โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ถ้างานนี้มี EVP เป็นเส้นชัย คนเก่งจะยอมวิ่งเข้าหาองค์กร ! รู้จักการสร้าง ‘Employee Value Proposition’ ผ่านจิกซอว์ 4 ชิ้น

Ad Addict

อัพเดต 29 เม.ย. 2567 เวลา 02.50 น. • เผยแพร่ 29 เม.ย. 2567 เวลา 02.55 น. • tonapas

จะขายของทั้งที ก็ต้องมี Value Proposition หรือ ‘คุณค่าสุดแตกต่าง’ ที่ทำให้ลูกค้าต้องยอมเปิดกระเป๋า แล้วจ่ายเงินซื้อสินค้าของเราเท่านั้น เพราะไม่สามารถหาความพิเศษเหล่านี้ได้จากที่ไหนอีกแล้ว

แต่ถ้าคนที่กำลังตามหาไม่ใช่ลูกค้า แต่เป็น ‘คนทำงาน’ องค์กรจะทำยังไงให้เหล่าคนเก่งในตลาดยอมจ่ายแรงกาย แรงใจ และความสามารถเพื่อทำงานให้เรา ? คำตอบก็คือการสร้าง ‘Employee Value Proposition’ ที่แข็งแรง เพื่อดึงดูด Talents คุณภาพให้อยากเข้ามาทำงานกับเรา

ซึ่งนี่ก็เป็นแค่น้ำจิ้มจากคอร์ส ‘Employer Branding Mastery’ หลักสูตรเจาะลึกการสร้างแบรนด์องค์กรยุคใหม่ โดย คุณ ‘บี อภิชาติ ขันธวิธิ’ และ คุณ ‘บี สโรจ เลาหศิริ’ ตามไปอ่านเรียกน้ำย่อยกันได้เลย !

1. ‘ค่าตอบแทน’ สิ่งที่องค์กรพร้อมมอบให้คนทำงาน

ลองสมมติว่าเรากำลังมองหางานอยู่ สิ่งแรกที่จะดึงดูดคนทำงานได้คืออะไร ?

เชื่อว่าคำตอบแรกที่ขึ้นมาในหัวของหลาย ๆ คนก็คือ ‘เงินเดือน’ ที่บริษัทหรือองค์กรพร้อมจ่ายเพื่อแลกกับแรงกายที่ต้องเสียไป แต่สำหรับคนทำงานยุคใหม่นั้น พวกเขาเริ่มมองหาค่าตอบแทนที่มากกว่าตัวเงิน แต่เป็น ‘สวัสดิการ’ ที่ครอบคลุมไปถึงชีวิตและจิตใจของคนด้วย

เพราะสวัสดิการเป็นตัวสะท้อนถึงสิ่งที่องค์กรใส่ใจและให้ความสำคัญ ซึ่งเป็นจุดที่ช่วยให้คนเกิดการรับรู้ภาพลักษณ์ที่โดดเด่นและแตกต่างได้ เช่น การเบิกค่าอาหาร ค่าเดินทาง, ประกันสุขภาพ หรือวันลาพักใจ

ซึ่งถ้าองค์กรไหนกำลังปรับเปลี่ยนนโยบายหรือพัฒนาสวัสดิการ แต่ไม่รู้ว่าต้องทำยังไงถึงจะตอบโจทย์ความคาดหวังของคนทำงานยุคใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็อย่าลืมตามมาหาคำตอบได้ในคอร์ส ‘Employer Branding Mastery’ ไปด้วยกัน !

2. ‘การเติบโตในอาชีพ’ โอกาสเรียนรู้สิ่งใหม่และได้พัฒนาตัวเอง

‘คุณมองภาพอนาคตในระยะยาวไว้ยังไง ?’

ประโยคนี้นับเป็นคำถามที่เกือบทุกคนต้องเจอในวันสัมภาษณ์งาน แต่อยากชวนให้มองกลับกันว่า แล้วองค์กรเองจะสร้างการเติบโตในอาชีพการงานของพนักงานยังไงบ้าง ? นี่คือสิ่งที่องค์กรควรวางแผนเพื่อรักษาคนทำงานเอาไว้ในระยะยาว

ซึ่งการเติบโตนั้นไม่ได้หมายถึงการขึ้นเงินเดือนหรือเลื่อนตำแหน่งเสมอไป แต่เป็นการเปิด ‘โอกาส’ ใหม่ ๆ ในระหว่างการทำงาน เช่น การจัดคอร์สเรียนรู้ทักษะสมัยใหม่, การจัดอิเวนต์ หรือสร้างโปรเจกต์พิเศษ

นอกจากจะเป็นการช่วยให้พนักงานได้ลองทำสิ่งที่ไม่เคยทำแล้ว ยังเป็นการช่วยให้อัปสกิลใหม่ ๆ ในเรื่องที่สนใจ เพื่อลดBurnout Syndrome หรือภาวะหมดไฟในที่ทำงาน จากการได้เจอความท้าทายและพัฒนาตัวเองอย่างสม่ำเสมออีกด้วย

3. ‘สังคมการทำงาน’ ความสัมพันธ์และสภาพแวดล้อมที่ดี

‘ที่นี่เราทำงานกันเป็นครอบครัว’

ถ้าใครได้ยินประโยคนี้ ก็อย่าลืมถามต่อว่าแบบบ้านเลือดข้นคนจางหรือกาสะลองซ้องปีบ !? เพราะแม้องค์กรส่วนใหญ่จะยกวัฒนธรรมการทำงานที่รักใคร่กลมเกลียวกันขึ้นมาเป็นจุดขาย แต่ก็อาจจะลืมนึกถึงการผสมผสาน ‘ตัวตน’ ของคนทำงานแต่ละคนไป

เพราะองค์กรต่าง ๆ นับเป็น‘พื้นที่’ ที่เชื่อมต่อคนหลากรุ่น ต่างความชอบ หลายไลฟ์สไตล์ เอาไว้ด้วยกัน การบริหารเรื่องความสัมพันธ์ในที่ทำงานจึงเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการทำความรู้จัก การปฏิสัมพันธ์กันของพนักงาน ไปจนถึงการสร้างทีมเวิร์ก

ไม่ใช่แค่เรื่องของคนเท่านั้น แต่ยังต้องสร้าง ‘สภาพแวดล้อม’ ในการทำงานด้วย เช่น สถานที่ อุปกรณ์ หรือพื้นที่ส่วนกลาง ให้กลายเป็น Employee Value Proposition ที่ช่วยทั้งกระตุ้นความสนใจและซัปพอร์ตคนทำงานให้สามารถแสดงฝีมือของตัวเองออกมาได้อย่างเต็มที่นั่นเอง

4. ‘เจตจำนงขององค์กร’ คุณค่าและจุดหมายที่ยึดถือร่วมกัน

จุดขายที่แข็งแกร่งที่สุดไม่ใช่ภาพลักษณ์ภายนอก แต่เป็น ‘แก่นแท้’ ที่อยู่ภายใน

เรียกว่าการทำงานในทุกวันนี้นี้ ไม่ใช่แค่การเดินเข้าออฟฟิศตอนเช้า ทำงานตามหน้าที่ เดินออกตอนเวลาเลิกงานแล้วถือว่าจบ แต่คนยุคใหม่ต้องการจะทำงานเพื่อ ‘ขับเคลื่อน’ บางอย่างไปสู่สังคมและโลกใบนี้ด้วย

‘เจตจำนง’ จึงกลายเป็นหัวใจที่ทุกองค์กรจะต้องตั้งเป้าเอาไว้ให้มั่น เพราะคุณค่าเหล่านั้นจะทำให้องค์กรดึงดูดคนแบบเดียวกันเข้ามาช่วยเสริมพลังให้ไปสู่จุดมุ่งหมายได้สำเร็จ เช่น การทำธุรกิจเพื่อความยั่งยืน, การสนับสนุนความเท่าเทียม หรือการยกระดับคุณภาพชีวิต

สำหรับใครที่อยากค้นหา EVP ของตัวเอง มาทางนี้เลย !

คอร์ส ‘Employer Branding Mastery’ หลักสูตรเจาะลึกการสร้างแบรนด์องค์กรยุคใหม่ให้ใคร ๆ ก็อยากร่วมงาน โดยผู้เชี่ยวชาญจาก 2 วงการ ทั้ง คุณ ‘บี อภิชาติ ขันธวิธิ’ และ คุณ ‘บี สโรจ เลาหศิริ’ ที่จะช่วยให้แบรนด์ตามหาหัวใจสำคัญอย่าง Employer Value Proposition เพื่อสร้างภาพลักษณ์ อัปสกิลดึงดูดคนทำงานได้อย่างแตกต่าง

รายละเอียดคอร์ส

  • วันที่ : 16 - 17 พฤษภาคม 2024
  • เวลา : 9.00 - 17.00 น.
  • สถานที่ : โรงแรม Mercure Bangkok Sukhumvit 24 (BTS พร้อมพงษ์)
    พิเศษ ! COMPANY VISIT จาก bitkub วันที่ 21 พฤษภาคม 2024 เวลา 9.00 - 12.00 น.
  • ราคา : 25,900 บาท

*ราคานี้รวมอาหารกลางวันบุฟเฟต์และเบรคที่โรงแรม
**ราคานี้ยังไม่รวม +Vat7% -หักภาษี ณ ที่จ่าย

>> ดูรายละเอียดเต็ม ๆ ได้ที่ : https://bit.ly/EmployerBrandingMastery

แบรนด์และองค์กรยุคใหม่ห้ามพลาด สมัครด่วน !!

สนใจสมัครเรียน Employer Branding Mastery ได้ที่นี่ >> https://bit.ly/EBMForm
หรือทัก Inbox FB แจ้งทีมงานพร้อมรับโปรโมชั่นสุดพิเศษเพิ่มเติม (เมื่อสมัคร 2 ท่านขึ้นไป) ได้ที่นี่ >> ADcademy by AD ADDICT

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...