โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาพยนตร์

รีวิวคอนเสิร์ต Coldplay โชว์ ‘เล่นแสง’ สุดละลานตา เหนือจินตนาการ ยินดีต้อนรับสู่ ‘มณฑลไท่กั๋ว’

BT Beartai

อัพเดต 04 ก.พ. 2567 เวลา 14.46 น. • เผยแพร่ 04 ก.พ. 2567 เวลา 08.37 น.
รีวิวคอนเสิร์ต Coldplay โชว์ ‘เล่นแสง’ สุดละลานตา เหนือจินตนาการ ยินดีต้อนรับสู่ ‘มณฑลไท่กั๋ว’

Coldplay เปลี่ยนค่ำคืนแสนรถติด ด้วยโชว์สุดตระการตางานสร้าง พร้อมเนรมิตท้องฟ้าของกรุงเทพฯ ให้สุกสกาว และลุกโชนไปด้วยท่วงทำนองแห่งความฝัน และแรงบันดาลใจ กับเวิลด์ทัวร์จากอัลบั้มชุดที่ 9 ‘Music of The Spheres’ ซึ่งเป็นเวิลด์ทัวร์ครั้งที่ 3 ของพวกเขาในประเทศไทย

เวลา 20.30 ตรง Coldplay ปล่อยวิดีโอที่แสดงถึงเป้าหมายของทัวร์ในครั้งนี้ ที่หวังจะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ ลง 50% และผลักดันเรื่องความยั่งยืนในหลาย ๆ ด้าน อย่างเช่น ริสต์แบนด์ LED ที่แจกก่อนเข้างานก็ทำจากพืช และใช้ระบบขนส่งที่ยั่งยืนตลอดทริปอีกด้วย

จากนั้นเวลาประมาณ 20.35 ทั้งสี่หนุ่มนำโดย คริส มาร์ติน (Chris Martin -ร้องนำ), จอห์นนี บัคแลนด์ (Jonny Buckland – กีตาร์), กาย แบร์รีแมน (Guy Berryman – เบส) และ วิล แชมเปียน (Will Champion – กลอง) ก็ปรากฏต่อหน้าคนดูชาวไทยครั้งแรกในรอบ 7 ปี โดยคอนเสิร์ตในครั้งนี้ Coldplay แบ่งโชว์ออกเป็น 4 ช่วง พวกเขาเปิดองก์ที่ 1 อย่าง ’Planets’ ด้วยเพลงจังหวะเร็ว ๆ อย่าง “Higher Power”, “Adventure of a Lifetime”, “Paradise” และปิดท้ายด้วยเพลงฮิตอย่าง “The Scientist”

หลังจบเพลงหนุ่มคริสโชว์ความเป็นเขยไทย ด้วยการพูดภาษาไทยหลายประโยคทั้ง “ทุกคนสวัสดีครับ เราดีใจที่ได้เจอพวกคุณ หิวไหม? ร้องด้วยกัน” แม้จะรู้ตัวว่าพูดไม่ชัด แต่คริสก็บอกว่า “ขอโทษสำหรับภาษาไทยผมด้วย โชว์ในวันพรุ่งนี้มันจะดีกว่านี้แน่นอน”

องก์ที่ 2 ‘Moons’ มีการย้ายไปโชว์ที่เวที B กับเพลงดังอย่าง “Viva la Vida”, “Hymn for the Weekend”, “Charlie Brown” และ อีกหนึ่งไฮไลต์ของคอนเสิร์ต คือการที่คริสได้ชวนแฟนเพลงชาวจีนสองคนขึ้นเวทีร่วมร้องเพลง “Up&Up” ไปด้วยกันกับเขา หลังเจ้าตัวไปสะดุดกับป้ายที่เขียนว่า “จีนรัก Coldplay Up&Up อย่ายอมแพ้นะ” แถมตอนจบเพลง คริสยังชวนให้ทุกคนภาวนา ขอให้ Coldplay ได้ไปเล่นจีนด้วย งานนี้ทำเอาไท่กั๋วหลายคนแอบมีนอยด์เล็ก ๆ แต่เข้าใจว่าพี่คริสอาจจะอยากร้อง “Up&Up” อยู่แล้ว ก่อนจะปิดท้ายองก์นี้ด้วย “Yellow” ที่เปลี่ยนราชมังฯ เป็นทุ่งสีเหลืองอร่ามงดงามอย่างมาก

องก์ที่ 3 ’Stars’ เปิดด้วย “Human Heart” ที่ทีมงานมีการแปลอักษรเป็นรูปหัวใจสีแดง ต่อเนื่องด้วยเพลง “People of the Pride” และ “Clocks” ที่มีการเล่นไฟสีเขียวอย่างสร้างสรรค์ ตามจังหวะของกลองและท่อน unision ต่าง ๆ Coldplay ยิงยาวความสนุกในช่วงนี้กับผลงานใหม่ “Infinity Sign”, “Something Just Like This”, “Midnight”, “My Universe” และปิดท้ายด้วย “A Sky Full of Stars” ที่พิเศษตรงที่หลังจบเพลง คริสขอให้ทุกคนในสนามวางโทรศัพท์ลง และร่วมร้องเพลงนี้ไปกับเขาอีกครั้ง

หลังพาทุกคนไปทัวร์จักรวาลและดวงดาวต่าง ๆ แล้ว Coldplay เรียกองก์สุดท้ายที่เปรียบเสมือน encore ว่า ‘Home’ โดยเริ่มด้วยเพลง “Sparks”, “Don’t Panic” และพิเศษสุด ๆ กับช่วงที่หนุ่มคริสสร้างเสียงหัวเราะให้กับแฟน ๆ ด้วยการร้องเพลงแต่งสด ๆ ตามภาพของแฟน ๆ บนจอในสนาม ก่อนที่ Coldplay จะปิดท้ายคอนเสิร์ตในครั้งนี้ด้วยเพลง “Fix You” และ “Biutyful” เป็นอันรูดม่านโชว์ในครั้งนี้อย่างสมบูรณ์

ภาพรวม Coldplay มาพร้อมโชว์สุดตื่นตาตื่นใจ โปรดักชันแสงสีละลานตาเหนือจินตนาการ แม้ภาคดนตรีไม่แพรวพราว แต่งานภาพ งานแสง งานพลุ สามารถใช้คำว่า “งดงามเหลือเกิน!” ยกตัวอย่างเพลง “Clocks” มีการเล่นแสงสีเขียวกับริสต์แบนของคนดู สลับไปมากับจังหวะของกลอง “Yellow” หรือ “My Universe” ก็เล่นกับสีเหลือง และสีรุ้ง ๆ ได้สอดรับกับเนื้อหาของเพลง และที่สำคัญนี่คือโชว์ศิลปินต่างประเทศที่ยิงพลุเยอะที่สุดโชว์หนึ่งของบ้านเราเลยทีเดียว

เหตุผลที่ Coldplay เลือกแสดงในสนามกีฬา เพราะพวกเขาต้องการใช้พื้นที่แนวกว้างทั้งหมด เพื่อดีไซน์งานแสงสีให้ออกมาดูยิ่งใหญ่ที่สุด และที่สำคัญคือการนำคนดูเข้าไปก็เป็นส่วนหนึ่งของโชว์ ไม่ใช่เป็นแค่คนดูเหมือนโชว์อื่น ๆ ทั่วไป

ด้าน performance ส่วนตัว คริส มาร์ติน ยังแสดงให้เห็นถึงความเป็นเอนเตอร์เทนเนอร์ที่เก่งกาจ รับจบทั้งงานร้อง งานวิ่ง และงานเต้น เป็นฟรอนต์แมนที่เอาคนดูอยู่เหมือนเช่นเคย

แน่นอนอีกหนึ่งประเด็นที่ถูกพูดถึงไม่น้อย คือจำนวนชาวต่างชาติทั้ง จีน อินเดีย และคนจากทั่วเอเชีย ที่แห่เข้ามาร่วมในคอนเสิร์ตครั้งนี้จำนวนมาก ชนิดที่ว่าพื้นที่โซนหน้าเวที B ถูกห้อมล้อมไปด้วยคนต่างชาติซะเป็นส่วนใหญ่ แถมบนเวทีผู้โชคดียังเป็นคนจีน บวกกับหนุ่มคริสก็พูดขอบคุณคนจีนก่อนคนไทยไปอีก ทำเอาหลายคนอาจจะรู้สึกเสียดายนิด ๆ ที่คอนเสิร์ตในครั้งนี้ไม่ได้ดูมีซีนของประเทศไทยมากเท่าที่ควร (ไม่รู้พี่คริสมีประเด็นแอบแฝงกับพี่จีนหรือไม่) อีกทั้งประเด็นเรื่องการจราจรที่ติดขัด การเดินทางไปสถานที่จัดงานที่ค่อนข้างลำบาก และวินมอเตอร์ไซค์ในพื้นที่ ที่โขกสับค่าบริการกับคนไทยและชาวต่างชาติชนิดที่ว่า “หวังรวยในวันเดียว” กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่คนดูอย่างเรา ๆ ก็ได้แต่หวังว่า การมีระบบขนส่งสาธารณะที่ดีและเข้าถึงได้มากกว่านี้ จะช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าว และสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการไปรับชมคอนเสิร์ตที่ราชมังฯ ได้

แม้จะเป็นเอเชียทัวร์ที่ดูลากยาว เห็นแล้วก็เหนื่อยแทน แต่สิ่งหนึ่งที่ผมชอบมาก ๆ ในโชว์ของ Coldplay คือพลังงานในการแสดงของพวกเขา และวิธีการสร้างความจดจำให้คนดู ด้วยงานภาพที่อัดแน่นไปด้วยความเหนือจินตนาการ แค่ไปดูการดีไซน์ไลต์ติงในเพลงต่าง ๆ ก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว ถือเป็นคอนเสิร์ตที่มีดีทั้งภาพ และเสียงที่เราชอบจริง ๆ

ปล. ทางทีมงานขอใช้ภาพจากโชว์ที่สิงคโปร์ก่อน ในระหว่างที่รอภาพจากศิลปินนะครับ

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...