โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

'บอส'รวยคนเดียว? ทำไมคนเราถึงเชื่อ MLM การตลาดที่ดาวน์ไลน์มีแต่จน

The Better

อัพเดต 10 ต.ค. 2567 เวลา 06.47 น. • เผยแพร่ 10 ต.ค. 2567 เวลา 05.48 น. • THE BETTER

ข้อมูลเบื้องหลัง
การตลาดแบบหลายระดับ (MLM) เรียกอีกอย่างว่าการตลาดแบบเครือข่าย หรือการขายแบบพีระมิด เป็นกลยุทธ์การตลาดที่ก่อให้เกิดประเด็นถกเถียงอย่างมากในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทยในเวลานี้และหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา แม้ว่าบางจะครั้งผิดกฎหมาย แต่บางครั้งเอาผิดไม่ได้แต่สร้างความเสียหายให้กับบุคคลที่ "หลงเชื่อ"

ระบบการทำงานของ MLM จะประกอบด้วย ผู้เข้าร่วมทีมขายที่ไม่ได้รับเงินเดือน ซึ่งเรียกอีกอย่างว่าผู้จัดจำหน่าย ได้รับอนุญาตให้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์หรือบริการของบริษัท MLM โดยพวกเขาจะได้รับกำไรจากการขายปลีกทันทีจากลูกค้าบวกกับคอมมิชชั่นจากบริษัท ไม่ใช่จาก "ดาวน์ไลน์" (ผู้เข้าร่วมทีมขายที่เราหามาได้) ผ่านแผนค่าตอบแทนการตลาดแบบหลายระดับ ซึ่งอิงตามปริมาณผลิตภัณฑ์ที่ขายผ่านความพยายามขายของตนเองและขององค์กร "ดาวน์ไลน์" ของตน

"ดาวน์ไลน์" คือจำนวนรวมของผู้สมัครจากผู้เข้าร่วมทีมขายคนหนึ่งๆ ซึ่ง "ดาวน์ไลน์" เหล่านี้ก็จะหา "ดาวน์ไลน์" มาเป็นทีมของตนไปเรื่อยๆ แบบทวีคูณแล้วเรียงต่อกันเป็นยอดเหมือนพีระมิด ซึ่งจะมีโครงสร้างการจ่ายค่าตอบแทนหลายระดับของ MLM

อย่างไรก็ตาม ผู้เข้าร่วมโครงการ MLM ส่วนใหญ่มีกำไรสุทธิเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลย จากการศึกษาโครงการ MLM จำนวน 27 โครงการ พบว่าผู้เข้าร่วม 99.6% สูญเสียเงินโดยเฉลี่ย (อ้างอิงจาก Consumer Awareness Institute) ดังนั้น "ดาวน์ไลน์" จึงแทบไม่ได้อะไรเลย นอกจากเป็นคนซื้อของบริษัท MLM ไปเรื่อยๆ เท่านั้น ส่วนที่ได้มากที่สุดคือคนที่อยู่บนยอดพีระมิด

อันที่จริงแล้ว ผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่ต้องดำเนินการโดยมีขาดทุนสุทธิ (หลังจากหักค่าใช้จ่ายแล้ว) เพื่อให้บุคคลเพียงไม่กี่คนในระดับบนสุดของปิรามิด MLM สามารถได้รับรายได้ที่สำคัญได้ จากนั้นบริษัท MLM จะเน้นย้ำรายได้ดังกล่าวให้กับผู้เข้าร่วมคนอื่นๆ เพื่อกระตุ้นให้พวกเขาเข้าร่วมต่อไปโดยขาดทุนทางการเงินอย่างต่อเนื่อง

แต่ MLM ก็ยังทำรายได้มหาศาล (โดยเฉพาะ "บอส") มีข้อมูลระบุว่า มีผู้คนประมาณ 120 ล้านคนทั่วโลกมีส่วนร่วมในอุตสาหกรรมการขายตรง ซึ่งสร้างรายได้ 180,500 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2019 (ข้อมูลจาก World Federation of Direct Selling Associations [WFDSA], 2020)

ทำไมผู้คนถึงเชื่อ?
จากงานวิจัยชื่อ The psychology of attraction to multi-level marketing (จิตวิทยาของการดึงดูดสู่การตลาดแบบหลายระดับ) ผลงานการวิจัยของคณะวิจัยที่นำโดย Lucas J. Dixon จากวิทยาลัยธุรกิจ มหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ บริสเบน รัฐควีนส์แลนด์ ออสเตรเลีย ระบุไว้ว่า "แม้ว่าจะเป็นรูปแบบธุรกิจที่มีความเสี่ยงและเป็นที่ถกเถียงกัน … การสำรวจสองรอบ เผยให้เห็นว่าความดึงดูดใจต่อโอกาสทางธุรกิจการตลาดแบบหลายระดับมีความเกี่ยวข้องกับเป้าหมายชีวิตภายนอกที่แข็งแกร่งกว่า (เพื่อให้ร่ำรวย มีชื่อเสียง และน่าดึงดูด) ระบบความเชื่อที่เกี่ยวข้องกับจิตวิญญาณและการผสมผสานความคิดและการกระทำ (กล่าวคือ ความเชื่อที่ว่าความคิดเท่านั้นที่สร้างความเป็นจริงได้) และรูปแบบการตัดสินใจทางปัญญาที่เน้นการใช้สัญชาตญาณมากกว่าการคิดแบบมีเหตุผล ความต้องการทางจิตวิทยาภายใน (เช่น เพื่อการควบคุมและกำหนดความหมาย)"

นั่นหมายความว่า 1. คนที่เชื่อถือใน MLM มีเหตุผลมาจากต้องการความร่ำรวยและชื่อเสียง และ 2. การเชื่อว่าการสร้างความเชื่อมั่นและจินตนาการอันสวยหรูในระบบ MLM จะทำให้ทุกอย่างเป็นจริงได้ และ 3. คนที่เชื่อนั้นใช้สัญชาติญาณมากกว่าการตรึกตรองโดยเหตุผล ดูเหมือนว่าข้อสรุปนี้จะสอดคล้องกับแนวทางของ MLM ที่เน้นกระตุ้นให้ลูกข่ายตื่นตาตื่นใจกับความร่ำรวยของผู้นำเครือข่ายการตลาด (เช่นบางเครือข่ายเรียกผู้นำแบบนี้ว่า "บอส") และเมื่อลูกข่ายเข้ามาในระบบแล้วจะมีการกระตุ้นให้เกิดความเชื่อมั่นในระบบว่า การทำตามแนวคิดนี้จะสำเร็จจนกลายเป็นความจริง คือ ร่ำรวยและมีชื่อเสียง และน่าดึงดูดใจ (ต่อเพศตรงข้ามและคนทั่วไป) ได้ และในที่สุดลูกข่ายก็จะปลงใจเชื่อโดยไม่ได้ใตร่ตรองโดยใช้ปัญญา

โดยเฉพาะเรื่องความร่ำรวยเป็นแรงกระตุ้น งานวิจัยชี้ว่า "MLM ถูกนำเสนอโดยเป็นประเด็นถกเถียงกันว่า เป็นเส้นทางสู่การเป็นผู้ประกอบการที่มี "อิสระทางการเงิน" … นอกเหนือจากแรงจูงใจทางการเงินแล้ว เรายังคาดเดาว่า MLM น่าดึงดูดใจสำหรับผู้ที่ต้องการบรรลุเป้าหมายภายนอกอื่นๆ ตัวอย่างเช่น พวกเขาอาจมองว่า MLM เป็นโอกาสในการบรรลุสถานะทางสังคมผ่านการไต่อันดับความเป็นผู้นำที่บริษัทสร้างขึ้น หรือผ่านแรงจูงใจโบนัส เช่น การเช่ารถหรูหรือวันหยุดพักร้อน"

เพราะการกล่อมให้เชื่อเป็นแกนหลักของการตลาดแบบนี้ ดังนั้นงานวิจัยจึงระบุว่า "MLM ยังถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งอิทธิพลที่แข็งแกร่ง ซึ่งขัดขวางการคิดวิเคราะห์อย่างมีวิจารณญาณ และอาจส่งเสริมพฤติกรรมที่ผิดจริยธรรม ตัวอย่าง ได้แก่ การใช้คำรับรองที่ไม่ปกติเป็นหลักฐานยืนยันความสำเร็จ การสนับสนุนเป้าหมายที่ไม่สมจริง การผสมผานศรัทธาทางจิตวิญญาณและการสร้างความมั่งคั่งเข้าด้วยกัน การกดดันเพื่อนและสมาชิกในครอบครัวให้ซื้อและเข้าร่วม และการสนับสนุนการแยกทางจากผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์ MLM"

สาเหตุส่วนหนึ่งของการทำให้ขาดการยั้งคิด อาจเป็นเพราะการส่งเสริม "วิทยาศาสตร์เทียม" หรือ Pseudoscience งานวิจัยระบุว่า "การมีอยู่ของระบบความเชื่อ "กฎแห่งแรงดึงดูด" (law of attraction) ที่เป็นวิทยาศาสตร์เทียมใน MLM บางแห่ง ซึ่งอ้างว่าเหตุการณ์ทั้งหมดในชีวิตของบุคคลนั้นถูก "ดึงดูด" มาจากจักรวาลโดยพลังแห่งความคิดและอารมณ์ของบุคคลเท่านั้น"
สิ่งที่น่าสนใจก็คือ งานวิจัยชี้ให้เห็นถึง "การผสมผสานศรัทธาทางจิตวิญญาณและการสร้างความมั่งคั่งเข้าด้วยกัน" ซึ่งน่าจะสะท้อน MLM หลายเครือข่ายในไทย ที่มีการผสานแนวคิดการ "ฝึกอบรมทางจิต" หรือ "การปฏิบัติธรรม" เพื่อที่จะสร้างเครือข่ายขายตรงเป็นทอดๆ ให้กับ "สานุศิษย์" หรือสาวกที่เชื่อแนวคิดการผสานธรรมะกับการค้าแบบนี้ ซึ่ง MLM รูปแบบนี้ควรจะได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียดในประเทศของเรา

งานวิจัยชี้ให้เห็นว่า "การวิจัยทางเศรษฐกิจพบว่ามีแนวโน้ม (ของบุคคล) ที่จะมีส่วนร่วมในโครงการพีระมิดเพิ่มขึ้นในหมู่ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ … ที่มีสัดส่วนของกลุ่มศาสนาสูงกว่า และในบุคคลที่เคร่งครัดในการนับถือศาสนา"

ทีมข่าวต่างประเทศ The Better

Photo by Olympia DE MAISMONT / AFP

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...