โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คลื่นแห่งการเปลี่ยนแปลง กฎใหม่ EU กับการปฏิวัติวงการเดินเรือเพื่อสิ่งแวดล้อม

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 27 ก.ย 2567 เวลา 15.15 น. • เผยแพร่ 28 ก.ย 2567 เวลา 10.13 น.
LOS ANGELES, CALIFORNIA - SEPTEMBER 20: A shipping container is loaded onto a container ship at the Port of Los Angeles on September 20, 2024 in Los Angeles, California. The Port of Los Angeles has seen a 17 percent surge in cargo traffic for the first eight months of the year compared to its 2023 pace amid a looming ports strike. Mario Tama/Getty Images/AFP (Photo by MARIO TAMA / GETTY IMAGES NORTH AMERICA / Getty Images via AFP)

คอลัมน์ : มองข้ามชอต ผู้เขียน : ณัฐนันท์ อภินันท์วัฒนกูล ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (SCB EIC)

นอกจากมาตรการที่องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (International Maritime Organization : IMO) บังคับใช้มาตรการ IMO 2020 โดยเรือทุกลำที่แล่นในน่านน้ำสากล ต้องลดปริมาณกำมะถันในเชื้อเพลิงลงให้เหลือไม่เกิน 0.5% จากเดิมที่ 3.5% และวางเป้าหมายที่เข้มข้นเรื่อย ๆ เพื่อการมุ่งสู่เป้าหมายที่สำคัญ คือการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) สุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050

แล้วในปี 2025 จะเป็นปีที่ภาคการเดินเรือเริ่มจ่ายค่าใบอนุญาตสำหรับการปล่อย GHG ตามระบบ Emission Trading Scheme (EU ETS) ในสัดส่วน 40% ของปริมาณการปล่อย CO2 ทั้งหมดในปี 2024 โดยขอบเขตของเรือที่ครอบคลุมภายใต้ ETS จะครอบคลุมการปล่อย GHG ที่เกิดจากเรือที่มีขนาดมากกว่า 5,000 ตัน ดังนี้

1) 100% ของการปล่อยมลพิษจากการเดินทางที่เริ่มและสิ้นสุดที่ท่าเรือของสหภาพยุโรป EU (European Union)/เขตเศรษฐกิจยุโรป EEA (European Economic Area) 2) 100% ของการปล่อยมลพิษจากเรือที่จอดเทียบท่าที่ท่าเรือของ EU/EEA 3) 50% ของการปล่อยมลพิษจากการเดินทางที่เริ่มต้นหรือสิ้นสุดที่ท่าเรือของ EU/EEA

นอกจากนี้ EU ยังมีมาตรการที่จะบังคับใช้เพิ่มเติมในปี 2025 คือ FuelEU Maritime (FEUM) ซึ่งเป็นกฎระเบียบที่กำหนดความเข้มข้นของก๊าซเรือนกระจก (GHG) สำหรับเชื้อเพลิงที่ใช้ในตลาดการเดินเรือของยุโรป

โดยกำหนดขีดจำกัดความเข้มข้นของ GHG สำหรับเรือที่มีขนาดมากกว่า 5,000 ตัน เทียบกับค่าเฉลี่ยความเข้มข้นของ GHG ที่ลงทะเบียนในปี 2020 โดยกำหนดการลด GHG เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุก 5 ปี จาก -2% ในปี 2025 เป็น -80% ในปี 2050 โดยมี Scope ของการควบคุม เช่นเดียวกับ EU ETS ซึ่งหมายความว่า EU จะต้องเพิ่มความสำคัญกับการเลือกใช้เชื้อเพลิงที่ปล่อย GHG ต่ำ ไม่ใช่แต่เพียงกระบวนการลดการปล่อย GHG ขณะใช้เชื้อเพลิงเท่านั้น

ในระบบการเดินเรือค่อนข้างมีความซับซ้อนในการคำนวณต้นทุนที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากปัจจัยหลายประการ เช่น เรือมีหลากหลายประเภท มีการถ่ายเทสินค้าจากต่างที่และหลายรอบ แต่การคำนวณคร่าว ๆ

สำหรับการปล่อยคาร์บอนที่เกิดขึ้นในการเดินเรือขนาด 5,000 ตัน ของเรือขนส่งน้ำมันจากสิงคโปร์ไปยังสหภาพยุโรปที่เป็นระยะทางไกลราว 10,000 กิโลเมตร จะอยู่ที่เฉลี่ยราว 455 ตัน ในราคา EU Allowance ที่ราว 70 USD/tCO2 จะต้องซื้อใบอนุญาตคืนที่ 40% คิดเป็นต้นทุนที่เพิ่มราว (182 x 70)/2 = 6,370 USD เป็นอย่างน้อย ต่อเรือขนส่งน้ำมันขนาด 5,000 ตัน

สำหรับไทย แม้มูลค่าการส่งออกไปยังประเทศกลุ่มสหภาพยุโรปจะมีสัดส่วนน้อยเพียง 8% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมดในปี 2023 แต่ผู้ประกอบการด้านการผลิตและจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงได้เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับกับข้อกำหนดดังกล่าวที่มีแนวโน้มจะทวีความเข้มข้นมากขึ้น ด้วยการวิจัยและพัฒนาเชื้อเพลิงทางเลือกสำหรับการขนส่งทางน้ำที่ปล่อย GHG

อาทิ เชื้อเพลิงชีวภาพแบบยั่งยืน เมทานอล LNG โดยน้ำมันเตากำมะถันต่ำมากที่ผสมเชื้อเพลิงชีวภาพแบบยั่งยืน (Bio-VLSFO) ที่มีจำหน่ายในต่างประเทศ ใช้ส่วนผสมของน้ำมันประกอบอาหารเก่าใช้แล้ว Used Cooking Oil Methyl Ester (UCOME) ในสัดส่วน 20-30%

ส่วนผู้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิงของไทยมีแผนจะเริ่มจำหน่าย Bio-VLSFO ในสัดส่วน 24% (B24) ให้แก่เรือขนส่งสินค้าระหว่างประเทศภายในปี 2025

อย่างไรก็ดี ในการผลิต VLSFO จะถูกนำไปใช้ผลิต Sustainable Aviation Fuel (SAF) เช่นเดียวกัน ส่งผลให้อาจมีประเด็นเกี่ยวกับความเพียงพอของวัตถุดิบ เนื่องจากจะมีการแข่งขันกับภาคการบินที่ SAF สามารถนำไปใช้ในการลดการปล่อย GHG ในภาคการบินได้ ซึ่งมีค่าพรีเมี่ยมสูงกว่า

ดังนั้น ความพร้อมของอุปทานจึงเป็นข้อจำกัดสำคัญ แต่หากในอนาคตไบโอดีเซลจากปาล์มได้รับการยอมรับในด้านความยั่งยืน ไบโอดีเซลจากปาล์มจะสามารถนำมาใช้ในการผลิต VLSFO ได้ต่อไป สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ในบทความเรื่อง “Advanced Biofuel บทบาทสำคัญในการลดก๊าซเรือนกระจกของภาคขนส่ง” โดย SCB EIC

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : คลื่นแห่งการเปลี่ยนแปลง กฎใหม่ EU กับการปฏิวัติวงการเดินเรือเพื่อสิ่งแวดล้อม

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...