“ES-WDEQ” กระจายลงทุน “หุ้นตลาดพัฒนา” ทั่วโลก... ตอบโจทย์ “ความมั่งคั่ง” ระยะยาว !!!
กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง “กองทุนติดดาว” กองทุนที่ได้เรทติ้ง “Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง’(Risk-adjusted returns)ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง “Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก
ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม “Global Equity” ที่มีจุดเด่นเน้นลงทุนใน “หุ้น” ที่ให้ผลตอบแทนใกล้เคียงดัชนี“MSCI WORLD NET TOTAL RETURN” ซึ่งกระจายการลงทุนในหุ้นของกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว
เพราะการลงทุนไปใน “หุ้นโลก” มีการกระจายความเสี่ยงและยังให้ผลตอบแทนที่ดี ในช่วง 10 ปี ที่ผ่านมากลุ่ม “กองหุ้นโลก” ทำผลตอบแทนได้เฉลี่ย +4.19% ต่อปี ซึ่งถือว่าไม่น้อยเช่นกัน
ปัจจุบัน “หุ้นโลก” ในภาพรวมอาจจะดู “แพง” ไปบ้าง โดยมี Forward 12m P/E 18.6 เท่าสูงกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปี ที่ 16.2 เท่า แต่คาดกำไรบจ.ในปีหน้ายังโตได้ 10% ก็ยังสนับสนุนหุ้นโลกได้เช่นกัน (ที่มา: Bloomberg, วันที่ 13 ธ.ค. 24)
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มี “กองทุนหุ้นโลก” ที่น่าสนใจ ดีกรี “กองทุน 5 ดาว” จากทาง “Morningstar”** มาฝากกัน
“ES-WDEQ” ร่วมเติบโตไปกับ “หุ้นตลาดพัฒนาแล้ว” ทั่วโลก
สำหรับกองทุนรวมที่คัดมาแนะนำกันในครั้งนี้ มีชื่อว่า “ES-WDEQ: กองทุนเปิดอีสท์สปริง World Equity Index” บริหารจัดการโดย ‘บลจ.อีสท์สปริง’ มีความเสี่ยง “ระดับ 6” (เสี่ยงสูง) ก่อตั้งเมื่อวันที่ 9 ส.ค. 2550 มีนโยบายลงทุน “หุ้น” ที่ให้ผลตอบแทนใกล้เคียงดัชนี“MSCI WORLD NET TOTAL RETURN” ซึ่งกระจายการลงทุนในหุ้นของกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว ผ่านกองทุนหลัก ‘Amundi MSCI World II UCITS ETF’ บริหารจัดการโดย Amundi Asset Management
หน้าตาพอร์ต…สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นคุณค่า” และ “หุ้นเติบโต”
จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของกอง ‘‘ES-WDEQ’’ มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นขนาดใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง“หุ้นคุณค่า” (Value) และ “หุ้นเติบโต” (Growth) เป็นสำคัญ
สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ข้อมูล ณ วันที่ 30 พ.ย. 24) นั้น พบว่า 5 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ลงทุนมากสุด ประกอบด้วย
Information Technology 25.17%
Financials 16.35%
Industrials 11.00%
Health Care 10.77%
Consumer Discretionary 10.58%
“โดยหุ้นที่กองทุนหลักลงทุนมากสุด 5อันดับแรกนั้น เป็นหุ้นในกลุ่ม 7 นางฟ้าที่นักลงทุนรู้จักกันดี ได้แก่ 1) APPLE 5.00%,2) NVIDIA 4.65%,3) MICROSOFT 4.18%,4) AMAZON.COM 2.72% และ5) META PLATFORMS 1.74% ตามลำดับ”
“ด้านผลการดำเนินงานของกองทุน ‘ES-WDEQ’ ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ต.ค. 24) เฉลี่ยอยู่ที่ 5.61%ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 7.32% ต่อปี) ขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินงานเฉลี่ยอยู่ที่ 18.75% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 18.26% ต่อปี) อย่างไรก็ดีในช่วง 5 ปีย้อนหลังกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -30.23%”
เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” เพียง 1 บาท
สำหรับผู้ลงทุนที่อยากจะลงทุนในกองทุนดังกล่าวก็สามารถลงทุนเริ่มต้นได้โดยด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำทั้งใน “การซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” ที่ 1 บาท ส่วนมูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนอยู่ที่ 1 บาท โดยยอดคงเหลือขั้นต่ำไม่มีกำหนดไว้แต่ประการใด โดยการขายคืนจะได้รับเงินค่าขายคืนภายใน 3 วัน ทำการนับจากวันที่ขาย (T+3)
ส่วนรายละเอียดการซื้อขายในปัจจุบันสามารถทำได้ง่ายๆ โดยผ่านทั้งช่องทางออฟไลน์ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) ทุกสาขาและตัวแทนสนับสนุนการซื้อขายหน่วยลงทุนอื่นๆ ที่บริษัทหลักทรัพย์จัดกองทุน อีสท์สปริง จำกัด แต่งตั้งขึ้น หรือช่องทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ https://www.eastspring.co.th และโมบายแอพพลิเคชั่น ttb touch
สำหรับใครที่มองหาโอกาสการลงทุนที่ค่อนข้างเซฟ ด้วยการกระจายไปยัง “หุ้นตลาดพัฒนาแล้ว” ทั่วโลก ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะเป็นตลาดที่มีหุ้นชั้นนำระดับโลก ที่มีรายได้จากทั่วโลกอยู่เป็นจำนวนมากนั่นเอง
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน