Family Office ทางเลือกใหม่สำหรับเศรษฐี ชี้คุมความมั่งคั่งโลก 3 ล้านล้านดอลลาร์
Family Office ทางเลือกใหม่สำหรับมหาเศรษฐี ในการบริการจัดการทรัพย์สินครอบครัว เผยเติบโตอย่างก้าวกระโด คุมความมั่งคั่งทั่วโลก 3 ล้านล้านดอลลาร์
สำนักงานครอบครัว หรือ Family Office ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่บริหารจัดการทรัพย์สินและความมั่งคั่งของครอบครัวร่ำรวย โดยจัดการด้านการลงทุนและบริการต่าง ๆ สำหรับครอบครัวมั่งคั่ง โดยทั่วไปแล้วจะดูแลครอบครัวที่มีมูลค่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐขึ้นไป กำลังเป็นธุรกิจที่เติบโตและน่าจับตามอง
โดยคาดว่าสำนักงานเหล่านี้จะมีสินทรัพย์เพิ่มขึ้นกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2573 เนื่องจากการกระจุกตัวของความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้นและการเปลี่ยนแปลงในการบริหารความมั่งคั่ง
รายงานจาก Deloitte Private ระบุว่า คาดว่าสำนักงานครอบครัวจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นจาก 8,000 แห่ง เป็น 10,720 แห่ง โดยคาดว่าสินทรัพย์ของสำนักงานเหล่านี้จะเพิ่มขึ้นจาก 3.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปัจจุบันสู่ระดับ 5.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2573 ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่า นับตั้งแต่ปี 2562
การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ Family Office
จำนวนสำนักงานครอบครัวทั่วโลก นับตั้งแต่ปี 2562 และการคาดการณ์ในปีถัด ๆ ไป ได้แก่
- ปี 2562 : 6,130 แห่ง
- ปี 2564 : 8,030 แห่ง
- ปี 2568 : 9,030 แห่ง
- ปี 2573 : 10,720 แห่ง
โดยรวมแล้ว คาดว่ามูลค่าทรัพย์สินครอบครัวมั่งคั่งต่าง ๆ ที่ว่าจ้างให้สำนักงานครอบครอบครัวคอยจัดการ จะมีมูลค่ากว่า 9.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2573 ซึ่งมากกว่า 2 เท่าของมูลค่าเมื่อ 10 ปีก่อน โดยนางรีเบ็กกา กูช จาก Deloitte Private เน้นย้ำถึงการเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา
การเพิ่มขึ้นของสำนักงานบริหารความมั่งคั่งกำลังเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมการจัดการความมั่งคั่งและกลายเป็นอำนาจใหม่ที่มีอิทธิพลในภูมิทัศน์การเงิน คาดว่าในอีกไม่นาน สำนักงานบริหารความมั่งคั่งของครอบครัวจะมีสินทรัพย์มากกว่ากองทุนป้องกันความเสี่ยงและกลายเป็นดาวดวงใหม่แห่งการระดมทุน และในปัจจุบัน สำนักงานบริหารความมั่งคั่งของครอบครัวกลายเป็นเป้าหมายสำคัญสำหรับบริษัทร่วมทุน บริษัทหุ้นส่วนเอกชน และบริษัทเอกชนที่ต้องการใช้ประโยชน์จากความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้น
ปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโต
ประการที่ 1 คือ ความมั่งคั่งกระจุกตัวอยู่ที่กลุ่มคนที่อยู่ระดับสูงสุดของพีรามิดทางเศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากเทคโนโลยีและโลกาภิวัตน์ ซึ่งให้รางวัลตอบแทนแก่ผู้ประสบความสำเร็จในตลาด โดยเฉพาะในด้านเทคโนโลยี โดยในปี 2566 จำนวนชาวอเมริกันที่มีมูลค่าทรัพย์สิน 30 ล้านดอลลาร์ขึ้นไป เพิ่มขึ้น 7.5% สู่ระดับ 90,700 คน โดยความมั่งคั่งทั้งหมดของพวกเขาอยู่ที่ 7.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
ข้อมูลจาก CapGemini ระบุว่า จำนวนมหาเศรษฐีที่มีมูลค่าทรัพย์สิน 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐขึ้นไป เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา สู่ระดับมากกว่า 28,000 คน และปัจจุบันมีมหาเศรษฐีร้อยล้านเหล่านี้ ประมาณ 2,700 คนทั่วโลก ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าจากระดับปี 2553
ประการที่ 2 ได้แก่ บรรดามหาเศรษฐีกำลังเปลี่ยนวิธีจัดการเงินของตนเอง แทนที่จะพึ่งพาธนาคารเอกชนหรือผู้จัดการความมั่งคั่ง แต่พวกเขาเลือกสร้างสำนักงานครอบครัวที่สามารถควบคุมได้ พร้อมบริการตลอด 24 ชั่วโมง มีความเป็นส่วนตัว ให้บริการเฉพาะบุคคลมากขึ้น และเป็นตัวแทนผลประโยชน์และเป้าหมายระยะยาวให้แก่พวกเขาได้ สำนักงานครอบครัวได้รับการออกแบบมาให้เน้นเฉพาะความต้องการส่วนตัวของครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนหรือด้านอื่น ๆ ในชีวิต โดยนำเสนอแนวทางที่ปรับแต่งได้มากขึ้น ตามความต้องการของคนรุ่นต่อ ๆ ไปในครอบครัว
บทบาทที่ตอบโจทย์ความต้องการได้ดีกว่า
หลังจากวิกฤตการณ์ทางการเงิน บรรดาครอบครัวที่มีฐานะร่ำรวยเริ่มระมัดระวังมากขึ้น และต้องการที่ปรึกษาที่เป็นตัวแทนผลประโยชน์ที่ดีที่สุดของครอบครัว มากกว่าธนาคารเอกชน หรือผู้จัดการความมั่งคั่ง ซึ่งอาจให้ความสำคัญกับการขายผลิตภัณฑ์ มากกว่าการดูแลผลประโยชน์สูงสุดของครอบครัวพวกเขา
ในทางกลับกัน มหาเศรษฐีนิยมสำนักงานครอบครัวที่มุ่งเน้นเฉพาะความต้องการของครอบครัวเท่านั้น โดยนายอีริค จอห์นสัน จาก Deloitte ชี้ให้เห็นว่า ที่ปรึกษาแบบดั้งเดิมจำนวนมากผูกติดอยู่กับการขายผลิตภัณฑ์เฉพาะ ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับครอบครัวต้องการเสมอไป
ความนิยมที่เศรษฐีต้องการ
ข้อมูลของ Deloitte ระบุว่า สำนักงานครอบครัวมากกว่า 2 ใน 3 ต่างก่อตั้งขึ้นในช่วงปี 2543 โดยสำนักงานครอบครัวส่วนใหญ่ 41% ก่อตั้งขึ้นโดยผู้สะสมความมั่งคั่งดั้งเดิม ในขณะที่ 30% ถูกส่งมอบให้ดูแลทายาทรุ่นที่สอง และอีก 19% ส่งต่อไปยังทายาทรุ่นที่สาม
อเมริกาเหนือเป็นผู้นำเทรนด์สำนักงานครอบครัว โดยความมั่งคั่งทั้งหมดของครอบครัวเศรษฐีที่มีสำนักงานครอบครัวดูแล เพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าจากปี 2562 สู่ระดับ 2.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะพุ่งแตะเกิน 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2573
โดยคาดว่าความมั่งคั่งของสำนักงานบริหารครอบครัวในภูมิภาคนี้จะเติบโตขึ้น 258% ในช่วงปี 2562 ถึง 2573 ขณะที่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก คาดการณ์ว่าจะเติบโต 208% และภายในปี 2573 ภูมิภาคอเมริกาเหนือจะมีสำนักงานครอบครัวประมาณ 4,190 แห่ง หรือคิดเป็น 40% จากทั่วโลก ส่วนภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก คาดว่าจะเติบโตเป็น 3,200 แห่ง จาก 2,290 แห่ง ในปัจจุบัน
อ้างอิง : cnbc.com