โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำหรือไม่ทำอะไร

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 03 ก.ย 2567 เวลา 02.42 น. • เผยแพร่ 03 ก.ย 2567 เวลา 02.42 น.

คอลัมน์ : Market-think ผู้เขียน : สรกล อดุลยานนท์

วันก่อนมีโอกาสแลกเปลี่ยนกับผู้บริหารบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง

เขาอยากให้วิจารณ์บริษัทของเขาแบบตรงไปตรงมา

ถ้ามองในมุมธุรกิจ การวิจารณ์ใครแบบตรงไปตรงมา คือการทำการค้าที่มีแต่ “ขาดทุน”

“คำชม” นั้นเป็นคำพูดที่ไพเราะ พูดไปก็มีแต่ “กำไร”

แต่ “คำติ” นั้นไม่ค่อยเสนาะหู

พูดไปมีโอกาสสูงมากที่จะ “ขาดทุน”

และถ้าเลวร้ายมากอาจถึงขั้นขาดทุนยับเยิน

เพราะไม่ค่อยมีคนชอบ “คำติ” หรอกครับ

ส่วนใหญ่ชอบ “คำชม”

ไม่แปลกที่คนใหญ่คนโตพอมีตำแหน่งหรืออำนาจมักจะเสียคน

เพราะคนรอบข้างไม่กล้าพูดตรง ๆ

เลือกเล่าแต่เรื่องดี ๆ

เรื่องไม่ดีไม่เล่าให้เจ้านายฟัง

กลัวเจ้านายไม่โปรด

ตอนที่ผู้บริหารท่านนั้นบอกว่าอยากให้วิจารณ์แบบตรงไปตรงมา

ผมก็คิดอยู่นานพอสมควร

เราควรจะค้าขายแบบขาดทุนดีไหม ?

ลองแย็บไปนิด ๆ เขาก็มีท่าทีเปิดรับดี

หมัดตรง ก็ยังรับได้

โอเค งั้นปล่อยหมัดฮุกเลยก็แล้วกัน

ถือเป็นการวิจารณ์แบบกัลยาณมิตร

บริษัทยักษ์ใหญ่แห่งนี้ในเชิงธุรกิจไม่มีปัญหาอะไร

เป็นบริษัทมืออาชีพ ระบบดี กำไรดี เติบโตดี

แต่นั่นคือมุมธุรกิจ

ปัญหาใหญ่ของเขาเป็นเรื่องภาพลักษณ์องค์กร

เพราะความเป็นยักษ์ใหญ่ทำให้คนมองว่า “กินรวบ”

ถ้าอธิบายแบบไม่มีอคติ อาจเป็นเพราะเจ้าของเป็นคนกระหายโอกาส

เห็น “โอกาส” เมื่อไรก็กระโดดลงไปทำทันที

ไม่ได้คิดว่าจะกระทบกระเทือนรายเล็กหรือเปล่า

ในมุมของตลาดเสรี ที่ใครจะลงมาแข่งก็ได้

เขาก็ไม่ผิด

แต่บังเอิญเขาใหญ่เหลือเกิน และมีตาทิพย์เห็นโอกาสอยู่เป็นประจำ

นี่ก็น่าทำ

โน่นก็น่าทำ

คนที่ได้รับผลกระทบจึงมีจำนวนมาก และพอบอกต่อไปเรื่อย ๆ ภาพลักษณ์องค์กรก็เสียหาย

ผมเสนอเขาเล่น ๆ ว่า ต่อไป KPI ขององค์กรอาจต้องเพิ่มมิติมากกว่าเดิม

อย่ามองแค่ในมุมธุรกิจ

หรือตัวเลขกำไรอย่างไร

ต้องมองแบบ 360 องศา

คิดในมิติทางสังคม และภาพลักษณ์องค์กรด้วย

ต้องคิดแบบ “วอร์เรน บัฟเฟตต์” ที่บอกว่า “โอกาส” ที่เข้ามานั้นเหมือนลูกเบสบอล

เราไม่จำเป็นต้องตีทุกลูกที่ผ่านหน้าไป

แต่เลือกตีลูกที่เรามั่นใจจริง ๆ ไม่กี่ลูกก็พอ

“จะทำอะไร” ไม่สำคัญเท่ากับ “ไม่ควรทำอะไร”

หรือลองคิดตั้งเป้าหมายขององค์กรใหม่

ภายในเวลา 2 ปี เราจะทำบริษัทให้เป็น 1 ใน 10 บริษัทที่นักศึกษาจบใหม่อยากทำงานด้วยมากที่สุด

เป้าหมายแบบนี้จะกำหนดทิศทางบริษัทในรูปแบบใหม่ทันที

ผู้บริหารจะคิดแค่ “กำไร” ไม่ได้

เพราะ “กำไร” หรือความยิ่งใหญ่ไม่ได้เป็นเสน่ห์ที่จูงใจคนรุ่นใหม่ให้อยากมาทำงานด้วย

“ภาพลักษณ์” ขององค์กรต่างหากที่เป็น “แม่เหล็ก”

เป็นบริษัทที่เวลาเพื่อนถามว่าทำงานที่ไหน

เขาจะยืดอกตอบแบบเท่ ๆ ว่าทำงานที่นี่

ถ้าเรามีเป้าหมายแบบนี้

การตัดสินใจว่า “จะทำอะไร”

จะเปลี่ยนไปจากเดิม

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทำหรือไม่ทำอะไร

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...