โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

มูแบบ 'หมูเด้ง' พลังแห่งเทพฮิปโปตัวแม่ที่ทั้งเกรี้ยวกราดและมอบความรักให้

The Better

อัพเดต 22 ก.ย 2567 เวลา 08.54 น. • เผยแพร่ 22 ก.ย 2567 เวลา 07.41 น. • THE BETTER
เทพี'แห่งเผ่าพันธุ์ 'หมูเด้ง' ฮิปโปตัวแม่ที่คอยคุ้มครองและบันดาลความอุดมสมบูรณ์

ในขณะที่ชาวโลกกำลังหลงใหลกับความน่ารักและซุกซนของ 'หมูเด้ง' ฮิปโปแคระตัวน้อยแห่งสวนสัตว์เปิดเขาเขียว จนทำให้หมูเด้งกลายเป็นไอค่อน ไอดอล และมาสคอตที่กำลังฮ็อตที่สุดแล้วในตอนนี้

แต่ฮิปโปโปเตมัสมีทั้งฮิปโปโปเตมัสปกติที่ตัวใหญ่และฮิปโปโปเตมัสแคระ หรือ Pygmy hippo แบบหมูเด้ง โดยเฉพาะฮิปโปโปเตมัสสายพันธุ์ปกติ Common hippo มักจะเป็น "ไอค่อน" หรือสิ่งที่คนโบราณบูชาและให้ "ความรัก" มาตั้งแต่ยุคโบราณ โดยเฉพาะชาวอียิปต์โบราณที่มีเทพเจ้าที่เรียกว่า "ทาเวเรต" (Taweret) เป็นเทพีผู้คุ้มครองการคลอดบุตรและความอุดมสมบูรณ์

เทพเจ้าองค์นี้จะปรากฏเป็นฮิปโปโปเตมัสตัวเมียที่เดินสองขา มีหน้าอกของมนุษย์ผู้หญิงที่ห้อยย้อยลงมา มีแขนขาและอุ้งเท้าเหมือนสิงโต และมีหลังและหางเหมือนจระเข้แม่น้ำไนล์ ดังนั้น แต่โดยรวมแล้วมีลักษณะเหมือนนฮิปโปโปเตมัสมากกว่า

*Photo - เครื่องรางรูปเทพีทาเวเรต อายุราว 332–30 ปีก่อนคริสตกาล จาก Metropolitan Museum of Art*

ชื่อ "ทาเวเรต" หมายความว่า "ผู้ยิ่งใหญ่" ซึ่งเป็นคำเรียกที่มักใช้เพื่อยกย่องและเอาไว้ปลอบเทพเจ้าที่มีพลังอันตราย อีกชื่อคือ "แม่หญิงแห่งสรวงสวรรค์" และ "แม่หญิงแห่งโรงคลอดบุตร" ที่ถือว่าเป็นเทพอันตรายก็เพราะ ตามปกติ ฮิปโปโปเตมัสมีพฤติกรรมรุนแรงและก้าวร้าว จนทำให้ชาวอียิปต์โบราณให้ความเคารพพวกมันแต่ในเวลาเดียวกันมันก็ถูกล่าด้วย โดยที่ฮิปโปโปเตมัสตัวผู้ถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความโกลาหล ดังนั้น พวกมันจึงตกเป็นหมายในการล่าสัตว์ของสมาชิกราชวงศ์อียิปต์โบราณ เพราะการล่าฮิปโปฯ ตัวผู้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงให้เห็นถึงพลังศักดิ์สิทธิ์ของกษัตริย์ อย่างไรก็ตาม ฮิปโปโปเตมัสตัวเมียได้รับการเคารพในฐานะสัญลักษณ์ของเทพเจ้าที่คอยปกป้องลูกๆ ของตนจากอันตรายอย่างเอาใจใส่

จากข้อมูลของพิพิธภัณฑ์ Metropolitan Museum of Art หรือ The Met ระบุว่า "ชาวอียิปต์โบราณยังสังเกตเห็นว่าฮิปโปตัวเมียจะปกป้องลูกของมันอย่างดุร้าย แม้จะมีลักษณะที่อันตรายแต่ก็เป็นการปกป้องลูกของฮิปโป อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่เทพเจ้าทาเวเรต ซึ่งปกป้องแม่และเด็ก ถูกพรรณนาว่าเป็นฮิปโปครึ่งคน ความจริงที่ว่าฮิปโปตัวเมียมักจะออกลูกเพียงตัวเดียวเช่นเดียวกับมนุษย์ อาจเป็นอีกเหตุผลหนึ่ง"

*Photo - จิตรกรรมศิลปะอียิปต์โบราณ สมัยราชวงศ์ที่ 18 อายุราว 1479–1425 ปีก่อนคริสตกาล อยู่ที่ Metropolitan Museum of Art*

ในยุคก่อนนั้น ชาวอียิปต์บูชา อิปี (Ipy) ซึ่งเป็นเทพีฮิปโปโปเตมัสตัวเมีย ถือเป็นผู้ปกป้องฟาโรห์และเวลาเรียกหาขอความคุ้มครองเทพีนี้จะถูกเรียกว่า "แม่" และมีฉายาว่า “พยาบาล” แสดงให้เห็นถึงการเชื่อมโยงกับการเกิด การเลี้ยงดูบุตร และการดูแลทั่วไป กล่าวกันว่าต่อมาอีปีคือต้นเค้าของเทพีทาเวเรตนั่นเอง นอกจากนี้ยังมีเทพีฮิปโปโปเตมัสตัวเมียองค์อื่นๆ อีกเช่น เรเรต (Reret) และเฮตเจต (Hedjet)

จากความเชื่อเหล่านี้ จึงมีการทำเครื่องรางฮิปโปโปเตมัสตัวเมียเพื่อขอพลังคุ้มครอง โดยเครื่องรางฮิปโปจะจากเครื่องเคลือบ มีความหมายที่เกี่ยวข้องกับชีวิต การฟื้นคืนชีพ และการเกิดใหม่ โดยจะนำไปวางไว้ในหลุมฝังศพ เพื่อส่งพลังฟื้นฟูให้กับผู้ตายและเพื่อรับประกันการเกิดใหม่ของผู้ตาย

แต่ชาวอียิปต์โบราณเกรงกลัวภาคที่ดุร้ายของฮิปโปเหล่านี้เช่นกัน และเชื่อว่าเครื่องรางรูปสัตว์เหล่านี้สามารถมีชีวิตขึ้นมาได้ จึงมีการหักขาของเครื่องรางที่เป็นรูปปั้นเหล่านี้ เพื่อป้องกันไม่ให้ฮิปโปเครื่องรางมีแสดงพลังในการทำลายล้างได้

ยังมีแง่มุมด้าน "จักรวาล" หรือการกำเนิดจักรวาลที่เกี่ยวกับฮิปโปด้วย จากข้อมูลของ The Met ซึ่งมีคอลเลชั่นเทพฮิปโปที่น่าสนใจจำนวนหนึ่งของยุคอียิปต์โบราณ ระบุว่าการที่ฮิปโป "มักจะจมตัวเองอยู่ในน้ำเป็นเวลาหลายนาที จากนั้นก็ขึ้นมาหายใจ จากนั้นก็จมลงไปอีกครั้ง พฤติกรรมการหายตัวไปและปรากฏตัวอีกครั้งนี้มีความเกี่ยวข้องกับการเกิดใหม่และการเกิดใหม่ บางครั้งจะมองเห็นเพียงหลังของฮิปโปเท่านั้น ซึ่งคล้ายกับแผ่นดินที่ถูกล้อมรอบด้วยน้ำ ซึ่งชาวอียิปต์อาจเชื่อมโยงกับเนินดินยุคดึกดำบรรพ์และจุดเริ่มต้นของการสร้างโลก ในตำนานการสร้างโลกของอียิปต์เรื่องหนึ่ง มีน้ำยุคดึกดำบรรพ์ที่เนินดินยุคดึกดำบรรพ์โผล่ขึ้นมาและดวงอาทิตย์ขึ้นเป็นครั้งแรก"

*Photo - ประติมากรรมฮิปโป แกะสลักจากหินขาวอียิปต์ สมัยราชวงศ์ 25–26 อายุราว 780–525 ปีก่อนคริสตกาล อยู่ที่ Metropolitan Museum of Art*

The Met ยังอธิบายต่อไปว่า "ในอีกเวอร์ชันหนึ่งของเรื่องนี้ เทพสุริยะปรากฏตัวครั้งแรกบนดอกบัวที่ผุดขึ้นมาจากมวลน้ำยุคดึกดำบรรพ์ ซึ่งมวลน้ำยุคดึกดำบรรพ์ เนินดินยุคดึกดำบรรพ์ และดอกบัว ล้วนมีความเกี่ยวข้องกับการสร้างสรรค์และชีวิต พฤติกรรมที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งของฮิปโปโปเตมัสก็คือ พวกมันคำรามในตอนเช้าเมื่อพระอาทิตย์ขึ้นและในตอนเย็นเมื่อพระอาทิตย์ตก ชาวอียิปต์อาจตีความพฤติกรรมนี้ว่าเป็นการทักทายและอำลาดวงอาทิตย์ และการเดินทางของดวงอาทิตย์ถูกมองว่าเป็นวัฏจักรแห่งการเกิดใหม่ชั่วนิรันดร์ที่ผู้ตายหวังว่าจะได้เข้าร่วม ฮิปโปโปเตมัสจึงมีความเกี่ยวข้องกับชีวิต"

ความเชื่อเรื่องเทพีฮิปโปโปเตมัสตัวเมียยังแพร่หลายจากอียิปต์ไปสู่ดินแดนลีแวนต์ หรือแถบซีเรีย เลบานอน และปาเลสไตน์ในปัจจุบัน และข่ามไปถึงเกาะครีต ซึ่งเป็นอาณาบริเวณของอารยธรรมกรีกโบราณ

แต่ในอียิปต์โบราณเคยมีแต่ฮิปโปโปเตมัสสายพันธุ์ปกติ Common hippo ไม่คยมีฮิปโปโปเตมัสแคระ หรือ Pygmy hippo แบบหมูเด้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งฮิปโปโปเตมัสแคระเป็นสัตว์มี่ไม่เคยพบได้ทั่วไป หรือ Common และยังถือเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์มาตั้งแต่ปี 2006

ไม่ว่าจะเป็นฮิปโปโปเตมัสแคระ หรือฮิปโปโปเตมัสใหญ่ ขอให้เทพีแห่งฮิปโปโปเตมัสทั้งปวง จงให้ความคุ้มครองหมูเด้งและชนเผ่าฮิปโปของหมูเด้งที่กำลังใกล้จะสูญพันธุ์ด้วยเทอญ

ทีมข่าวต่างประเทศ The Better

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...