“หมอลำ” บูมเงินสะพัด 6 พันล้าน แบรนด์แห่ลงทุน-หวังครองใจชาวอีสาน
MI GROUP เผย “หมอลำ” ฟีเวอร์ คนดูทะลัก 8.5 ล้านคนต่อปี แบรนด์แห่ลงทุน พร้อมแนะแบรนด์ควรคว้าโอกาสทองผ่าน 4 กลุ่มผู้ชมสายเปย์ ด้วยการใช้กลยุทธ์ Cultural Marketing เพื่อเจาะใจคนอีสาน โดยคาดสิ้นปีเม็ดเงินสะพัดแตะ 6 พันล้านบาท
นายภวัต เรืองเดชวรชัย ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท มีเดีย อินเทลลิเจนซ์ จำกัด หรือ MI GROUP เปิดเผยว่า ปัจจุบันภาพรวมอุตสาหกรรมความบันเทิงท้องถิ่น โดยเฉพาะหมอลำ กลับมาได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งเชิงคุณภาพ และเชิงปริมาณ
สะท้อนจากการลงทุนของคณะหมอลำในภาคอีสาน เพื่อปรับปรุงการผลิตโชว์ทั้งเครื่องแต่งกาย ไฟ เครื่องเสียง หวังเพิ่มความนิยม ซึ่งหลังจากปรับปรุงก็ส่งผลให้ปริมาณจำนวนงานจ้างเพิ่มขึ้น 40-45%, จำนวนผู้ชมเพิ่ม 30%, ปริมาณเงินที่ผู้ชมนำไปจับจ่ายซื้อสินค้าที่สปอนเซอร์ตั้งบูทจำหน่ายในงาน และอื่น ๆ เพิ่ม 40-50% และค่าบัตรผ่านหรือทำบุญ เพิ่มขึ้น 20-30% ขณะที่แบรนด์สปอนเซอร์ก็เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน
หมอลำเม็ดเงินสะพัด
ล่าสุด MI LEARN LAB หน่วยงานทำวิจัยทางการตลาด เสนอผลวิจัย ในหัวข้อ “การตลาดผ่านคอนเสิร์ตหมอลำ” เพื่อเข้าถึงกลุ่มคนในท้องถิ่นภาคอีสานมีตัวเลขสูงถึงกว่า 10 ล้านคน ทั้งผู้ที่ยังพำนักอาศัยอยู่ในท้องถิ่น และผู้ที่เดินทางไปทำงานต่างภูมิลำเนา ที่ให้ความสนใจและเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมความบันเทิงท้องถิ่น หรือ Local Culture & Entertainment Activations ทั้งการชมสดหน้างาน และผ่านช่องทางดิจิทัล
โดย MI LEARN LAB ลงพื้นที่สำรวจกลุ่มตัวอย่าง 614 คน อายุ 10-60 ปีขึ้นไป ในพื้นที่ภาคอีสาน 5 จังหวัด ได้แก่ อุดรธานี, ขอนแก่น, ร้อยเอ็ด, อุบลราชธานี และมหาสารคาม ช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม 2567 เพื่อศึกษาพฤติกรรมการดูคอนเสิร์ตหมอลำ พบว่า กลุ่มตัวอย่างในภาคอีสานประมาณ 78.8% เคยเข้าชมคอนเสิร์ตหมอลำทั้งหน้างานและออนไลน์ ส่วนจำนวนผู้เข้าชมเฉลี่ยต่องานอยู่ที่ 2,000 ถึง 6,000 คนต่อครั้ง ซึ่งในแต่ละปีจะมีการจัดคอนเสิร์ตหมอลำในภาคอีสานมากถึง 2,596 รอบการแสดง หรือคิดเป็นประมาณ 332 วัน และมีสายตาผู้ชม หรือ Eyeballs ตลอดทั้งปีสูงถึง 8,532,000 คน
ขณะเดียวกัน คาดการณ์ว่าค่าใช้จ่ายของผู้ชมจะมีมูลค่าสูงถึง 5,998.91 ล้านบาทในปี 2567 หรือเติบโตประมาณ 756% เมื่อเทียบกับช่วงโควิด-19 ที่มีมูลค่าอยู่ที่ 793.23 ล้านบาท และสูงกว่าก่อนโควิด ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 4,705.71 ล้านบาท ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าอุตสาหกรรมหมอลำยังสามารถเติบโตได้อีกมาก
แฟนเปย์สูงสุด 5 หมื่น/ครั้ง
ด้านนางสาววรินทร์ ทินประภา ประธานเจ้าหน้าที่เพื่อการเติบโตองค์กร MI GROUP กล่าวต่อว่า ขณะที่ในส่วนของกลุ่มผู้ชมหมอลำ จากผลวิจัยจะสามารถแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มตามลักษณะพฤติกรรมการเสพคอนเสิร์ตหมอลำ ดังนี้
1.กลุ่มแฟนคลับศิลปิน : กลุ่มที่ชื่นชอบหมอลำและมีความหลงใหลในตัวศิลปินหรือแดนเซอร์ของวงเป็นพิเศษ โดยจะมีพฤติกรรมมาถึงคอนเสิร์ตก่อนเวลาเริ่ม 2-3 ชั่วโมง เพื่อจองที่นั่งหน้าเวทีและนั่งอยู่จนจบ ซึ่งกลุ่มนี้จะใช้จ่ายค่าเดินทาง ค่าที่พัก ค่าพวงมาลัย และของต่าง ๆ เฉลี่ยต่องานอยู่ที่ 50,000 บาท
2.กลุ่มแฟนหมอลำ : กลุ่มที่สนใจในรายละเอียดของการแสดงหมอลำมากกว่าแค่ดูเพื่อความเพลิดเพลินหรือความบันเทิง โดยจะมีพฤติกรรมมาถึงคอนเสิร์ตก่อนเวลาเริ่มและอยู่รับชม 3-6 ชั่วโมง ซึ่งกลุ่มนี้จะมีการใช้จ่ายค่าเดินทางและค่าที่พักเฉลี่ยต่องานอยู่ที่ 5,000 บาท
3.กลุ่มเน้นสังสรรค์ : กลุ่มที่ชอบบรรยากาศของเพลงที่ครึกครื้นในงานหมอลำ โดยปกติกลุ่มนี้จะมีพฤติกรรมทยอยเข้างานตั้งแต่ช่วงคอนเสิร์ตเริ่มจนถึงเที่ยงคืน และจะเน้นอยู่พื้นที่รอบนอก ซึ่งกลุ่มนี้จะมีการใช้จ่ายค่าของกินและเครื่องดื่มในงานเฉลี่ยต่องานอยู่ที่ 100-1,000 บาท
4.กลุ่มรับชมความบันเทิง : กลุ่มที่อาศัยอยู่ใกล้บริเวณที่มีงานคอนเสิร์ตหมอลำ โดยจะมีพฤติกรรมมาเป็นครอบครัว และจะใช้เวลาอยู่ในงานไม่นาน ซึ่งกลุ่มนี้จะมีการใช้จ่ายค่าของกินในงานตามบูทกิจกรรมเฉลี่ยต่องานอยู่ที่ 100-500 บาท
จากพฤติกรรมของผู้ชมหมอลำทั้ง 4 กลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มแฟนคลับศิลปินและกลุ่มแฟนหมอลำ เป็นโอกาสให้แบรนด์ร่วมมือกับวงหมอลำหรือศิลปินออกผลิตภัณฑ์พิเศษสำหรับแฟน ๆ ภายในงาน เนื่องจาก 2 กลุ่มนี้มีกำลังจับจ่ายสูง พร้อมจะซื้อสินค้าเกี่ยวกับศิลปินที่ตนชื่นชอบ
ขณะที่กลุ่มเน้นสังสรรค์และกลุ่มรับชมความบันเทิง เป็นโอกาสให้แบรนด์ผลักดันชื่อหรือโลโก้ของแบรนด์ให้เป็นที่จดจำระหว่างกิจกรรม รวมถึงการตกแต่งบูท หรือมองหากิจกรรมที่เน้นย้ำการรับรู้เกี่ยวกับแบรนด์และผลิตภัณฑ์ เนื่องจาก 2 กลุ่มหลังนี้ชอบร่วมกิจกรรมกับแบรนด์ภายในงาน แต่การจดจำแบรนด์ไม่สูงหนัก
การตลาด Cultural Marketing
ขณะที่นางสาวเครือมาส สุริยา ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการตลาด MI GROUP กล่าวต่อว่า ผลวิจัยยังชี้ถึงโอกาสใช้ประโยชน์จากลักษณะเฉพาะของคอนเสิร์ตหมอลำ เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ในกลุ่มผู้บริโภค ซึ่งประกอบด้วย 4 กลยุทธ์ สำหรับ 4 เป้าหมายคือ
1.การจดจำแบรนด์ เนื่องจาก 68.7% ของผู้เข้าชมสามารถจดจำผู้สนับสนุนงานได้ ดังนั้นการติดตั้งป้าย Static การเอ่ยชื่อแบรนด์ในวิทยุชุมชน รถแห่ การบอกต่อ ป้ายกล่องไฟ หรือ Digital Screen จึงเป็นสิ่งสำคัญ
2.การมีส่วนร่วม : 31.3% เข้าร่วมกิจกรรมของแบรนด์ระหว่างงาน เช่น กิจกรรมแจกทองเปิดเพลง Tie-in สินค้า
3.สร้างโอกาสในการขาย : 12.6% ซื้อสินค้าของแบรนด์จากบูทในงาน เพราะฉะนั้นแบรนด์ควรจัดบูทกิจกรรม ร่วมกับการขายสินค้าที่เหมาะกับบรรยากาศงาน
4.การขยายการเข้าถึง : 54.7% เคยรับชมคอนเสิร์ตหมอลำผ่านการถ่ายทอดสดออนไลน์ ชี้ให้เห็นว่า โอกาสการเข้าถึงไม่เพียงเกิดขึ้น ณ ลานจัดงานเท่านั้น แต่แบรนด์สามารถสร้างการจดจำผ่านการรับชมออนไลน์ได้อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม จากการสนับสนุนกิจกรรมคอนเสิร์ตหมอลำ ทำให้เห็นว่าแบรนด์สามารถสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับผู้บริโภคได้ดี และในขณะเดียวกันยังสามารถส่งเสริมแบรนด์ในทุกขั้นตอนของ Brand Funnel ได้อีกด้วย
แต่สิ่งสำคัญในการที่แบรนด์จะเข้าถึงใจคนอีสานในยุคดิจิทัลผ่านคอนเสิร์ตหมอลำได้ รูปแบบการสื่อสารต้อง “เข้าใจง่าย จริงใจ ตรงไปตรงมา” ทั้งบนออนไลน์ ออฟไลน์ และใช้ความสนุกสนาน เป็นตัวเชื่อมในการสร้างประสบการณ์ร่วมกับแบรนด์ เพื่อให้แฟนด้อมหมอลำกลายเป็น “กลุ่มฮักของแบรนด์”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “หมอลำ” บูมเงินสะพัด 6 พันล้าน แบรนด์แห่ลงทุน-หวังครองใจชาวอีสาน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net