โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาหาร

ผัก 4 ชนิด เต็มไปด้วยสารพิษ ไม่ช่วยบำรุงร่างกาย แถมดึงโรคเข้าตัว แต่หลายคนกลับไม่รู้

สยามนิวส์

เผยแพร่ 17 ธ.ค. 2567 เวลา 01.35 น. • สยามนิวส์
ผัก 4 ชนิด เต็มไปด้วยสารพิษ ไม่ช่วยบำรุงร่างกาย แถมดึงโรคเข้าตัว แต่หลายคนกลับไม่รู้

การรับประทานอาหารที่สมดุลและดีต่อสุขภาพจะขาดผักและผักชนิดต่างๆ ไปไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ผักทุกชนิดหรือวิธีการปรุงผักทุกแบบจะดีต่อสุขภาพ ในความเป็นจริง มีผัก 4 ชนิดที่เต็มไปด้วยสารพิษ กินเข้าไปไม่เพียงแต่ไม่เกิดประโยชน์อะไร แต่ยัง 'นำโรคมาสู่ตัว' อีกด้วย เช่น

1. ถั่วงอกที่ไม่มีราก

แม้ว่าถั่วงอกที่ไม่มีรากจะดูขาวอวบ สดใส และน่ารับประทาน แถมยังมีราคาถูกกว่า แต่ก็ไม่ดีต่อสุขภาพ หากคุณรับประทานมากเกินไปในคราวเดียวหรือรับประทานเป็นประจำ อาจเป็นอันตรายต่ออวัยวะภายในหลายส่วนและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งได้

เนื่องจากถั่วงอกประเภทนี้ถูกปลูกโดยการแช่น้ำและใช้สารเร่งการเจริญเติบโต ทำให้สามารถเก็บเกี่ยวได้ในเวลาอันสั้น แม้จะสร้างผลกำไรมหาศาลให้กับผู้ผลิต แต่ในกระบวนการนี้ ถั่วงอกจะดูดซับสารพิษและได้รับสารเคมีเร่งการเจริญเติบโตมากเกินไป ซึ่งอาจทำให้เกิดการกลายพันธุ์ของเซลล์ได้

2. มะเขือเทศดิบหรือมะเขือเทศที่ยังไม่สุกเต็มที่

มะเขือเทศสุกมีคุณค่าทางโภชนาการสูงมาก แต่ในทางตรงกันข้าม มะเขือเทศที่ยังดิบหรือไม่สุกเต็มที่กลับเป็นอันตรายต่อสุขภาพ เนื่องจากมะเขือเทศดิบมีสาร 'อัลคาลอยด์' จำนวนมาก โดยเฉพาะสารพิษที่ชื่อว่า โซลานีน ซึ่งส่งผลเสียต่ออวัยวะภายใน โดยเฉพาะตับและกระเพาะอาหาร หากบริโภคเป็นเวลานานจะทำให้การทำงานของอวัยวะเหล่านี้เสื่อมลง และอาจนำไปสู่โรคมะเร็งหลายชนิด

การรับประทานมะเขือเทศดิบยังเสี่ยงต่อการเกิดพิษ เนื่องจากมีสารโซลานีนและโทมาติดีน หากกินในปริมาณเล็กน้อยอาจทำให้เกิดความรู้สึกไม่สบาย แต่หากกินบ่อยครั้งหรือรับประทานในปริมาณมากในคราวเดียว อาจทำให้เกิดอาการเป็นพิษที่รุนแรงได้ อาการของการเป็นพิษจากมะเขือเทศดิบ ได้แก่ คลื่นไส้ อาเจียน น้ำลายไหล อ่อนแรง เหนื่อยล้า และอาการอื่น ๆ อีกมากมาย ในกรณีรุนแรงอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ อย่างไรก็ตาม สารพิษเหล่านี้จะค่อย ๆ ลดลงและหายไปเมื่อมะเขือเทศสุกเต็มที่เป็นสีแดง

3. ขิงเน่า แม้เพียงเล็กน้อย

ขิงที่เน่าเสียจะสร้างสารพิษที่ชื่อว่า ซาฟรอล ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะทำให้เซลล์เนื้อเยื่อต่าง ๆ เสื่อมสภาพและเกิดการเน่าตาย ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งตับและมะเร็งหลอดอาหาร

ดังนั้น หากขิงมีรอยช้ำหรือเน่า แม้จะเป็นเพียงส่วนเล็กน้อย ก็ควรทิ้งไปทันที อย่าเสียดายเพราะอาจนำโรคร้ายมาสู่ร่างกาย นอกจากนี้ การตัดเฉพาะส่วนที่เสียออกแล้วใช้ส่วนที่ดูสดอยู่ก็ไม่ปลอดภัย เนื่องจากมีการศึกษาพบว่า เมื่อขิงเริ่มเน่า สารพิษ ชิคิมอล ที่มีอยู่ในขิงจะแพร่กระจายไปทั่วทั้งหัว ไม่ใช่เฉพาะส่วนที่เน่าเท่านั้น จึงไม่สามารถกำจัดสารพิษได้หมด

4. มันฝรั่งเปลี่ยนเป็นสีเขียว หรือเริ่มงอก

อย่าเสียดายที่กินมันฝรั่งที่มีจุดสีเขียวหรือเริ่มงอก เพราะในช่วงนี้แป้งในมันฝรั่งจะเปลี่ยนเป็นสารโซลานีนและชาโคนีน-อัลฟา ซึ่งเป็นสารพิษที่สามารถทำให้เกิดอาการพิษได้ สารพิษเหล่านี้จะสะสมอยู่ในบริเวณที่เปลี่ยนเป็นสีเขียวและบริเวณที่งอกของมันฝรั่ง และกระจายไปทั่วทั้งหัวมันฝรั่ง แม้จะตัดส่วนที่งอกออกและปรุงสุกแล้วก็ไม่สามารถขจัดสารพิษเหล่านี้ได้ทั้งหมด

หากรับประทานในปริมาณน้อย สารพิษจากมันฝรั่งที่เริ่มงอกหรือเปลี่ยนเป็นสีเขียวอาจทำให้เกิดปัญหาทางเดินอาหารเล็กน้อย เช่น ปวดท้อง อาเจียน และท้องเสีย

แต่หากรับประทานมากขึ้น อาจเกิดปัญหาทางระบบประสาทและปัญหาทางเดินอาหารที่รุนแรง เช่น อาการเบลอ ท้องเสียรุนแรง ขยายรูม่านตา มีไข้เป็นพัก ๆ ภาพหลอน ปวดหัว ช็อก อุณหภูมิร่างกายต่ำลง อัมพาต ช้า หายใจลำบาก ความดันเลือดต่ำ ภาวะหัวใจล้มเหลว หรือหายใจล้มเหลว และหากหญิงตั้งครรภ์รับประทานเข้าไปอาจทำให้เกิดความผิดปกติของทารกในครรภ์ได้

ข้อมูลจาก kenh14

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...