โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ความจริงเปลี่ยนมุมมอง ‘นักศึกษาไทย’ แสวงหาโอกาสสู่พานพบอนาคตในจีน

Xinhua

เผยแพร่ 30 พ.ย. 2564 เวลา 15.38 น.

ฉงชิ่ง, 30 พ.ย. (ซินหัว) -- ชณานุช หนูทอง หรือหลี่เฟย ยังคงจดจำเรื่องราวและความรู้สึกยามเยือนแผ่นดินจีนครั้งแรกได้เป็นอย่างดี ครานั้นเธอในสถานะนักศึกษาปริญญาตรี สาขาวิชาเอเชียศึกษา มหาวิทยาลัยศิลปากร เดินทางไปเป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยนที่มหาวิทยาลัยชิงเต่าในมณฑลซานตงนาน 4 เดือน

"ตอนนั้นได้ยินว่าห้องน้ำที่จีนไม่สะอาดและผู้คนพูดเสียงดัง ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้รู้สึกไม่ค่อยอยากมาจีนเท่าไร" ชญานุชเล่า "แต่พอมาถึงชิงเต่าแล้ว มันกลับไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย ชิงเต่าเป็นเมืองริมทะเลที่น่ารักมากๆ" และนั่นนำไปสู่การแสวงหาโอกาสมาจีนอีกครั้งในเวลาต่อมา

หลังจากเรียนจบปริญญาตรีในปี 2016 ชญานุชตัดสินใจยื่นขอทุนการศึกษาระดับปริญญาโทจากสามมหาวิทยาลัยในจีน ได้แก่ มหาวิทยาลัยหนานจิงในมณฑลเจียงซู มหาวิทยาลัยชิงเต่าในมณฑลซานตง และมหาวิทยาลัยซีหนานในนครฉงชิ่ง

"มีเพจนักศึกษาไทยในจีนบนเฟซบุ๊กที่บอกข้อมูลมหาวิทยาลัยมากมาย กระบวนการขอทุน วิธีที่จะช่วยให้ได้รับทุน" ชญานุญกล่าว พร้อมเสริมว่าพอเห็นบรรยากาศอันสวยงามของมหาวิทยาลัยซีหนานก็ตัดสินใจขอทุนฯ จากที่นี่ และได้รับการตอบกลับเร็วมาก

ขณะเดียวกันชญานุญยังได้รับทุนการศึกษาผู้ว่าการเทศบาลนครฉงชิ่ง ซึ่งไม่เพียงช่วยลดค่าเล่าเรียน แต่ยังให้เงินใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเดือนละหลายร้อยหยวน โดยช่วงชีวิตสามปีในฉงชิ่ง เธอประทับใจระบบขนส่งสาธารณะของที่นี่มาก โดยเฉพาะรถไฟใต้ดินที่ตรงเวลา ไม่เหมือนที่ไทย

ชญานุญรู้สึกว่านับวันฉงชิ่งและไทยยิ่งใกล้ชิดกันมากขึ้น อย่างที่มหาวิทยาลัยซีหนานมีนักศึกษาไทยมาเรียนปีละหลายร้อยคน ส่วนที่มหาวิทยาลัยภาษาต่างประเทศซื่อชวนก็มีสาขาวิชาภาษาไทย และคนฉงชิ่งก็ชอบอาหารไทยมาก โดยร้านอาหารไทยแห่งหนึ่งขายดีมาก ไม่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดแม้แต่น้อย

"คนไทยที่เคยมาฉงชิ่งพอกลับไปแล้วก็มักบอกต่อกันว่าดี และมีเขียนโพสต์รีวิวบนอินเทอร์เน็ตด้วย สถานที่ในฉงชิ่งที่คนคุ้นหูคุ้นตาคืออู่หลงเพราะเป็นฉากอยู่ในภาพยนตร์เรื่องทรานส์ฟอรเมอร์ส รวมถึงแหล่งชอปปิงที่หลายคนประทับใจเพราะมีแบรนด์ที่ไม่มีขายในไทย"

ชญานุชเรียนจบปริญญาโทด้านตัวอักษรจีนโบราณในปี 2019 และเข้าทำงานที่สถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู ในมณฑลซื่อชวน (เสฉวน) ก่อนจะเปลี่ยนงานและลงเอยที่การเป็นอาจารย์ภาษาไทยประจำมหาวิทยาลัยภาษาต่างประเทศซื่อชวนในฉงชิ่งเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

การงานที่เปลี่ยนแปลงไปไม่เพียงเป็นสิ่งแปลกใหม่ในชีวิต แต่ยังมาพร้อมหน้าที่ความรับผิดชอบ โดยชญานุญมักไปกินข้าวที่โรงอาหารของมหาวิทยาลัยฯ เพื่อจะได้มีเวลาเตรียมการสอนเพิ่มขึ้น ซึ่งเธอเล่าติดตลกว่าน่าจะมีแค่เธอและเพื่อนอาจารย์ชาวไทยอีกคนที่เป็นอาจารย์ต่างชาติที่ใช้บริการโรงอาหาร

ปัจจุบันชญานุญมีความสุขกับการทำงานอย่างมาก และรับรู้ได้ว่าเหล่านักศึกษาชาวจีนสนใจเกี่ยวกับประเทศไทยอย่างยิ่ง โดยไม่ใช่แค่ตั้งใจเรียนภาษาไทยอย่างมากเท่านั้น แต่ยังชอบฟังเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับชีวิตประจำวันในเมืองไทยด้วย

ชญานุญทิ้งท้ายด้วยเรื่องน่าประทับใจอีกเรื่องหนึ่งว่าอันที่จริงแล้ว เธอมีฝาแฝดที่เคยมาเรียนคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ต้าเหลียนในมณฑลเหลียวหนิงด้วย โดยตอนนี้ฝาแฝดของเธอทำงานเป็นทันตแพทย์อยู่ไทยแล้ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...