โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

คุมตัว "ไกด์เถื่อนเวียดนาม" ฝากขัง ตำรวจยันไม่เกี่ยวคดีฆาตกรรม 6 ศพ

สวพ.FM91

อัพเดต 17 ส.ค. 2567 เวลา 11.24 น. • เผยแพร่ 17 ส.ค. 2567 เวลา 11.24 น.

ตำรวจ คุมตัว "ไกด์เถื่อนเวียดนาม" ฝากขัง ยืนยันไม่มีเกี่ยวข้องคดีฆาตกรรม 6 ศพ เพียงแค่รู้จักกับ 1 ใน 6 เท่านั้น

วันที่ 17 สิงหาคม 2567 พนักงานสอบสวน สน.พญาไท คุมตัว นายฟาน หง็อก หวู อายุ 35 ปี ไกด์เถื่อนชาวเวียดนาม ไปขออำนาจอาญาฝากขัง ในข้อหาประกอบการธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับอนุญาต, ทำหน้าที่มัคคุเทศก์โดยไม่ได้รับอนุญาต และเป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน หลังตำรวจท่องเที่ยวร่วมกับกรมการท่องเที่ยวบุกเข้าจับกุมไกด์เถื่อนรายนี้ได้ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ภายในซอยรางน้ำ เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร เมื่อเช้าวันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา

โดยขณะคุมตัวไปฝากขัง ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามนายฟาน หง็อก หวู ว่า เกี่ยวข้องหรือรู้จักชาวเวียดนาม 6 คน ที่เสียชีวิตจากการถูกวางยาพิษไซยาไนด์ในแก้วชาเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา หรือไม่ นายฟานมีสีเคร่งเครียด แต่ไม่ตอบคำถามใดๆ กับสื่อมวลชน แต่บอกเพียงว่า “อยากกลับบ้าน” แล้วไม่พูดอะไรอีก

เจ้าหน้าที่สอบสวนพบว่า นายฟาน หง็อก หวู เข้ามาอยู่ในประเทศไทยนานกว่า 10 ปีแล้ว และหันมาเป็นไกด์เถื่อน ไม่มีใบอนุญาตให้กับบริษัทแห่งหนึ่ง และจากการสืบสวนยังพบว่านายฟาน กู้หนี้หลักแสนกับบริษัทโดยการนำพาสปอร์ตไปค้ำประกัน เพื่อนำเงินมาใช้จ่าย แต่ก็ไม่พอ ส่วนรายรับที่ได้ก็มีทั้งจากบริษัทและจากนักท่องเที่ยวที่พามาเที่ยว

นอกจากนี้ กรณีที่ นายฟาน หง็อก หวู เป็นพยานในคดีฆาตกรรมชาวเวียดนาม 6 ศพนั้น ทางพนักงานสอบสวน สน.พญาไท ระบุว่า นายฟาน หง็อก หวู ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับคดีชาวเวียดนาม 6 คน เพียงแต่เป็นไกด์ชาวเวียดนามในไทยที่ทำงานมานาน ทำให้รู้จักกับ 1 ใน 6 ผู้เสียชีวิต แต่ไม่ได้เป็นไกด์นำเที่ยวที่พาทั้ง 6 คนเข้ามาในประเทศไทยแต่อย่างใด และไม่ได้เกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรมดังกล่าว ส่วนที่ไปเป็นพยานให้ปากคำกับตำรวจ สน.ลุมพินี ก็ไม่ได้ไปในฐานะไกด์นำเที่ยว แต่ไปในฐานะที่ 1 ใน 6 ชาวเวียดนามที่รู้จักกัน ให้ช่วยเช็คว่าคนที่เหลือเข้าพักที่โรงแรมที่เกิดเหตุหรือยัง นายฟาน หง็อก หวู จึงขับรถมาดู พบว่าเข้าพักเรียบร้อยแล้ว และไม่ได้เกี่ยวอะไรอีก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...