หนุ่มถูกเซลส์ศูนย์รถยี่ห้อดังโกงเงินดาวน์กว่า 1 แสน ยัน ขอเงินคืน ไม่อยากซื้อรถศูนย์นี้แล้ว
หนุ่มถูกเซลส์ศูนย์รถยี่ห้อดังโกงเงินดาวน์กว่า 1 แสน ยัน ขอเงินคืน ไม่อยากซื้อรถศูนย์นี้แล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีนายณัฐปภัสร์ อัครมณตรีกุล หรือมาย อายุ 26 ปี หนุ่มชาวจังหวัดนครราชสีมา ได้โพสต์เรื่องราวในเฟซบุ๊กส่วนตัว แจ้งเตือนภัยว่า ถูกเซลส์โกงเงินดาวน์ไป ทำให้ไม่สามารถออกรถยนต์ที่จะซื้อได้ (อ่านข่าว กับศูนย์ก็ไม่รอด! หนุ่มดาวน์รถ แต่ไม่ได้รถ เหตุเซลส์เชิดเงินหนี ปัดตามคืนเอาเอง)
ล่าสุดวันนี้ (28 สิงหาคม 2565) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านของเหยื่อเซลส์รายนี้ ที่ ต.หัวทะเล อ.เมือง จ.นครราชสีมา พบกับนายณัฐปภัสร์ อัครมณตรีกุล หรือมาย อายุ 26 ปี หนุ่มชาวจังหวัดนครราชสีมา ผู้เสียหาย ได้รับการเปิดเผยว่า
ตนเองสนใจที่จะซื้อรถยนต์รุ่นนี้อยู่แล้ว จึงได้ติดต่อพี่ที่รู้จักกัน ซึ่งเคยซื้อรถกับศูนย์แห่งนี้มาก่อนแล้ว จึงได้ติดต่อกับ น.ส.ธนลักษณ์ เครือพิมาย อายุ 44 ปี ซึ่งเป็นเซลส์ในศูนย์รถยี่ห้อดัง ที่อยู่ริมถนนมิตรภาพ บริเวณตลาดแค อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา ให้นำรถมาให้ตนทดลองขับ เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 65 ที่ผ่านมา หลังจากนั้นก็ได้ตกลงจองรถในวันนั้นเลย เนื่องจากเห็นว่าเซลส์คนนี้เป็นพนักงานของโชว์รูมศูนย์แห่งนั้นจริงๆ
ต่อมาก็ได้เดินเรื่องเอกสารต่างๆ ยื่นไฟแนนซ์จนผ่าน แต่ต้องมีการโอนเงินค่าอุปกรณ์ตกแต่งรถคนละครึ่งกับเซลส์ โดยให้โอนไปก่อน 22,000 บาท แล้วค่อยหักเงินดาวน์อีกที โดยในส่วนของเงินดาวน์ ศูนย์แจ้งว่าเหลือรถอยู่คันสุดท้าย ถ้าอยากได้ต้องโอนเงินมาจองไว้ก่อน 10,000 บาท ด้วยความที่ตนเองมีแผนที่จะไปเที่ยวประเทศ สปป.ลาวกับครอบครัว จึงได้โอนเงินจองไปให้ จำนวน 10,000 บาท พร้อมกับเงินดาวน์อีก จำนวน 77,000 บาท รวมทั้งสิ้นเป็นเงิน 109,000 บาท
หลังจากนั้นเซลส์ก็อัพเดตการตกแต่งรถให้ดูตลอด และเมื่อถึงวันรับรถในวันที่ 24 ก.ค. 65 ตนเองก็ได้เดินทางไปรับรถตามเวลาที่ได้ดูฤกษ์ไว้ เวลา 09.00 น. ปรากฏว่าทางศูนย์ฯ แจ้งว่าไม่สามารถส่งรถให้ได้ เนื่องจากทางเซลส์ ยังไม่ได้นำเงินดาวน์มาให้ศูนย์ ตนเองจึงรู้สึกแปลกใจว่าตนเองโอนเงินให้เซลส์ของศูนย์แล้ว เหตุใดถึงไม่สามารถส่งมอบรถให้ตนเองได้ แม้ตนเองจะชี้แจงกับศูนย์แล้ว แต่ทางศูนย์ก็ไม่ได้มีการเดินเรื่องเพื่อที่จะช่วยเหลือให้ตนเองได้เงินคืนเลย ทั้งที่เซลส์คนดังกล่าว ก็เป็นพนักงานของศูนย์แห่งนี้อยู่ ซึ่งทางศูนย์ต้องรับผิดชอบ ต่อมาตนเองจึงได้ติดต่อเซลส์คนดังกล่าว เพื่อนำไปแจ้งความไว้ที่ สภ.โนนสูง จึงทราบว่าเซลส์คนดังกล่าวได้นำเงินที่ตนเองโอนให้ไปใช้หนี้นอกระบบรายวัน และเกิดปัญหาไม่สามารถหาเงินมาส่งให้ศูนย์ได้ โดยมีการขอประวิงเวลาเพื่อหาเงินมาคืนให้ ซึ่งไม่รู้ว่าอีกนานเพียงใด และไม่รู้ว่าจะได้เงินคืนหรือไม่ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย
ตนเองจึงได้นำเรื่องราวเหล่านี้ มาโพสต์ในโลกโซเชียล เพื่อให้ทางศูนย์ได้ออกมารับผิดชอบกับความเสียหายในครั้งนี้ด้วย ล่าสุดวันนี้ (28 ส.ค.) ทางศูนย์ฯ หลังจากทราบเรื่องว่าตนเองได้โพสต์ลงในโซเชียลจนกลายเป็นกระแสในสังคมออนไลน์ ก็ได้ติดต่อมาเพื่อยื่นข้อเสนอว่าจะนำรถมาให้ตนเอง แต่ขอให้ตนเองออกเงินค่าอุปกรณ์ตกแต่งให้ก่อน 20,000 บาท ซึ่งตอนนี้ตนเองไม่ได้ต้องการรถจากศูนย์แห่งนี้แล้ว เพราะตลอดระยะเวลาที่ตนเองเรียกร้องขอความช่วยเหลือมากว่า 1 เดือน ทางศูนย์ไม่เคยติดต่อมาที่ตนเองเลย ปล่อยให้ตนเองต่อสู้อยู่คนเดียว แต่พอเป็นกระแสสังคม ก็อยากนำรถมาให้ ซึ่งตอนนี้เสียความรู้สึกไปแล้ว จึงอยากได้เพียงเงินคืน และปล่อยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีกับเซลส์ และศูนย์ฯ ตามกฎหมายให้ถึงที่สุด