โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

“ไข้เลือดออก” อันตรายที่มากับยุงลายในหน้าร้อน

Ticy City

เผยแพร่ 12 ต.ค. 2567 เวลา 02.00 น.

อากาศร้อน

เห็นด้วยกับ Ticy City หรือไม่ว่าปีนี้อากาศร้อนมาเร็วมาก นี่ขนาดยังไม่พ้นเดือนกุมภาพันธ์เลยอุณหภูมิก็เกือบจะ 40 องศาแล้ว จนอดคิดไม่ได้ว่าปีนี้อุณหภูมิร้อนสุดจะหยุดที่ตัวเลขเท่าไหร่

และเมื่ออากาศร้อนมากๆ แบบนี้อาจเกิดภาวะสโตรคได้ จึงควรดื่มน้ำสะอาดมากๆ และดีที่สุดคือควรดื่มช้าๆ พร้อมหลีกเลี่ยงน้ำเย็น หรือน้ำแข็ง เพราะอาจส่งผลต่อหลอดเลือดเล็กปริหรือระเบิดได้

แต่มีอีกหนึ่งโรคที่ Ticy City ขอบอกว่าต้องค่อยระวังเช่นกัน เพราะหากเป็นแล้วอาจอันตรายถึงชีวิตได้เช่นกัน นั้นคือ“ไข้เลือดออก”

เนื่องจากอุณหภูมิอากาศที่สูงขึ้นส่งผลให้ยุงลายแพร่พันธุ์ได้เร็วขึ้นนั่นเอง เรียกได้ว่านอกจากจะต้องรับมือกับอากาศร้อนแล้ว ยังต้องรับมือกับแมลงต่าง ๆ โดยเฉพาะ ‘ยุงลาย’ ซึ่งเติบโตในเมืองร้อนอย่างประเทศไทยได้ดี และมักจะสร้างความรำคาญด้วยการกัดตามร่างกาย ทำให้เกิดตุ่มแดงคัน อาการแพ้ หรือแผลเป็น แถมยังทำให้มีโอกาสเป็น‘โรคไข้เลือดออก’ ได้อีกต่างหาก

ซึ่งในกรณีที่มีไข้สูง และมีอาการรุนแรงอาจอันตรายถึงชีวิตได้อีกด้วย โดยกรมควบคุมโร-เผยว่า ปี 2566 มีตัวเลขผู้ติดเชื้อไข้เลือดออกสูงถึง 156,079 ราย และเสียชีวิต 175 ราย

‘ไข้เลือดออก’ ขั้นรุนแรงอาจอันตรายถึงชีวิต!

โรคไข้เลือดออก เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเดงกี (dengue virus) ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 4 สายพันธุ์ คือ DENV-1, DENV-2, DENV-3 DENV-4 โดยโรคนี้ไม่ได้ติดจากคนสู่คนโดยตรง แต่ติดต่อผ่านทางยุงลายที่เป็นพาหะนำโรค จากการไปกัดคนที่ติดเชื้อไวรัสมาก่อนแล้วมากัดอีกคนหนึ่งในภายหลัง

โดยปกติหากติดโรคไข้เลือดออกครั้งแรกอาจจะไม่มีอาการ หรือมีอาการเพียงเล็กน้อย แต่หากติดเชื้อซ้ำเป็นครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นเชื้อต่างสายพันธุ์กับครั้งแรก จะมีโอกาสมีอาการรุนแรงได้ เช่น มีไข้สูง คลื่นไส้อาเจียน ปวดท้อง บางรายมีการรั่วไหลของน้ำออกจากหลอดเลือด ทำให้เกิดภาวะช็อก ขาดน้ำ บางรายมีเลือดออกรุนแรงจนอาจทำให้เสียชีวิตได้อีกด้วย

‘ไข้เลือดออก’ ขั้นรุนแรงอาจอันตรายถึงชีวิต!

โรคไข้เลือดออก เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเดงกี (dengue virus) ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 4 สายพันธุ์ คือ DENV-1, DENV-2, DENV-3 DENV-4 โดยโรคนี้ไม่ได้ติดจากคนสู่คนโดยตรง แต่ติดต่อผ่านทางยุงลายที่เป็นพาหะนำโรค จากการไปกัดคนที่ติดเชื้อไวรัสมาก่อนแล้วมากัดอีกคนหนึ่งในภายหลัง

โดยปกติหากติดโรคไข้เลือดออกครั้งแรกอาจจะไม่มีอาการ หรือมีอาการเพียงเล็กน้อย แต่หากติดเชื้อซ้ำเป็นครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นเชื้อต่างสายพันธุ์กับครั้งแรก จะมีโอกาสมีอาการรุนแรงได้ เช่น มีไข้สูง คลื่นไส้อาเจียน ปวดท้อง บางรายมีการรั่วไหลของน้ำออกจากหลอดเลือด ทำให้เกิดภาวะช็อก ขาดน้ำ บางรายมีเลือดออกรุนแรงจนอาจทำให้เสียชีวิตได้อีกด้วย

โรคไข้เลือดออก สามารถแบ่งออกเป็น 3 ระยะ

ระยะแรก คือ ระยะไข้สูง (Febrile phase) ผู้ป่วยจะมีไข้สูงเฉียบพลัน มากกว่า 38.5 องศาเซลเซียส โดยไม่มีอาการของระบบทางเดินหายใจ แต่จะมีอาการร่วมอื่นๆ ที่พบได้ เช่น ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดข้อ ปวดกระดูก คลื่นไส้อาเจียน ปวดท้อง และไข้มักจะลดลงในระยะเวลาประมาณ 3-7 วัน

ระยะที่สอง คือ ระยะวิกฤต (Critical phase) หลังจากระยะไข้ ผู้ป่วยไข้เลือดออกเดงกีส่วนใหญ่จะเข้าสู่ระยะวิกฤตในวันที่ 5-7 ของไข้ ซึ่งเป็นระยะที่มีการรั่วไหลของน้ำออกจากหลอดเลือด ในบางครั้งอาจมีความรุนแรงมากจนทำให้ผู้ป่วยเกิดภาวะเดงกีช็อก และมีโอกาสเสียชีวิตได้

ระยะที่สามหรือรยะสุดท้าย คือ ระยะฟื้นฟู (Recovery phase) หลังจากผู้ป่วยไข้เลือดออกเดงกีอยู่ในระยะวิกฤตนานประมาณ 24 – 48 ชั่วโมง ก็จะเริ่มเข้าสู่ระยะฟื้นตัว โดยเป็นช่วงที่ร่างกายค่อย ๆ ฟื้นตัวจนอาการ ต่าง ๆ ดีขึ้นอย่างรวดเร็วตามลำดับ

ฉีดวัคซีน ‘ไข้เลือดออก’ กันติดเชื้อได้ 80%

โรคไข้เลือดออกนั้นสามารถเป็นได้ทุกคนเมื่อโดนยุงลายที่มีเชื้อกัด โดยเฉพาะเด็ก ๆ ในช่วงอายุ 5-14 ปี ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นกลุ่มที่พบอัตราการป่วยมากที่สุด ทั้งนี้สามารถป้องกันตัวเองจากการเป็นไข้เลือดออกได้หลายวิธี เช่น ทายากันยุง ใส่เสื้อให้มิดชิด เลี่ยงการโดนยุงลายกัด และดีที่สุดควรฉีดวัคซีนเพื่อป้องกัน

ซึ่งปัจจุบันมีวัคซีนไข้เลือดออกครอบคลุมทั้ง 4 สายพันธุ์ ทั้งนี้มีคำแนะนำจากนายแพทย์บารมี พงษ์ลิขิตมงคล แพทย์ผู้ชำนาญการเวชศาสตร์ครอบครัว (Family Medicine) ศูนย์อายุรกรรม รพ.วิมุต ว่าควรฉีดวัคซีน คิวเดงกา (Qdenga) ซึ่งเป็นวัคซีนชนิดเชื้อเป็นที่ทำให้ฤทธิ์อ่อนลงทั้ง 4 สายพันธุ์ ฉีดทั้งหมด 2 เข็ม ห่างกันเข็มละ 3 เดือน สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ 80% อีกทั้งยังป้องกันภาวะแทรกซ้อน ลดความรุนแรง ลดโอกาสช็อกได้ถึง 90% ซึ่งตัววัคซีนสามารถฉีดได้ตั้งแต่อายุ 4 – 60 ปี ทั้งผู้ที่เคยและไม่เคยเป็นไข้เลือดออกมาก่อน แต่จะมีข้อห้ามสำหรับผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ป่วยที่ใช้ยากดภูมิคุ้มกัน ผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด ผู้ป่วยHIV เป็นต้น รวมถึงหญิงที่ตั้งครรภ์ และให้นมบุตร

วิธีการรักษา ‘โรคไข้เลือดออก’

ปัจจุบันยังไม่มียาต้านเชื้อไวรัสเดงกีโดยเฉพาะ การรักษาโรคจึงเน้นรักษาตามอาการ และระยะของโรค เช่น การรับประทานยาแก้ปวดลดไข้พาราเซตามอล เช็ดตัวลดไข้ ดื่มน้ำเกลือแร่ แต่ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการรุนแรง หรือเริ่มเข้าสู่ระยะวิกฤต ควรรีบไปพบแพทย์ทันที เพราะผู้ป่วยอาจมีภาวะสารน้ำรั่วไหลออกจากหลอดเลือด เลือดออกอย่างรุนแรง จนนำไปสู่ภาวะช็อก หรือเสียชีวิตได้ จึงจำเป็นต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

และทุกวันนี้อุณหภูมิของโลกเพิ่มสูงขึ้น ยุงลายแพร่พันธุ์ได้เร็วขึ้น โอกาสในการป่วยเป็นโรคไข้เลือดออกจึงเพิ่มขึ้นเช่นกัน ทางที่ดีจึงต้องป้องกันตัวเอง โดยเลี่ยงการโดนยุงกัด ทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายรอบ ๆ บ้าน พร้อมทั้งฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออกไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพราะไข้เลือดออกสามารถเป็นซ้ำได้ตลอดชีวิต ซึ่งหากได้รับวัคซีนเวลาติดเชื้อขึ้นมาจะได้ป้องกันอาการรุนแรง และสามารถฟื้นฟูร่างกายกลับมาแข็งแรงได้เร็วขึ้น

ข้อมูล : ศูนย์อายุรกรรม ชั้น 3 โรงพยาบาลวิมุต

โทรศัพท์นัดหมาย 02-079-0030 เวลา 07.00-20.00 น. หรือเรียกรถฉุกเฉินได้ที่ เบอร์โทร 02-079-0191

#TicyCity #ตีซี้ชิตี้ #เมือง #City #health #ไข้เลือดออก #ยุงลาย #อากาศร้อน #วัคซีน

ติดตามอ่าน Ticy City ได้ที่https://ticycity.com/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...