วแต่ข้อถกเถียงยังไม่ยุติหรือตกผลึกอย่างเต็มที่ก็ทำให้เสียงที่หน้างานเงียบสงบราวกับว่าทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันทั้งหมด

แต่นำมาสู่การวิวาทะกันอย่างเผ็ดร้อนในพื้นที่อื่นแทนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในโซเชียลมีเดียต่างๆ กลายเป็นปรากฏการณ์ “สวยงามแต่เสียงแตก”

เช่นในลิงก์ https://www.facebook.com/raoruklopburi/posts/pfbid02h5aXk6mS1Vwh2Nmbjai9DBKsz4x4j1QL4WxqkL2sKjFv8ooF6B7Dn3YNHbNowfbul และ https://www.facebook.com/UnseenThailand/posts/pfbid0oAezPK5s2C4aqTAoCPfuU9BMP7ofpyt9usuuP2BxoAKf8wRoywwPn7qAfgrFuk7nl เป็นต้น

(4) street art ที่ลพบุรีเป็นการลงสีบนพื้นถนนอย่างถาวร ไม่ได้เป็นการสร้างงานศิลปะบนผิวถนนเป็นการชั่วคราวเหมือนกิจกรรมที่ถนนบรรทัดทอง

นอกจากนี้ ที่บรรทัดทองยังเป็นพื้นที่ซึ่งมีเอกชนเป็นเจ้าของเข้ามาบริหารจัดการอย่างชัดเจน มีขอบเขตจำกัด ไม่ใช่พื้นที่สาธารณะของภาครัฐ 100% แบบลพบุรี คืองานที่บรรทัดทองอยู่ในรั้วของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

แต่ลพบุรีนั้นเป็นพื้นที่เมืองภายใต้การบริหารของเทศบาลเมืองลพบุรี ธรรมชาติของพื้นที่จึงต่างกัน

ที่สำคัญคือเมื่อเสร็จสิ้นกิจกรรมแล้ว งานศิลปะส่วนใหญ่ที่บรรทัดทองจะถูกลบออก

ส่วนที่ลพบุรีนั้นเป็นการสร้างแบบถาวร ข้อถกเถียงของลพบุรีจึงดำเนินต่อไป ในขณะที่บรรทัดทองไม่มี เพราะไม่ว่าจะชอบหรือไม่มันก็ยุติลงไปเมื่อกิจกรรมผ่านพ้น เหลือไว้เพียงแต่ชิ้นงานถาวรทั้งที่เป็นจิตรกรรมบนผนังอาคาร และประติมากรรมตามจุดต่างๆ ซึ่งดำเนินการแล้วเสร็จมาก่อนหน้านี้นานแล้ว ตั้งแต่โครงการ Chula Art Town ภาพรวมของการพัฒนาพื้นที่บรรทัดทองจึงเป็นการพัฒนาต่อเนื่องมาจาก Chula Art Town ซึ่งเป็นโครงการศิลปะเดิม และโครงการ Dragon Town ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์

ในขณะที่ลพบุรีนั้นต่อเนื่องมาจากการชุบชีวิตเมืองเก่า ฟื้นฟูเศรษฐกิจขึ้นมาใหม่หลังการอพยพลิงออกนอกพื้นที่ รวมทั้งการนำสายไฟลงดินเมื่อไม่นานมานี้ด้วย ทั้งสองกรณีจึงมีที่มาที่แตกต่างกัน

การที่โครงการ street art ที่ลพบุรี มีลักษณะเฉพาะที่ไม่เหมือนที่อื่นนี้เองทำให้เกิดเสียงตอบรับที่ตามมาทั้งทางบวกและลบ มีทั้งดอกไม้และก้อนอิฐ มีทั้งเสียงชื่นชมและเสียงวิจารณ์ ซึ่งเป็นบทเรียนให้กับพื้นที่อื่นต่อไปในอนาคตว่าหากต้องการดำเนินโครงการในลักษณะเดียวกันจะต้องพิจารณาถึงแง่มุมไหนบ้าง เพื่อให้การพัฒนาที่เกิดขึ้นได้รับการตอบรับจากทุกฝ่ายมากที่สุด และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อท้องถิ่น

นอกจากนี้ ยังเป็นการป้องกันปัญหาที่อาจตามมาในภายหลังซึ่งบางครั้งสร้างความยุ่งยากมากขึ้นกว่าเดิม

ดังนั้น กรณีตัวอย่างการสร้าง street art ที่ลพบุรี จึงมีคุณูปการต่อการเรียนรู้ปัญหาล่วงหน้าให้กับท้องที่อื่นในทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน รวมทั้งภาคประชาชนด้วย

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘สวยงามแต่เสียงแตก’ Street Art เมืองลพบุรี กับกรณีวิวาทะเรื่องศิลปะบนท้องถนน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...