'สวยงามแต่เสียงแตก' Street Art เมืองลพบุรี กับกรณีวิวาทะเรื่องศิลปะบนท้องถนน
Agora | กฤตภาศ ศักดิษฐานนท์
วิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
www.facebook.com/bintokrit
‘สวยงามแต่เสียงแตก’
Street Art เมืองลพบุรี
กับกรณีวิวาทะเรื่องศิลปะบนท้องถนน
เมืองลพบุรีกลับมาเป็นที่สนใจในพื้นที่สื่ออีกครั้งหลังจากการปรากฏโฉมของ street art บนพื้นถนนที่ย่านเมืองเก่าลพบุรี
เริ่มจากจุดแรกที่ “แยกเซ่งเฮง” ตรงข้าม “วังนารายณ์” หรือพระนารายณ์ราชนิเวศน์ ซึ่งเป็นโซนเศรษฐกิจเก่าแก่
เป็นศูนย์กลางทางการค้าและการท่องเที่ยวที่สำคัญของเมืองลพบุรี
นอกจากนี้ ยังเป็นพื้นที่ซึ่งมีความพลุกพล่านที่สุดในระหว่างการจัดงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราชหรือที่ชาวลพบุรีเรียกว่า “งานวัง”
ต่อมาได้ขยับมาทำ ณ จุดที่สอง ณ บริเวณแยกปรางค์แขก ก่อนที่จะกระเถิบไปทำอีกในจุดต่อไปบนถนนข้างพระปรางค์สามยอด
นอกเหนือจาก 3 จุดนี้แล้ว ยังมีโครงการไปทำยังจุดไหนอีกหรือไม่นั้นยังไม่มีการระบุ
กิจกรรมศิลปะข้างถนนหรือที่เรียกกันว่า “สตรีตอาร์ต” (street art) เป็นกิจกรรมทางศิลปะที่ได้รับความนิยมมากในช่วงหลายปีมานี้ เฉพาะปีนี้ปีเดียวมีกิจกรรรม street art ใหญ่ๆ เกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกันอย่างน้อย 2 ที่ คือ อ.เมือง จ.นครราชสีมา และ อ.เมือง จ.ลพบุรี หลังจากที่เมื่อไม่กี่เดือนก่อนหน้าก็เพิ่งมีการจัดขึ้นที่ อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี ไปหมาดๆ
และหากย้อนเวลาออกไปอีกสักเล็กน้อยผมเองก็เพิ่งระดมสมัครพรรคพวกและชักชวนเครือข่ายต่างๆ ออกมาทำโครงการ “พระพุทธบาทสตรีตอาร์ต” ด้วยเช่นกัน ในพื้นที่ 14 จุดทั่วเมืองพระพุทธบาท เนื่องในวาระโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 400 ปี วัดพระพุทธบาท สระบุรี
ซึ่งผู้สนใจสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ในบทความเรื่อง “พระพุทธบาทสตรีตอาร์ต โครงการต้นแบบการกระจายอำนาจปกครองไปสู่ท้องถิ่น” ทางลิงก์ https://www.matichonweekly.com/column/article_681574 และ “พระพุทธบาทสตรีตอาร์ต ก้าวแรกสู่ 400 ปี พระพุทธบาท สระบุรี” ตามลิงก์ https://www.matichonweekly.com/column/article_736410
จะเห็นได้ว่าทิศทางการปลุกเมืองให้มีชีวิตชีวาและฟื้นคืนชีพได้อย่างรวดเร็วในปัจจุบันมีทิศทางเป็นลักษณะของการระดมผู้คนมาทำ street art
จนอาจเรียกได้ว่าเป็นกระแสที่เกิดขึ้นในท้องถิ่นต่างๆ ทั่วประเทศ
อย่างไรก็ตาม สำหรับกรณีล่าสุดที่ลพบุรี ดูเหมือนจะมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างไปจากพื้นที่อื่นหลายประการ ดังนี้
(1) street art ที่ลพบุรีไม่ได้ทำบนผนังกำแพงหรืออาคารต่างๆ เหมือนจังหวัดอื่นๆ หากแต่ยังลงไปทำบนพื้นผิวถนนอีกด้วย
การที่ลงไปวาดภาพที่มีสีสันสดใสในพื้นผิวการจราจรนี้เป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้โครงการที่ลพบุรีมีความแปลกฉีกแนวมาจากจังหวัดอื่นซึ่งอาศัยผนังอาคารและกำแพงต่างๆ เป็นหลัก ที่เห็นได้ชัดเจนคือ นครราชสีมา ซึ่งรวบรวมศิลปินมาจากทั่วทุกสารทิศเป็นจำนวนมากเข้ามาทำงานในพื้นที่ โดยกระจายจุดวาดออกไปของใครของมัน
แต่ละภาพก็ได้รับเสียงชื่นชมมากน้อยต่างกันไปตามสไตล์ของศิลปิน ซึ่งต่อให้ภาพใดไม่โดนใจคนท้องถิ่นมากนักก็แทบไม่มีดราม่าตามมาให้วุ่นวาย เพราะทุกภาพล้วนแล้วแต่อยู่ในที่ทางซึ่งไม่กระทบต่อการเดินทางและไม่เป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตของใครเลย
(ดูตัวอย่างได้ตามลิงก์ https://www.facebook.com/KoratPress/posts/pfbid0LnjQ7NeDL9NDUiB9NbrsjAwXSc8YnDfdQF6m7wcvEzTTAKGzrRwveeydEMN536dSl)
(2) street art ที่ลพบุรี ไม่ได้ทำลงบนพื้นผิวถนนคนเดินเหมือนกิจกรรม Bangkok Car Free Day 2024 บนถนนบรรทัดทองเมื่อช่วงกันยายน 2567 ที่ผ่านมา ทว่า ลงมาทำบนพื้นถนนที่มีการสัญจรของรถราต่างๆ อย่างเต็มรูปแบบ
และการที่โครงการของลพบุรีตามหลังบรรทัดทองมาไม่นานก็คาดว่าคงได้รับอิทธิพลจากความสำเร็จของโครงการที่บรรทัดทองมาไม่มากก็น้อย
อย่างไรก็ตาม อย่าลืมว่าโครงการที่บรรทัดทองนั้นเป็นการทำบนถนนคนเดิน ตามนโยบาย Car Free Day ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อลดการใช้รถ และจูงใจให้ผู้คนหันมาเดินและใช้ชีวิตในที่สาธารณะกันมากขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์ทั้งในทางการค้า ร่างกาย และจิตใจ
ต่างกับโครงการที่ลพบุรีซึ่งแม้จะวาดภาพบนพื้นผิวถนนเหมือนกัน แต่โดยดั้งเดิมแล้วถนนเส้นนี้เป็นทางคมนาคมหลักในเมือง ซึ่งเต็มไปด้วยยานพาหนะมากมายที่วิ่งกันขวักไขว่
เมื่อประกอบเข้ากับสัญญาณไฟจราจรที่ยังคงมีปัญหาอยู่บ้าง และการสัญจรที่ยังไม่ราบรื่นเต็มที่ ก็ทำให้งานศิลปะที่เกิดขึ้นกลายเป็นอุปสรรคสำหรับผู้ใช้ถนน สุ่มเสี่ยงต่ออันตรายที่เกิดขึ้นตามมาอยู่พอสมควร
ในด้านที่เป็นการสร้างกระแสและกระตุ้นการท่องเที่ยวนั้นอาจประสบความสำเร็จ
แต่ในอีกด้านหนึ่งกลับไปทำให้การคมนาคมที่สะดวกและปลอดภัยอันเป็นวัตถุประสงค์หลักมีน้อยลงหรือไม่ ประเด็นนี้กลายเป็นคำถามที่ดังระงมอยู่ทั่วโซเชียลมีเดีย
เช่น ในลิงก์ https://www.facebook.com/honestjobdone/posts/pfbid0dULGKmxJqzf6Q4gsMFeq8ApKqGdyFVNZNLKvHepqPNUGmoyuPkvLnMVDPv5BgFJFl
(3) street art ที่ลพบุรีอยู่ท่ามกลางโบราณสถานน้อยใหญ่มากมายที่มีอายุตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักพันปี ซึ่งแต่ละหลังต่างก็มีรูปแบบเฉพาะทางสถาปัตยกรรมที่แตกต่างไปจากอาคารบ้านเรือนทั่วไปแบบคนละโลก ทำให้การรังสรรค์งานศิลปะใดๆ จำเป็นต้องพิจารณาความเข้ากันได้กับโบราณสถานที่มีมาก่อนด้วย
งานศิลปะที่วาดมาใหม่อาจดูสดใสสวยงามก็จริง ทว่า หลายคนมองว่าอยู่ผิดที่
งานศิลปะแบบการ์ตูนฟรุ้งฟริ้งเช่นนี้น่าจะอยู่ในรั้วโรงเรียนหรือสนามเด็กเล่น เสียมากกว่าอยู่เคียงข้างปรางค์แขก วังนารายณ์ รวมทั้งพระปรางค์สามยอดและศาลพระกาฬซึ่งจะเป็นคิวถัดไป
(จุดที่พระปรางค์สามยอดจะขยับขึ้นมาวาดบนฟุตบาท ตามลิงก์ https://www.facebook.com/raoruklopburi/posts/pfbid02ruKxQBaZUb8ZHf4P9tQUUcceevB6e3pKJMVsTFcsn1iDPKCyutWdn2tYmYSPMNFEl)
การวางองค์ประกอบทางศิลปะที่สมดุลและกลมกลืนกับพื้นที่จึงควรอาศัย “มืออาชีพ” หรือ “ผู้เชี่ยวชาญ” ทางภูมิสถาปัตย์เสียมากกว่าคิดเองทำเองจากคนทั่วไปที่ไม่สันทัดเรื่องศิลปะ และหากเปิดให้มีกระบวนการประชาพิจารณ์ก็ยิ่งดี แม้ว่าอาจทำให้การทำงานล่าช้าไม่ทันใจไปบ้างก็ตาม
ท้ายที่สุดการที่ได้ดำเนินการไปแล้วแต่ข้อถกเถียงยังไม่ยุติหรือตกผลึกอย่างเต็มที่ก็ทำให้เสียงที่หน้างานเงียบสงบราวกับว่าทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันทั้งหมด
แต่นำมาสู่การวิวาทะกันอย่างเผ็ดร้อนในพื้นที่อื่นแทนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในโซเชียลมีเดียต่างๆ กลายเป็นปรากฏการณ์ “สวยงามแต่เสียงแตก”
เช่นในลิงก์ https://www.facebook.com/raoruklopburi/posts/pfbid02h5aXk6mS1Vwh2Nmbjai9DBKsz4x4j1QL4WxqkL2sKjFv8ooF6B7Dn3YNHbNowfbul และ https://www.facebook.com/UnseenThailand/posts/pfbid0oAezPK5s2C4aqTAoCPfuU9BMP7ofpyt9usuuP2BxoAKf8wRoywwPn7qAfgrFuk7nl เป็นต้น
(4) street art ที่ลพบุรีเป็นการลงสีบนพื้นถนนอย่างถาวร ไม่ได้เป็นการสร้างงานศิลปะบนผิวถนนเป็นการชั่วคราวเหมือนกิจกรรมที่ถนนบรรทัดทอง
นอกจากนี้ ที่บรรทัดทองยังเป็นพื้นที่ซึ่งมีเอกชนเป็นเจ้าของเข้ามาบริหารจัดการอย่างชัดเจน มีขอบเขตจำกัด ไม่ใช่พื้นที่สาธารณะของภาครัฐ 100% แบบลพบุรี คืองานที่บรรทัดทองอยู่ในรั้วของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
แต่ลพบุรีนั้นเป็นพื้นที่เมืองภายใต้การบริหารของเทศบาลเมืองลพบุรี ธรรมชาติของพื้นที่จึงต่างกัน
ที่สำคัญคือเมื่อเสร็จสิ้นกิจกรรมแล้ว งานศิลปะส่วนใหญ่ที่บรรทัดทองจะถูกลบออก
ส่วนที่ลพบุรีนั้นเป็นการสร้างแบบถาวร ข้อถกเถียงของลพบุรีจึงดำเนินต่อไป ในขณะที่บรรทัดทองไม่มี เพราะไม่ว่าจะชอบหรือไม่มันก็ยุติลงไปเมื่อกิจกรรมผ่านพ้น เหลือไว้เพียงแต่ชิ้นงานถาวรทั้งที่เป็นจิตรกรรมบนผนังอาคาร และประติมากรรมตามจุดต่างๆ ซึ่งดำเนินการแล้วเสร็จมาก่อนหน้านี้นานแล้ว ตั้งแต่โครงการ Chula Art Town ภาพรวมของการพัฒนาพื้นที่บรรทัดทองจึงเป็นการพัฒนาต่อเนื่องมาจาก Chula Art Town ซึ่งเป็นโครงการศิลปะเดิม และโครงการ Dragon Town ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์
ในขณะที่ลพบุรีนั้นต่อเนื่องมาจากการชุบชีวิตเมืองเก่า ฟื้นฟูเศรษฐกิจขึ้นมาใหม่หลังการอพยพลิงออกนอกพื้นที่ รวมทั้งการนำสายไฟลงดินเมื่อไม่นานมานี้ด้วย ทั้งสองกรณีจึงมีที่มาที่แตกต่างกัน
การที่โครงการ street art ที่ลพบุรี มีลักษณะเฉพาะที่ไม่เหมือนที่อื่นนี้เองทำให้เกิดเสียงตอบรับที่ตามมาทั้งทางบวกและลบ มีทั้งดอกไม้และก้อนอิฐ มีทั้งเสียงชื่นชมและเสียงวิจารณ์ ซึ่งเป็นบทเรียนให้กับพื้นที่อื่นต่อไปในอนาคตว่าหากต้องการดำเนินโครงการในลักษณะเดียวกันจะต้องพิจารณาถึงแง่มุมไหนบ้าง เพื่อให้การพัฒนาที่เกิดขึ้นได้รับการตอบรับจากทุกฝ่ายมากที่สุด และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อท้องถิ่น
นอกจากนี้ ยังเป็นการป้องกันปัญหาที่อาจตามมาในภายหลังซึ่งบางครั้งสร้างความยุ่งยากมากขึ้นกว่าเดิม
ดังนั้น กรณีตัวอย่างการสร้าง street art ที่ลพบุรี จึงมีคุณูปการต่อการเรียนรู้ปัญหาล่วงหน้าให้กับท้องที่อื่นในทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน รวมทั้งภาคประชาชนด้วย
https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘สวยงามแต่เสียงแตก’ Street Art เมืองลพบุรี กับกรณีวิวาทะเรื่องศิลปะบนท้องถนน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com