โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ขี้เกียจไปทำงาน หรือกลัว? เช็กอาการ Ergophobia

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 16 ก.ย 2567 เวลา 10.14 น.

ขี้เกียจไปทำงาน หรือกลัว? เช็กอาการ Ergophobia

มีใครเคยมีอาการเหล่านี้บ้างมั้ยคะ? เช้าวันใหม่ตื่นมาแล้วรู้สึกว่าไม่อยากไปทำงานเลย แน่นอนว่าอาจเป็นเรื่องปกติบ้างในบางวัน แต่สำหรับใครบางคนที่เริ่มรู้สึกว่ามีอาการขี้เกียจไปทำงานบ่อย จนเริ่มกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน บทความนี้จะชวนคุณผู้อ่านมาทำความรู้จักกับโรคกลัวการทำงาน หรือ Ergophobia กันค่ะ

โรคกลัวการทำงาน หรือ Ergophobia คืออะไร?

ในทางจิตวิทยา โรคกลัวการทำงาน หรือ Ergophobia ไม่ถือเป็นโรคโรคหนึ่ง แต่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มโรคกลัวหรือ Phobia คำนี้มาจาก “ergon” หมายถึงงาน และ “phobos” หมายถึงความกลัว

Ergophobia เป็นภาวะความกลัวและวิตกกังวลที่เกี่ยวกับการทำงานอย่างรุนแรง คนที่เป็นโรคนี้จะรู้สึกกดดันและกลัวการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการพรีเซนต์งาน การทำงานในออฟฟิศ หรือแม้กระทั่งการเข้าร่วมประชุมก็อาจทำให้รู้สึกกลัวอย่างไม่มีเหตุผลได้ หลายคนอาจพยายามหลีกเลี่ยงการทำงานและทำให้ชีวิตการทำงานกลายเป็นเรื่องทรมาน

สาเหตุของโรคกลัวการทำงาน

สาเหตุของอาการเหล่านี้อาจเกิดจากประสบการณ์เชิงลบที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน เช่น เคยถูกเจ้านายตำหนิอย่างรุนแรง เคยถูกเพื่อนร่วมงานนินทา หรืออาจจะเกิดจากภาวะซึมเศร้าหรือโรคทางจิตเวชอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง การทำงานที่กดดันก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดภาวะนี้ได้เช่นกัน

ช็กลิสต์อาการแบบไหนจัดอยู่ในกลุ่ม โรคกลัวการทำงาน

1. อาการทางร่างกาย
- หัวใจเต้นแรง รู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องเมื่อคิดถึงงาน
- เหงื่อออกมากผิดปกติ หรือรู้สึกคลื่นไส้
- ปวดท้อง ปวดหัวแบบหาสาเหตุไม่ได้เมื่อต้องทำงาน

2. อาการทางอารมณ์
- วิตกกังวลแบบไม่มีเหตุผลเกี่ยวกับการทำงาน
- รู้สึกว่าตัวเองไม่มีความสามารถพอที่จะทำงานให้ดี
- รู้สึกเครียดเมื่อรู้ว่าจะต้องเข้าที่ทำงาน หรือแม้แต่การประชุม

3. อาการทางพฤติกรรม
- พยายามหลีกเลี่ยงการไปทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการลา การมาทำงานสาย หรือพยายามหาข้ออ้างที่จะไม่ทำงาน
- ไม่มีสมาธิในการทำงาน เพราะมัวแต่กังวลและเครียด

หากใครเข้าข่ายมีอาการของโรคกลัวการทำงานอย่างที่กล่าวมาแล้วในข้างต้น สามารถเข้าไปขอคำปรึกษาจากจิตแพทย์ หรือ นักจิตบำบัดได้ เพื่อจะได้ทำการรักษาได้อย่างถูกวิธี เพื่อให้เราสามารถกลับมามีชีวิตการทำงานที่มีความสุขอีกครั้ง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...