โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

PPP Plastics ยกระดับ ”ซาเล้ง-ร้านรับซื้อของเก่า” สร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน

ไทยพับลิก้า

อัพเดต 25 ส.ค. 2567 เวลา 15.25 น. • เผยแพร่ 23 ส.ค. 2567 เวลา 17.29 น.

PPP Plastics ประกาศความร่วมมือ “Building Ecosystem for Plastic Circularity” ผนึกพันธมิตรยกระดับมาตรฐานซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่าให้ได้มาตรฐานเพื่อสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน ในพื้นที่ กทม.และ EEC กว่า 300 คน ร่วมจัดการขยะพลสติกตั้งเป้าหมาย ลดให้ได้ 50% ในปี 2570

การจัดการขยะพลาสติกยังเป็นปัญหาในประเทศไทยโดยในปริมาณขยะ 2.8 ล้านตันต่อปีสามารถนำกลับไปใช้ใหม่ได้เพียงปีละ 0.5 ล้านตัน หรือ 25% ทำให้ภาครัฐและเอกชน กลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และองค์กรภาคีเครือข่ายจากทุกภาคส่วนที่ที่เกี่ยวเนื่องกับการจัดการพลาสติกของประเทศไทย ได้ร่วมกันจัดตั้งโครงการความร่วมมือภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม เพื่อจัดการพลาสติกและขยะอย่างยั่งยืน Public Private Partnership for Sustainable Plastics and Waste Management หรือ PPP Plastics ภายใต้การนำขององค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Thailand Business Council for Sustainable Development:TBCSD)

เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2567 ที่ผ่านมาครบ 6 ปีของการดำเนินการของ PPP Plasticsนายภราดร จุลชาต ในฐานะ ประธาน PPP Plastics ได้แถลงผลการดำเนินงานว่า ที่ผ่านมาได้ดำเนินการเพื่อส่งเสริมการจัดการขยะอย่างยั่งยืนด้วยหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างต่อเนื่องมากว่า 6 ปี ทั้งในระดับนโยบายและการปฏิบัติเชิงพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อร่วมส่งเสริมการขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่เศรษฐกิจและสังคมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนให้บรรลุเป้าหมายในการลดขยะพลาสติกทะเลลงไม่ต่ำกว่า 50% ภายใน ปี 2570 โดยได้ดำเนินการใน 6 ด้านหลัก ได้แก่ (1) ด้านนโยบาย (2) ด้านโครงสร้างพื้นฐาน (3) ด้านนวัตกรรม (4) ด้านการศึกษาและการสื่อสาร (5) จัดทำฐานข้อมูล (6) บริหารจัดการงบประมาณ

หลังการดำเนินงานของ PPP Plastics ได้เกิดโครงการนำร่อง หรือ โมเดลการจัดการขยะพลาสติกในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ และประสบความสำเร็จโดยได้รับความร่วมมือของทุกภาคส่วนเข้าร่วมเป็นสมาชิก จาก 15 องค์กรเพิ่มเป็น 45 องค์กรในปัจจุบันที่ร่วมกันเป็นเครือข่ายในการจัดการขยะพลาสติกร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในปี 2570

นายภราดร จุลชาต ประธาน PPP Plastics

นางภรณี กองอมรภิญโญ PPP Plastics Communication Taskforce Leader กล่าวว่า PPP Plastics มุ่งมั่นที่จะสร้างรากฐานที่จำเป็นสำหรับการสร้างระบบนิเวศเพื่อให้เกิดการหมุนเวียนของพลาสติก หรือ plastic circularity โดยมีโครงการเด่น ได้แก่ โครงการ Smart Recycling Hub และโครงการยกระดับมาตรฐานซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า ซึ่งการที่จะผลักดันให้เกิดองคาพยพของเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างแท้จริงนั้น จำเป็นจะต้องมีการสื่อสารที่เข้มแข็งในทุกระดับเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันและสามารถขับเคลื่อนงานไปในทิศทางเดียวกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้

สำหรับในปีนี้ได้เปิดตัวโครงการยกระดับมาตรฐานซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า โดยมีผู้บริหารจากองค์กรภาคีเครือข่ายที่ร่วมขับเคลื่อนโครงการฯ ได้แก่ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย PPP Plastics กรมควบคุมมลพิษ กรุงเทพมหานคร องค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง สมาคมซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า

นอกจากนี้ยังมีองค์กรภาคธุรกิจที่ร่วมสนับสนุนการดำเนินงานโครงการฯ ได้แก่ กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จํากัด บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด และ บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) เพื่อพัฒนาศักยภาพให้กับซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่าในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกิดการจัดการขยะอย่างยั่งยืนตามหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบฐานข้อมูล และการลงทะเบียนซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่าที่เชื่อมโยงกันในระดับประเทศ และอบรมให้ความรู้แก่ซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่าให้ดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน เพื่อนำวัสดุรีไซเคิลคุณภาพดีกลับเข้าสู่ระบบการผลิต

“โครงการยกระดับมาตรฐานซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า”จะจัดทำขึ้นเพื่อพัฒนาระบบฐานข้อมูลและการลงทะเบียนทั้งซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่าเพื่อยกระดับมาตรฐานของ ซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย วิชาชีพ การดำเนินธุรกิจและสิ่งแวดล้อม รวมถึงให้เครื่องมืออุปกรณ์และสร้างสถานที่ทำงานเพื่อให้เกิดการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยตั้งเป้าจะมีซาเล้งมาขึ้นทะเบียนและอบรม 300 รายในพื้นที่ กทม. และ EEC”

นางภรณี กล่าวด้วยว่า โครงการพัฒนาซาเล้งจะเห็นผลงานได้อย่างชัดเจนในปี 2568 เพราะช่วยยกมาตรฐานซาเล้ง และร้านรับซื้อของเก่า ใน 4 ประเด็นคือ

1.พัฒนาระบบฐานขอมูล และระบบลงทะเบียน สำหรับซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า

2.พัฒนาหลักสูตรฝึกอบรม และคู่มือ การเสริมเสร้างศักยภาพซาเล้ง

3.ขับเคลื่อนลานรับซื้อของเก่ากับศูนย์คัดแยกและจัดการวัสดุ (Material Recovery Facility : MRF )ในพื้นที่กรุงเทพและระยอง

4.จัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายการพัฒนาและการจดทะเบียนซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่าในระดับประเทศ

นางภรณี กองอมรภิญโญ หัวหน้าคณะทำงานฝ่ายสื่อสาร PPP Plastics

ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยและเลขาธิการองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน กล่าวว่า จากนี้ต่อไป PPP Plastics ยังคงเดินหน้าสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนของพลาสติกให้เกิดขึ้นในประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งตอบสนองต่อทิศทางนโยบายทั้งระดับประเทศและระดับโลกที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน (EPR) กฎหมายเศรษฐกิจหมุนเวียน มาตรฐาน PCR และข้อตกลงระหว่างประเทศ โดยในการขับเคลื่อนงานในอนาคต PPP Plastics จะจัดตั้งเป็นสมาคม PPP Plastics เพื่อให้สามารถเดินหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

“ในนามองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (TBCSD) เพื่อสานต่อและขยายผลการดำเนินงานของ PPP Plastics ให้สำเร็จบรรลุเป้าหมายหลักทั้งในระดับนโยบายและการปฏิบัติในการสนับสนุนการขับเคลื่อน Roadmap การจัดการขยะพลาสติกเพื่อลดปริมาณขยะลงมาตามเป้าหมายที่วางไว้ นอกจากนี้จะเตรียมพร้อมของประเทศไทยในการเข้าร่วมข้อตกลงระหว่างประเทศด้านมลพิษจากพลาสติก โดยมีกรมควบคุมมลพิษ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย มาร่วมนำเสนอข้อมูลเพื่อรับมือในอนาคต”

ภายในงานแถลงผลงานได้มีการจัดพิธีส่งมอบตำแหน่งประธาน PPP Plastics ระหว่าง นายภราดร จุลชาต ในนามกลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ให้กับดร.วิจารย์ สิมาฉายา รับหน้าที่แทนโดยมีวาระ2 ปี

ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยและเลขาธิการองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน และประธาน PPP Plastics คนใหม่

นอกจากนี้ภายในงานแถลงผลงานได้มีการนำเสนอปัญหาขยะพลาสติกในทะเลโดย ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า ทะเลและชายฝั่งเป็นแหล่งของทรัพยากรทางทะเลที่สำคัญ แต่ปัจจุบันมนุษย์ได้สร้างมลพิษ โดยเฉพาะขยะทะเลชนิดขยะพลาสติกที่ส่งผลกระทบต่อทัศนียภาพ สิ่งแวดล้อม และทรัพยากรทางทะเล เช่น แนวปะการัง แหล่งหญ้าทะเล สัตว์ทะเลชนิดต่างๆ ทั้งเต่าทะเล โลมา วาฬ และพะยูน รวมถึงสัตว์ทะเลที่เป็นอาหารของมนุษย์ ขยะพลาสติกเหล่านี้จะกลายเป็นไมโครพลาสติกซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์ต่อไป ในสภาวการณ์ปัจจุบัน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไม่สามารถรอเวลาได้ หน่วยงานต่าง ๆ ต้องลงมือปฏิบัติและจัดการอย่างเป็นรูปธรรมแบบบูรณาการเพื่อให้การแก้ปัญหาขยะพลาสติกประสบความสำเร็จและยั่งยืน”

ขณะที่นางสาวปรีญาพร สุวรรณเกษ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า “มลพิษจากพลาสติก เป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ปัจจุบันโลกกำลังให้ความสำคัญ รองจากเรื่องของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งในปี พ.ศ. 2568 องค์การสหประชาชาติกำลังจะให้มีอนุสัญญามลพิษพลาสติกขึ้น และอาจจะมีผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมผู้ผลิตพลาสติก ที่จะต้องมีการผลิตพลาสติกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ผู้จำหน่ายที่จะต้องเริ่มมีการจำกัดหรือควบคุมการแจกจ่ายบรรจุภัณฑ์หรือผลิตภัณฑ์พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว นอกจากนี้ผู้บริโภคจะต้องมีความตระหนักในการใช้พลาสติกอย่างรู้คุณค่า และแยกประเภทขยะให้ถูกต้อง รวมทั้งผู้เก็บรวบรวมขยะที่จะต้องนำกลับคืนขยะรีไซเคิลทุกประเภทเหล่านี้เพื่อนำเข้าสู่ระบบรีไซเคิลตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนต่อไป

ด้านนายฐิติธัม พงศ์พนางาม ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ภาคธุรกิจไม่สามารถมองประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมด้วยมุมมองเชิงธุรกิจเพียงอย่างเดียว ทุกคนต่างตระหนักว่าเป็นความรับผิดชอบที่จะช่วยกันดูแลและแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม การพยายามแก้ปัญหาเรื่องพลาสติกโดยการใช้วัสดุอื่นมาทดแทนยังไม่นับเป็นทางออกที่ยั่งยืน แต่กระบวนการรีไซเคิลและการผลักดันให้เกิดการหมุนเวียนของพลาสติกคือคำตอบของปัญหาเหล่านี้”

สำหรับโครงการความร่วมมือภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม เพื่อจัดการพลาสติกและขยะอย่างยั่งยืน (Public Private Partnership for Sustainable Plastic and Waste Management) หรือ PPP Plastics ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2561 นำโดย องค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (TBCSD) ได้ร่วมกับกลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อขับเคลื่อนการบริหารจัดการขยะพลาสติกอย่างยั่งยืนร่วมกับภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม องค์กรระหว่างประเทศ และสถาบันการศึกษา

เป้าหมายหลักของ PPP Plastics เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานเพื่อลดปริมาณขยะพลาสติกในทะเลไทยตาม Roadmap การจัดการขยะพลาสติก พ.ศ. 2561 – 2573 และแผนปฏิบัติการที่เกี่ยวข้อง โดยจะลดขยะพลาสติกทะเลลงไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 ภายใน พ.ศ. 2570 ตามเป้าหมายหลัก 2 เป้าหมาย คือ

เป้าหมายที่ 1 การลดและเลิกใช้พลาสติกเป้าหมาย ด้วยการใช้วัสดุทดแทนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

เป้าหมายที่ 2 การนำขยะพลาสติกเป้าหมายกลับมาใช้ประโยชน์ ร้อยละ 100 ภายในปี พ.ศ. 2570

นอกจากนี้ PPP Plastics ยังดำเนินงานเพื่อสนับสนุนนโยบายของประเทศอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการผลักดันเรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเศรษฐกิจหมุนเวียนของพลาสติก เช่น วาระแห่งชาติ BCG Model การยกร่างกฎหมายเศรษฐกิจหมุนเวียน การยกร่างกฎหมายบรรจุภัณฑ์ (Extended Producer Responsibility: EPR) และโครงการนำร่อง/โมเดล EPR เป็นต้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...