“Prospect Development” เตรียมระดมทุนรองรับ “การเติบโต” ตั้งเป้าขยายพื้นที่แตะ “2 ล้านตร.ม.” ภายในปี 2028 !!!
อสังหาริมทรัพย์ประเภทอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ “พื้นที่ให้บริการคลังสินค้าและโรงงานให้เช่า”ที่แข็งแกร่ง สะท้อนผ่านช่วงวิกฤต COVID-19 ที่ผ่านมา กลุ่มคลังสินค้าและโรงงานให้เช่าเป็นอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบน้อยมากและยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงดีมานด์ที่มีมากกว่าซัพพลายโดยเฉพาะในบางพื้นที่ เช่น ในโซน “บางนา-ตราด” ซึ่งถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญ เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรม โลจิสติกส์ และการคมนาคมที่สะดวกเชื่อมโยงไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศ
หนึ่งใน “ผู้นำ” ธุรกิจโครงการด้านอาคารคลังสินค้าและโรงงานให้เช่า “เขตปลอดอากร” (Free Zone) ใหญ่สุดในพื้นที่บางนา-ตราด ก็ต้องยกให้ “บริษัท พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด” (Prospect Development: PD)ที่ให้บริการภายใต้ชื่อ “โครงการบางกอกฟรีเทรดโซน” (BFTZ)
ปัจจุบันโครงการ BFTZ มีทั้งหมด 9 โครงการใน 3 พื้นที่หลัก ๆ ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ที่สำคัญของไทย ได้แก่ บางนา-ตราด, บางปะกง และวังน้อย มีพื้นที่ให้เช่ารวมกันกว่า 1,230,000 ตร.ม.
และมีเป้าหมายจะเพิ่มพื้นที่เช่าให้ไปแตะระดับ 2,000,000 ตร.ม. ภายในปี 2028 สอดรับกับดีมานด์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ซัพพลายค่อนข้างจำกัด ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตในระยะยาว
เพื่อรองรับก้าวย่างสู่การเติบโตอีกระดับ “Prospect Development”เตรียมระดุมทุนผ่าน “หุ้นกู้” ต้นเดือนตุลาคม 2024 และการขายทรัพย์สินเข้า “ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ พรอสเพค โลจิสติกส์และอินดัสเทรียล” (PROSPECT REIT) ภายในไตรมาสแรกของปี 2025
ไม่เพียงเป็นการต่อยอดธุรกิจเท่านั้น แต่ยังเป็นการเปิด “โอกาสการลงทุน” ให้ผู้ลงทุนไทยได้มีส่วนร่วมไปกับการเติบโตนี้ด้วยเช่นกัน
“Prospect Development” ผู้นำธุรกิจคลังสินค้าและโรงงานให้เช่าเขต “Free Zone”…ชูกลยุทธ์“More Than Just Space” ผ่าน One Stop Service “จุดเด่น” ที่แตกต่าง
สำหรับ “Prospect Development”นั้น เป็นบริษัทเรือธง (Flag Ship) ของ “บมจ.มั่นคงเคหะการ” (MK) ผู้พัฒนาโครงการบ้านจัดสรรภายใต้แบรนด์ “ชวนชื่น” โดยถ้าย้อนไปในช่วงการค้าโลกเริ่มเชื่อมต่อถึงกันและหลายประเทศได้ร่วมกันทำข้อตกลงการค้าเสรี “เขตปลอดอากร” (Free Zone) นั้น ในช่วงแรกการเช่าอาคารในพื้นที่ Free Zoneเป็นที่สนใจในวงจำกัด เหตุเพราะผู้ประกอบการยังขาดความรู้ ความเข้าใจ ในสิทธิประโยชน์เขตปลอดอากร
ทาง “Prospect Development” จึงพัฒนาโครงการ “BFTZ”เพื่อเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านคลังสินค้าและโรงงานให้เช่า ทำให้ผู้ประกอบการได้สิทธิประโยชน์ด้านภาษีนำเข้า-ส่งออก และเมื่อการค้าเสรี ขยายวงกว้างขึ้น “BFTZ”จึงเป็นที่รู้จักมากขึ้นจนถึงปัจจุบัน ส่งผลให้บริษัทก้าวขึ้นเป็น “ผู้นำ” ในธุรกิจโครงการด้านอาคารคลังสินค้าและโรงงานให้เช่า “เขตปลอดอากร” (Free Zone) ที่ใหญ่ที่สุดในบางนา-ตราด
โดยทาง “Prospect Development”ยังคงยึดมั่นใน “โมเดลธุรกิจ” จากการมองไปข้างหน้า ก้าวทันเทรนด์ พัฒนาบริการที่ครบครัน พร้อมส่งมอบโซลูชันที่ครอบคลุม ไม่เพียงแค่ส่งมอบพื้นที่เช่า แต่ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างราบรื่นไม่มีสะดุด พร้อมรับฟังความต้องการของลูกค้าและพัฒนาบริการอย่างต่อเนื่องกับแนวคิด “Better Prospect Better Industrial Ecosystem” (เติบโตไปกับ Prospect) ภายใต้กลยุทธ์หลัก “More Than Just Space” ที่พร้อมเป็นมากกว่าพื้นที่เช่า
“ทั้งการช่วยเหลือลูกค้าในการขอใบอนุญาต ประสานงานด้านเอกสารทางกฎหมายต่าง ๆ แนะนำขั้นตอนรักษาสิทธิประโยชน์หรือรูปแบบธุรกิจที่เหมาะสมกับลูกค้า เพื่อลดขั้นตอน ทำให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว เติบโตได้อย่างมั่นคง รวมถึงการจัดกิจกรรมร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อช่วยในการพัฒนาศักยภาพแรงงานของลูกค้าภายในโครงการ เช่น การฝึกอบรม สัมมนา พัฒนาฝีมือ บุคลิกภาพ การฝึกทักษะเสริมสร้างความสามารถ เป็นต้น จึงทำให้ ‘Prospect Development’สามารถดึงดูดผู้เช่าใหม่และรักษาอัตราการเช่า (Occupancy Rate) และการต่ออายุสัญญาในพื้นที่โครงการได้สูงต่อเนื่อง”
ปัจจุบัน มีรูปแบบอาคารให้เลือก 3 รูปแบบ ตามความต้องการของลูกค้า ได้แก่
1.“Ready Built” แบบสำเร็จรูป
2.“Built-to-Suit” แบบสร้างตามความต้องการ
3.“Ready Built-to-Suit” ซึ่งเป็นรูปแบบพิเศษเฉพาะสำหรับโครงการ “BFTZ”
“อาคารแบบ ‘Ready Built-to-Suit’ เป็นจุดที่สร้าง ‘ความแตกต่าง’ ระหว่าง ‘Prospect Development’กับผู้ให้บริการคลังสินค้าและโรงงานอื่น ๆ ซึ่งช่วยตอบโจทย์ความต้องการที่เฉพาะขึ้นมาอีกระดับ โดยรูปแบบของอาคารสามารถปรับแต่งให้เหมาะสมกับธุรกิจได้มากกว่าอาคาร ‘Ready Built’ แต่ผู้ประกอบการไม่จำเป็นต้องเสียเงินสร้างอาคารใหม่ ไม่ต้องเพิ่มระยะเวลารอการก่อสร้างอาคารแต่ประการใด”
โชว์ผลประกอบการครึ่งปีแรกสุดแกร่ง “รายได้-EBITDA” โต 41% และ 52% ตามลำดับ…ตั้งเป้าเพิ่มพื้นที่เช่าแตะ 2 ล้านตร.ม. ในปี’28
ตัวเลขของ “รายได้รวม” และ “EBITDA” ในช่วงครึ่งปีแรกปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 338.29 ล้านบาท และ 257.62 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 41% และ 52%ตามลำดับ จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนผลประกอบการแข็งแกร่ง อีกทั้งยังมีผู้เช่ารายใหม่เซ็นสัญญาในช่วงครึ่งปีแรกรวมกว่า 155,000 ตร.ม. จากเป้าหมายในปี 2024 ที่ตั้งไว้ 200,000 ตร.ม.
โดยปัจจัยหนุนการเติบโตระลอกใหม่นั้นมาจาก “โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก” (EEC) ที่ภาครัฐให้การสนับสนุนและผลักดันมาอย่างต่อเนื่องในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมสิทธิประโยชน์ในการดึงดูดผู้ประกอบการเข้ามาลงทุนในไทย ทาง “Prospect Development” เองก็พร้อมมีส่วนร่วมกับโครงการใหม่ “BFTZ 4” ในพื้นที่บางปะกง ที่อยู่ใกล้กับเขต EECที่มุ่งเน้นพัฒนานวัตกรรมขั้นสูง สนับสนุนธุรกิจเขตปลอดอากร รวมทั้งภาษีสรรพสามิตในบางกรณี
“ซึ่ง ‘Prospect Development’ ผู้นำด้านคลังสินค้าและโรงงานให้เช่าในเขต ‘Free Zone’ และ ‘General Zone’ สามารถให้คำปรึกษา แนะนำผู้ลงทุนทุกสัญชาติในการวางแผนพัฒนาและต่อยอดบริการให้ตรงจุดได้เป็นอย่างดี โดยตั้งเป้าหมายระยะกลางจะเพิ่มพื้นที่เช่าขึ้นสู่ 2,000,000ตร.ม. ภายในปี 2028 จากปัจจุบันมีพื้นที่เช่ารวม 1,230,000 ตร.ม.”
เตรียมออก “หุ้นกู้” และ “ขายทรัพย์สิน” เข้า “PROSPECT REIT”…รองรับโอกาสการเติบโต
เพื่อรองรับการเติบโตทางธุรกิจ ทาง “Prospect Development” มีแผนระดมทุน เตรียมเสนอขาย “หุ้นกู้” ช่วง 7 – 9 ต.ค. 24 นี้ อายุ 1 ปี 8 เดือน อันดับเครดิตองค์กร BB- ดอกเบี้ยคงที่ 7.4% ต่อปี เพื่อชำระคืนหุ้นกู้ที่จะครบกำหนด
รวมถึงเตรียม “ขายทรัพย์สิน” เข้า “PROSPECT REIT” เพิ่มเติมในช่วงไตรมาสที่ 1/25มูลค่าไม่ต่ำกว่า 3,300 ล้านบาท พื้นที่ให้เช่ารวม 221,678 ตร.ม. เป็นโรงงานและคลังสินค้าให้เช่าในโครงการ BFTZ 1, BFTZ 2, BFTZ 3ซึ่งจะทำให้ “PROSPECT REIT” มีขนาดที่ใหญ่ขึ้นและมีความน่าสนใจมากขึ้นอีกด้วย
ผลตอบแทนเงินปันผล 12 เดือนล่าสุดของ “PROSPECT REIT” เองอยู่ที่ 10.09% (ที่มา: setsmart.com, วันที่ 18 ก.ย. 24) ถือเป็นหนึ่งในกองทรัสต์คลังสินค้าและโรงงานให้เช่าที่มีผลตอบแทนที่ดีสม่ำเสมอในอุตสาหกรรมเลยทีเดียว
วันนี้ “Prospect Development” พร้อมแล้วสำหรับก้าวย่างสู่การเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในอนาคต และพร้อมเปิดโอกาสให้ “ผู้ลงทุนไทย” ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเติบโตครั้งนี้ไปพร้อม ๆ กันกับโอกาสลงทุนที่กำลังจะเกิดขึ้นทั้งในส่วนของ “หุ้นกู้” และ “PROSPECT REIT” นั่นเอง