โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไทยปักธงบูม PCB ติดท็อป 5 โลก เร่งขับเคลื่อนลงทุน 2 แสนล้าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 30 ส.ค. 2567 เวลา 13.54 น. • เผยแพร่ 31 ส.ค. 2567 เวลา 00.22 น.

รัฐเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจโครงสร้าง บูมอุตสาหกรรมแผ่นวงจร ปักธงดันไทยสู่ฐานผลิต 1 ใน 5 ของโลก “บีโอไอ” ชี้ PCB โตก้าวกระโดด จีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น ฮ่องกง ยื่นขอลงทุนรวม 2 แสนล้าน 151 โครงการ 7 เดือนแรกขอลงทุนเฉียด 5 หมื่นล้าน ตลาดทั่วโลกโตพรวด 3 ล้านล้าน อว.เร่งอัพสกิล-รีสกิล สร้างแรงงานทักษะสูง-ซัพพลายเชนรองรับ รวมถึงการจ้างงานครั้งใหญ่ในอนาคต

อุตสาหกรรมแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ หรือ PCB (Printed Circuit Board) ถือเป็นหัวใจสำคัญของการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีสารสนเทศ และอุตสาหกรรมแขนงสำคัญของประเทศไทย ที่เป็นฐานประกอบและเชื่อมต่อวงจรไฟฟ้าของอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ บอร์ดประมวลผลในรถยนต์ (ECU) อุปกรณ์ทางการแพทย์ AI Server และอุปกรณ์รับส่งสัญญาณผ่านดาวเทียม ซึ่งรัฐบาลต้องเร่งพัฒนาสร้างรายได้เข้าประเทศ

บีโอไอหนุน PCB

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะเซมิคอนดักเตอร์ และ PCB มีแนวโน้มย้ายฐานการผลิตครั้งใหญ่มาที่ไทย ด้วยศักยภาพของไทยที่มีความพร้อมทุกด้าน ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน บุคลากรทักษะสูง และห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่ง ทำให้ประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นจุดหมายของการลงทุน

ช่วง 7 เดือนแรก (มกราคม-กรกฎาคม 2567) การขอรับการส่งเสริมการลงทุนในกิจการผลิต PCB มี 43 โครงการ เงินลงทุนรวม 48,000 ล้านบาท จากภาพรวมการขอบีโอไอกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า มูลค่า 160,270 ล้านบาท

หากนับรวมตั้งแต่ปี 2561 ถึงเดือนกรกฎาคม 2567 มีการขอรับการส่งเสริมในกิจการผลิต PCB รวม 151 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวมกว่า 2 แสนล้านบาท โดยปี 2566 เพียงปีเดียว มีมูลค่าเงินลงทุนกว่า 1 แสนล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนของบริษัทชั้นนำจากจีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น และฮ่องกง

ขณะนี้เป็นห้วงเวลาสำคัญของการสร้างฐานการผลิตอุตสาหกรรม PCB ในไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน บีโอไอจึงได้ปรับปรุงมาตรการส่งเสริมการลงทุน โดยขยายขอบเขตการส่งเสริมกลุ่มอุตสาหกรรม PCB แบบครบวงจร ครอบคลุมทั้ง Supply Chain รวมถึงการผนึกกำลังกับกระทรวง อว. ในการเร่งพัฒนาบุคลากรรองรับอุตสาหกรรม PCB อีกทั้งจับมือภาคเอกชน เพื่อสร้างการเชื่อมโยงภายในอุตสาหกรรม และสร้างโอกาสทางธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการไทยในการผลิตชิ้นส่วนและวัตถุดิบส่งให้กับบริษัทผู้ผลิต PCB เหล่านี้ด้วย

สำหรับมาตรการส่งเสริมการลงทุน PCB ที่ประชุมบอร์ดบีโอไอ เมื่อวันที่ 28 มี.ค. 2567 ได้เห็นชอบให้เพิ่มเติมบัญชีประเภทกิจการที่ให้การส่งเสริมใน “กลุ่มแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (Printed Circuit Board : PCB)”นอกเหนือจากการส่งเสริมการผลิต PCB และ PCBA อยู่แล้ว ขยายให้ครอบคลุมกิจการสนับสนุนที่สำคัญในห่วงโซ่อุปทานของ PCB เพื่อรองรับกระแสการโยกย้ายฐานการผลิตครั้งใหญ่จากแรงกดดันของปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ของโลก ได้แก่

1.กิจการสนับสนุนการผลิต PCB ได้แก่ Lamination, Drilling, Plating และ Routing

2.กิจการผลิตวัตถุดิบสำคัญสำหรับการผลิต PCB ได้แก่ Copper Clad Laminate (CCL), Flexible CCL (FCCL) และ Prepreg และ

3.กิจการผลิตวัตถุดิบและวัสดุจำเป็นอื่น ๆ สำหรับการผลิต PCB เช่น Dry Film, Transfer Film, Backup Board

โดยจะได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร ยกเว้นอากรขาเข้าวัตถุดิบที่นำมาผลิตเพื่อส่งออก และยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุด 8 ปี โดยจำแนกตามความสำคัญของวัตถุดิบ เทคโนโลยี และขนาดการลงทุน

การเข้ามาลงทุนครั้งใหญ่ของกลุ่มผู้ผลิต PCB ในครั้งนี้ถือเป็นคลื่นการลงทุนไม่เพียงแต่จะสร้างเม็ดเงินมหาศาลเท่านั้น แต่จะช่วยยกระดับซัพพลายเชนเกิดการจ้างงานและพัฒนาบุคลากร

วางรากฐานสร้างคน

นอกจากนี้ยังได้ขยายขอบเขตการส่งเสริม PCB ให้ครบวงจร ครอบคลุมการผลิต PCB, PCBA, วัตถุดิบและชิ้นส่วน และบริการที่เกี่ยวข้องกับ PCB ทั้งร่วมมือกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และภาคเอกชน ช่วยจัดหาบุคลากรให้ผู้ผลิต PCB ผ่านกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ และโปรแกรมการพัฒนาเพื่อยกระดับทักษะให้ดีกว่าเดิม (Upskill) และการสร้างทักษะขึ้นมาใหม่ (Reskill) เพื่อผลักดันให้ไทยเป็นฐานการผลิตอิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำระดับโลก

“การเข้ามาลงทุนอย่างรวดเร็วของผู้ผลิต PCB ทำให้ไทยต้องรีบเตรียมความพร้อม เมื่อโรงงานเหล่านี้สร้างเสร็จและเริ่มผลิตใน 1-2 ปีนี้ โดยจะให้ความสำคัญกับการเตรียมเรื่องบุคลากร และซัพพลายเชน”

ที่ผ่านมาบีโอไอประกาศความเป็นผู้นำของไทย ในการเป็นฐานการผลิต PCB อันดับ 1 ของอาเซียน และติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลก ในการจัดงาน Thailand Electronics Circuit Asia หรือ THECA 2024 ที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความก้าวหน้าของ PCB ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่จะต่อยอดไปสู่อุตสาหกรรมเป้าหมาย ยานยนต์ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ คอมพิวเตอร์ เครื่องมือแพทย์ อุปกรณ์โทรคมนาคม ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์

พร้อมกันนี้ ประเทศไทยยังได้เป็นเจ้าภาพการจัดงานประชุมวงจรอิเล็กทรอนิกส์ระดับโลก ครั้งที่ 17 หรือ Electronic Circuits World Convention ในปี 2027 แสดงถึงศักยภาพและความพร้อมของประเทศไทย ในการเป็นผู้นำระดับแนวหน้าของอาเซียนในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างชัดเจน

ขอลง EEC 3 ราย

นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ. หรือ EEC) กล่าวว่า เดือนกรกฎาคม 2567 EEC ได้เดินทางไปพบนักลงทุนที่เขตบริหารพิเศษฮ่องกง สาธารณรัฐประชาชนจีน และลงนามหนังสือแสดงเจตจำนงกับเขตพัฒนาเศรษฐกิจกว่างโจว เพื่อร่วมส่งเสริมชักชวนนักลงทุนจีนของนครกว่างโจว มณฑลกวางตุ้ง เข้ามาลงทุนในพื้นที่อีอีซี โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะดึงการลงทุนจากผู้ผลิต PCB

และครั้งนี้มีบริษัทจีนยื่นหนังสือแสดงเจตจำนงการลงทุนกับ EEC จำนวน 3 ราย ซึ่ง 1 ใน 3 นี้ เป็น PCB และอยู่ในช่วงคัดเลือกสถานที่ตั้งโรงงานระดับพันล้านบาท

สตาร์สินค้าส่งออก

อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยอย่างมาก เป็นสินค้าส่งออกอันดับ 1 มีสัดส่วนถึง 1 ใน 4 ของการส่งออกทั้งประเทศ และเป็นอุตสาหกรรมที่ดึงดูดการลงทุน ช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มีคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนกว่า 535,000 ล้านบาท เฉพาะปี 2566 มีมูลค่าคำขอสูงถึง 334,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.5 เท่า เมื่อเทียบปี 2565 คิดเป็นสัดส่วน 40%

หากพิจารณาเฉพาะกลุ่ม PCB และ PCBA จะเห็นว่าการลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด จากมูลค่า 15,600 ล้านบาท ปี 2564 และ 15,900 ล้านบาท ปี 2565 เพิ่มเป็น 100,860 ล้านบาท ในปี 2566 และเติบโตต่อเนื่องในปี 2567 โดยช่วง 5 เดือนแรกของปี 2567 มีคำขอรับการส่งเสริม PCB และ PCBA จำนวน 27 โครงการ มูลค่ารวม 36,044 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนจากจีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น และฮ่องกง

“ถือเป็นช่วงสำคัญของการสร้างฐานการผลิตอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้ง PCB และ PCBA ในไทยให้เติบโต บีโอไอจึงปรับปรุงมาตรการส่งเสริมการลงทุน โดยขยายขอบเขตการส่งเสริมกลุ่มอุตสาหกรรม PCB แบบครบวงจร ครอบคลุมทั้ง Supply Chain รวมถึงผนึกกำลังกับภาคเอกชน เพื่อสร้างการเชื่อมโยงภายในอุตสาหกรรม และสร้างโอกาสทางธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการไทยในการผลิตชิ้นส่วนและวัตถุดิบส่งให้กับบริษัทผู้ผลิต PCB เหล่านี้ด้วย”

ขณะที่ นายพิธาน องค์โฆษิต นายกสมาคมแผ่นวงจรพิมพ์ไทย ให้ความเห็นก่อนหน้านี้ว่า การได้รับสนับสนุนจากบีโอไอ ทำให้ไทยได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการทั่วโลก ปัจจุบันแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ของไทยมีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 4% หากมีการเปิดโรงงานอีก 50 โรงงานตามที่ขอบีโอไอไว้ จะทำให้ส่วนแบ่งการตลาดของไทยโตได้ถึง 10% เป็นอันดับที่ 4 ของโลก รองจากจีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ซึ่งส่งผลดีต่อเศรษฐกิจภาพรวม ทั้งการสร้างอาชีพและการจ้างงานที่จะเพิ่มขึ้น 50,000-80,000 ตำแหน่งงาน

สำหรับตลาด PCB ทั่วโลกคาดว่าจะมีมูลค่า 3 ล้านล้านบาท (86.17 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ภายในปี 2026 โดยเติบโตเฉลี่ยปีละ 3.3% HDI PCBs มีอัตราการเติบโตสูงถึง 11.1% เนื่องจากมีขนาดเล็ก ประสิทธิภาพสูง และน้ำหนักเบา รวมทั้ง Flexible PCBs ก็กำลังเป็นที่ต้องการมากขึ้นในสินค้าเทคโนโลยีสวมใส่และอุปกรณ์อัจฉริยะ โดยคาดว่าตลาดจะมีมูลค่า 5.3 แสนล้านบาท (15.29 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในปี 2026

นายแคนิส ชุง นายกสมาคมแผ่นวงจรพิมพ์ฮ่องกง กล่าวว่า ผู้ประกอบการแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB และ PCBA) ทั่วโลก ให้ความสนใจและเชื่อมั่นในเอเชีย โดยเฉพาะประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างมาก PCB และ PCBA เป็นส่วนสำคัญสำหรับวัสดุพื้นฐานและผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด รวมทั้งเป็นแกนหลักในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ล้ำสมัยที่กำหนดอนาคตของโลก

ขณะนี้มีประเทศยืนยันเข้าร่วมจัดงานแล้ว ได้แก่ จีน ฮ่องกง ไต้หวัน เกาหลี ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ อินเดีย และเนเธอร์แลนด์

ทั้งนี้ สมาคมแผ่นวงจรพิมพ์ไทย ศูนย์เทคโนโลยีไมโครอิเล็กทรอนิกส์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร ได้ร่วมกันจัดตั้ง ศูนย์แผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ไทย (Thailand Electronics Circuit Center) เพื่อทำการวิจัยและพัฒนา สร้างห่วงโซ่อุปทานในประเทศ ผลิตต้นแบบแผงวงจรพิมพ์ พัฒนาบุคลากรและพัฒนาสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ภายในประเทศ

ทั่วโลกโต 3 ล้านล้าน

รายงานข่าวระบุว่า ผลศึกษาของบริษัทวิจัย เพรเซเดนซ์ รีเสิร์ช (Precedence Research) คาดว่า ตลาด PCB ทั่วโลกจะมีมูลค่า 91,790 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3,120,080 ล้านบาท) ในปีนี้ และจะเพิ่มเป็น 152,460 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 5,182,340 ล้านบาท) ภายในปี 2033 โดยมีอัตราการเติบโตแบบทบต้น 5.80% ต่อปี ในช่วงปี 2024-2033

ปัจจุบันภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกมีอำนาจเหนืออุตสาหกรรม PCB ทั้งแง่การผลิตและการใช้งาน โดยเป็นฐานการผลิตที่ครองส่วนแบ่งยอดขาย 47.14% ของยอดรวมทั้งอุตสาหกรรมเมื่อปีที่แล้ว

เนื่องจากมีผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์หรือชิปหลายรายอยู่ในภูมิภาคนี้ ความต้องการใช้งานแผงวงจรพิมพ์จึงมีมากขึ้น ทั้งยังได้แรงหนุนจากการใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะมากขึ้นในหลายประเทศ อาทิ จีน อินเดีย และญี่ปุ่น

ซึ่งปี 2023 ขนาดตลาด PCB ในเอเชีย-แปซิฟิกอยู่ที่ 40,900 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1,390,700 ล้านบาท) คาดว่าจะเพิ่มเป็น 73,940 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2,513,330 ล้านบาท) ในปี 2033 มีอัตราเติบโตแบบทบต้น 6.10% ต่อปี ในช่วงปี 2024-2033

อย่างไรก็ตาม แม้เอเชีย-แปซิฟิกจะเป็นผู้นำในแง่การผลิตและขนาดตลาด โดยมีจีนเป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออก PCB มากที่สุดในโลก แต่สหรัฐยังคงเป็นผู้นำในด้านเทคโนโลยี โดยการผลิตของสหรัฐเป็นการผลิต PCB ขั้นสูงที่ทำให้มีรายได้ต่อหน่วยการผลิตและอัตรากำไรสูงกว่าการผลิตของฝั่งเอเชีย

เมื่อเทียบตามภูมิภาคแล้ว อเมริกาเหนือครองส่วนแบ่งรายได้ 27.41% ของรายได้รวมในอุตสาหกรรม ขณะที่ผู้ผลิตในเอเชีย-แปซิฟิกที่ผลิตมากกว่ามีรายได้รวมกันแค่ 47.14% ซึ่งไทยยังส่งออกเป็นอันดับที่ 5 หรือ 6 ในปี 2022 และยังห่างชั้นจากอันดับ 4 อยู่มากพอสมควร

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ไทยปักธงบูม PCB ติดท็อป 5 โลก เร่งขับเคลื่อนลงทุน 2 แสนล้าน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...