โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ITD เปิดเผยแล้วงบฯปี'66 ขาดทุน 1,072 ล้าน ผู้สอบบัญชีไม่แสดงความเห็น

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 29 มี.ค. 2567 เวลา 04.41 น. • เผยแพร่ 29 มี.ค. 2567 เวลา 02.33 น.

ส่งงบการเงินปี 2566 “อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์” พบขาดทุนลดเหลือ 1,072 ล้านบาท หลังจากมีกำไรจากการขายทรัพย์สินที่ไม่ใช้ในการดำเนินงาน 2,249 ล้านบาท แต่ด้านผู้สอบบัญชีไม่แสดงความเห็น

วันที่ 29 มีนาคม 2567 นางนิจพร จรณะจิตต์ กรรมการรองประธานบริหารอาวุโส บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) รายงานตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า ในปี 2566 บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิตามส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัท จำนวน 1,072 ล้านบาท ขาดทุนลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนเป็นจำนวน 3,686 ล้านบาท โดยมีรายละเอียดดังนี้

1.รายได้จากการให้บริการรับเหมาก่อสร้าง

ในปี 2566 บริษัทมีรายได้จากการให้บริการรับเหมาก่อสร้าง จำนวน 56,936 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เป็นจำนวน 2,719 ล้านบาท เนื่องจากการลดลงของรายได้จากการให้บริการก่อสร้างของโครงการที่ใกล้แล้วเสร็จ อาทิ

โครงการรถไฟทางคู่ ช่วงมาบกะเบา-ชุมทางจิระ สัญญา 3 งานอุโมงค์รถไฟ โครงการอาคารโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม รวมถึงการปรับปรุงรายได้จากการให้บริการก่อสร้าง เนื่องจากต้นทุนในการให้บริการรับเหมาก่อสร้างบางรายการ ยังไม่ส่งมอบบริการให้แก่ลูกค้า ทำให้ยังไม่สามารถรับรู้เป็นรายได้จากการให้บริการก่อสร้าง และปรับปรุงต้นทุนดังกล่าวเป็นสินทรัพย์ต้นทุนการทำงานให้เสร็จสิ้นตามสัญญา (อาทิ ค่าโครงสร้างชั่วคราว ค่าโครงสร้างงานรากฐาน ค่าบริหารสาธารณูปโภค-สิ่งแวดล้อม ค่าใช้จ่ายช่วงเตรียมงาน เป็นต้น)

2.รายได้จากการขายและให้บริการ

ในปี 2566 บริษัทมีรายได้จากการขายและให้บริการ จำนวน 6,806 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เป็นจำนวน 986 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการลดลงของรายได้จากการให้บริการโครงการเหมืองแร่

3.ต้นทุนในการให้บริการรับเหมาก่อสร้าง

ในปี 2566 บริษัทมีต้นทุนในการให้บริการรับเหมาก่อสร้าง จำนวน 52,903 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เป็นจำนวน 5,052 ล้านบาท เนื่องจากการลดลงของต้นทุนในการให้บริการรับเหมาก่อสร้างของโครงการที่ใกล้จะแล้วเสร็จ รวมถึงการปรับปรุงต้นทุนในการให้บริการรับเหมาก่อสร้างบางรายการเป็นสินทรัพย์ต้นทุนการทำงานให้เสร็จสิ้นตามสัญญา

4.ต้นทุนในการขายและให้บริการ

ในปี 2566 บริษัทมีต้นทุนในการขายและให้บริการ จำนวน 6,850 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เป็นจำนวน 57 ล้านบาท ส่วนหนึ่งเนื่องจากบริษัทย่อยบางแห่งมีการขายสินค้าและให้บริการเพิ่มขึ้น จึงมีต้นทุนเพิ่มขึ้น

5.กำไรขั้นต้น

ในปี 2566 บริษัทมีกำไรขั้นต้น จำนวน 3,989 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรขั้นต้น จำนวน 2,699 ล้านบาท และมีอัตรากำไรขั้นต้นในปี 2566 เท่ากับร้อยละ 6.26 เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ที่มีอัตรากำไรขั้นต้น เท่ากับร้อยละ 4.00 เนื่องจากการกำไรเพิ่มขึ้นของบริษัทย่อยบางแห่ง รวมถึงการลดลงของผลขาดทุนจากการให้บริการก่อสร้างในต่างประเทศ

6.เงินปันผลรับและส่วนแบ่งกำไรในกิจการร่วมค้า

ในปี 2566 บริษัทมีเงินปันผลรับและส่วนแบ่งกำไรในกิจการร่วมค้า จำนวน 3 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เป็นจำนวน 3 ล้านบาท

7.ดอกเบี้ยรับ

ในปี 2566 บริษัทมีดอกเบี้ยรับ จำนวน 224 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เป็นจำนวน 78 ล้านบาท ที่ส่วนใหญ่เป็นดอกเบี้ยรับของบริษัทย่อย และสาขาในต่างประเทศ

8.กำไรจากการตีราคาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน

ในปี 2566 บริษัทไม่มีกำไรจากการตีราคาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ลดจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรจากการตีราคาอสังหาริมทรัพย์ เป็นจำนวน 184 ล้านบาท

9.กำไรจากการจำหน่ายสินทรัพย์

ในปี 2566 บริษัทมีกำไรจากการจำหน่ายทรัพย์สิน จำนวน 2,249 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เป็นจำนวน 2,249 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกำไรจากการขายทรัพย์สินที่ไม่ใช้ในการดำเนินงาน

10.กำไรจากการป้องกันความเสี่ยง

ในปี 2566 บริษัทไม่มีกำไรจากการป้องกันความเสี่ยง ลดจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรจากการป้องกันความเสี่ยง เป็นจำนวน 28 ล้านบาท

11.รายได้อื่น

ในปี 2566 บริษัทมีรายได้อื่น จำนวน 561 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนเป็นจำนวน 91 ล้านบาท ส่วนหนึ่งเพิ่มขึ้นจากรายได้ค่าที่ปรึกษา ค่าบริหารโครงการ รวมถึงการเพิ่มขึ้นของรายได้อื่นในกิจการร่วมค้า และบริษัทย่อยบางแห่ง

12.ค่าใช้จ่ายในการขาย

ในปี 2566 บริษัทมีค่าใช้จ่ายในการขาย จำนวน 42 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เป็นจำนวน 5 ล้านบาท ส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นจากการส่งเสริมการขายของบริษัทย่อย

13.ค่าใช้จ่ายในการบริหาร

ในปี 2566 บริษัทมีค่าใช้จ่ายในการบริหาร จำนวน 3,124 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เป็นจำนวน 252 ล้านบาท ส่วนใหญ่ เนื่องจากการลดลงของการขาดทุนทางบัญชีจากการขายสินทรัพย์ที่ไม่ได้ใช้งานในปีก่อนหน้า

14.ค่าเผื่อผลขาดทุนจากการด้อยค่า

ในปี 2566 บริษัทมีค่าเผื่อผลขาดทุนจากการด้อยค่า จำนวน 117 ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เป็นจำนวน 49 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการตั้งค่าเผื่อผลขาดทุนจากการด้อยค่าของบริษัทย่อยแห่งหนึ่งในต่างประเทศ

15.ขาดทุนจากการจำหน่ายเงินลงทุน

ในปี 2566 บริษัทไม่มีการขาดทุนจากการจำหน่ายเงินลงทุน ขาดทุนลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนเป็นจำนวน 1 ล้านบาท

16.ขาดทุนจากการจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน

ในปี 2566 บริษัทขาดทุนจากการจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน จำนวน 65 ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เป็นจำนวน 65 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินทรัพย์ที่ไม่ได้ใช้งานของบริษัทย่อย

17.ขาดทุนจากการตีราคาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน

ในปี 2566 บริษัทขาดทุนจากการตีราคาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน จำนวน 53 ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เป็นจำนวน 53 ล้านบาท เนื่องจากผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับจากอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนลดลง

18.ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน

ในปี 2566 บริษัทขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน จำนวน 103 ล้านบาท ขาดทุนลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เป็นจำนวน 80 ล้านบาท ส่วนหนึ่งเนื่องจากการขาดทุนจากการแข็งค่าของค่าเงินบาทในสินทรัพย์ของบริษัท

19.ขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของตราสารอนุพันธ์

ในปี 2566 บริษัทขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของตราสารอนุพันธ์ จำนวน 0.05 ล้านบาท ขาดทุนลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เป็นจำนวน 12 ล้านบาท

20.ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม บริษัทที่ควบคุมร่วมกันและกิจการร่วมค้า

ในปี 2566 บริษัทมีส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม บริษัทที่ควบคุมร่วมกัน และกิจการร่วมค้า จำนวน 270 ล้านบาท ขาดทุนลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เป็นจำนวน 858 ล้านบาท การขาดทุนในงวดนี้ส่วนใหญ่เนื่องจากการขาดทุนของบริษัทที่ควบคุมร่วมกันแห่งหนึ่ง ซึ่งขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากหนี้สินที่เป็นเงินตราต่างประเทศ

21.ต้นทุนทางการเงิน

ในปี 2566 บริษัทมีต้นทุนทางการเงิน จำนวน 2,990 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนเป็นจำนวน 484 ล้านบาท ส่วนหนึ่งเนื่องจากการเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ย รวมถึงการมีเงินกู้ยืมระยะยาวเพิ่มขึ้น

22.ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้

ในปี 2566 บริษัทมีค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ จำนวน 684 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เป็นจำนวน 14 ล้านบาท ส่วนใหญ่เนื่องจากภาษีเงินได้ของสาขาและกิจการร่วมค้าบางแห่งในต่างประเทศลดลง

23.การแบ่งปันขาดทุนสำหรับปี ส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัท

จากที่กล่าวข้างต้น ในปี 2566 บริษัทมีการแบ่งปันขาดทุนสำหรับปี ส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัท จำนวน 1,072 ล้านบาท ขาดทุนลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เป็นจำนวน 3,686 ล้านบาท

ทั้งนี้ตามที่ ITD ได้นำส่งงบการเงินรวมและงบการเงินเฉพาะกิจการสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31ธันวาคม 2566 ของบริษัทและบริษัทย่อย ซึ่งผู้สอบบัญชีรับอนุญาตของบริษัทได้ตรวจสอบและรับรองงบการเงินรวมและงบการเงินเฉพาะกิจการของกลุ่มบริษัทและบริษัท โดยไม่แสดงความเห็นด้วยเหตุที่ได้พิจารณาถึงสถานการณ์ความไม่แน่นอนที่มีสาระสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานต่อเนื่องของกลุ่มบริษัท และบริษัท โดยมีรายละเอียดสรุปได้ดังนี้

ตามหมายเหตุประกอบงบการเงินข้อ 1.2 ระบุว่า สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2566 กลุ่มบริษัทและบริษัทมีขาดทุนหลังภาษีจำนวน 421.54 ล้านบาท และ 194.87 ล้านบาท ตามลำดับ และมีขาดทุนสะสมจำนวน 6,426.67 ล้านบาท และ 5,390.66 ล้านบาท ตามลำดับ (2565 : 4,475.58 ล้านบาท และ 3,622.58 ล้านบาท ตามลำดับ)

อีกทั้งมีหนี้สินหมุนเวียนสูงกว่าสินทรัพย์หมุนเวียนจำนวน 26,711.54 ล้านบาท และจำนวน 29,977.68 ล้านบาท ตามลำดับ ซึ่งหนี้สินหมุนเวียนส่วนใหญ่ ประกอบด้วย เงินกู้ยืมระยะสั้นจากตั๋วสัญญาใช้เงิน และทรัสต์รีซีต/เลตเตอร์ออฟเครดิต และเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงิน ที่ถูกจัดประเภทเป็นเงินกู้ยืมระยะสั้น หุ้นกู้และหุ้นกู้ที่ถูกจัดประเภทเป็นหุ้นกู้ที่จะถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี

โดย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2566 บริษัทไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขในสัญญาเงินกู้ในเรื่องการดำรงอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น ซึ่งคำนวณจากงบการเงินรวมที่ถูกกำหนดไว้ในสัญญาเงินกู้กับสถาบันการเงินบางแห่ง จากการผิดเงื่อนไขสัญญาเงินกู้ดังกล่าวข้างต้น สถาบันการเงินมีสิทธิเรียกชำระคืนเงินกู้ยืม

ทั้งนี้ ธนาคารไม่ได้ดำเนินการในลักษณะดังกล่าว นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับหนังสือจากสถาบันการเงินให้ความยินยอมและผ่อนผันเงื่อนไขในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2567 และวันที่ 18 มีนาคม 2567

ทั้งนี้ ถึงแม้ว่ากลุ่มบริษัทและบริษัทอยู่ในระหว่างการดำเนินการตามแผนการดำเนินงานธุรกิจและกลยุทธ์ทางการเงิน เพื่อให้เชื่อมั่นได้ว่ากลุ่มบริษัทและบริษัทจะมีสภาพคล่องอย่างเพียงพอและมีความสามารถในการชำระหนี้เมื่อครบกำหนดและดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง แต่ปัจจัยในด้านสภาพคล่องของกลุ่มบริษัทและบริษัท ขึ้นอยู่กับการเรียกใช้สิทธิในการเรียกให้ชำระคืนเงินกู้ยืมของธนาคารและหุ้นกู้ ความสำเร็จในการดำเนินการตามแผนดังกล่าว

การจัดหาแหล่งเงินทุนอื่นเพิ่มเติมเพื่อใช้ในการดำเนินงาน การปรับปรุงแผนธุรกิจและการดำเนินงานในอนาคต และความสามารถในการจ่ายชำระเงินกู้ยืมและหุ้นกู้ได้ตามวันครบกำหนดใหม่ รวมถึงการสนับสนุนของวงเงินสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง และการเจรจาเรียกเก็บเงินค่าก่อสร้างจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำหรับการลงทุนในหลายโครงการ ซึ่งปัจจัยดังกล่าวข้างต้นแสดงถึงความไม่แน่นอนที่มีสาระสำคัญหลายประการ

ซึ่งอาจมีความสัมพันธ์กันและมีความเป็นไปได้ที่จะมีผลกระทบต่องบการเงินเพิ่มขึ้นจนเป็นเหตุให้เกิดข้อสงสัยอย่างมีนัยสำคัญเกี่ยวกับความสามารถในการดำเนินงานต่อเนื่องของกลุ่มบริษัทและบริษัท

บริษัทขอเรียนชี้แจงว่า การที่ผู้สอบบัญชีไม่แสดงความเห็นต่องบการเงินรวมและงบการเงินเฉพาะกิจการของกลุ่มบริษัทและบริษัท สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31ธันวาคม 2566 ไม่ได้มีสาเหตุจากการถูกจำกัดขอบเขตโดยผู้บริหาร หรือผิดมาตรฐานการบัญชีไทย แต่เกิดจากผลกระทบต่อความไม่แน่นอนที่มีสาระสำคัญตามสถานการณ์ดังกล่าวข้างต้น

ทั้งนี้บริษัทอยู่ระหว่างการดำเนินการตามแผนการธุรกิจและกลยุทธ์ทางการเงินเพื่อให้เชื่อมั่นได้ว่ากลุ่มบริษัทและบริษัท จะมีสภาพคล่องอย่างเพียงพอและมีความสามารถในการชำระหนี้เมื่อครบกำหนดและดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีแนวทางการดำเนินการที่สำคัญดังนี้

1. เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2567 บริษัทได้จัดให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นกู้ทั้งหมด 5 รุ่น ได้แก่ ITD242A, ITD24DA, ITD254A, ITD266A และ ITD24DB ซึ่งมียอดเงินต้นค้างชำระรวมเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 14,445 ล้านบาท โดยที่ประชุมผู้ถือหุ้นกู้มีมติอนุมัติให้บริษัทขยายวันครบกำหนดไถ่ถอนหุ้นกู้แต่ละรุ่นออกไปอีก 2 ปีนับจากวันครบกำหนดไถ่ถอนหุ้นกู้เดิม

รวมถึงเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขอื่น ๆ ตามที่ได้กล่าวไว้ในหมายเหตุประกอบงบการเงินรวมข้อ 49.1 ทั้งนี้ เมื่อมีการขยายวันครบกำหนดไถ่ถอนหุ้นกู้แต่ละรุ่นออกไปอีก 2 ปีนับจากวันครบกำหนดไถ่ถอนหุ้นกู้เดิมแล้ว หนี้สินหมุนเวียนของบริษัท ที่ถึงกำหนดชำระใน 1 ปี ในไตรมาส 1 ของปี 2567 จะลดลง

นอกจากนี้ ที่ประชุมผู้ถือหุ้นกู้ทั้ง 5 รุ่นได้มีมติอนุมัติผ่อนผันการดำรงอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วน ของผู้ถือหุ้นตามที่กำหนดไว้ในข้อกำหนดสิทธิ โดยให้มีผลตั้งแต่วันสิ้นสุดรอบปีบัญชี 2566 จนถึงวันสิ้นสุดรอบปีบัญชี 2568 และผ่อนผันให้ผู้ออกหุ้นกู้ดำเนินการเจรจาหรือเข้าทำสัญญาใด ๆ กับเจ้าหนี้เพื่อปรับโครงสร้างหนี้โดยไม่ถือเป็นเหตุผิดนัดตามข้อกำหนดสิทธิ

2. บริษัทได้ขอผ่อนผันเงื่อนไขเกี่ยวกับการดำรงสัดส่วนทางการเงินกับสถาบันการเงินบางแห่งและได้รับการผ่อนผันการปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าวจากธนาคารแล้ว โดยบริษัทได้รับหนังสือแจ้งอนุโลมการปฏิบัติเงื่อนไขดังกล่าวเมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2567 และ 18 มีนาคม 2567 ตามที่ได้กล่าวถึงในหมายเหตุประกอบงบการเงินรวมข้อ 49.2 ซึ่งจากการไม่สามารถดำรงสัดส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นดังกล่าว สถาบันการเงินสถาบันการเงินมีสิทธิเรียกชำระคืนเงินกู้ยืม แต่สถาบันการเงินไม่ได้เนินการในลักษณะดังกล่าว

ดังนั้นการไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขเรื่องการดำรงสัดส่วนทางการเงินดังกล่าวจึงไม่เป็นเหตุให้บริษัทปฏิบัติผิดเงื่อนไขในสัญญากู้ยืมเงินกับสถาบันการเงิน อนึ่ง บริษัทมีแนวทางการจัดการปัญหาการขาดสภาพคล่อง โดยบริษัทอยู่ระหว่างการดำเนินการเจรจาข้อตกลงกับกลุ่มเจ้าหนี้ธนาคารหลักเพื่อขอรับการสนับสนุนด้านสินเชื่อทั้งในระยะสั้นและในระยะยาว เพื่อให้บริษัทสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง

ซึ่งในปัจจุบันบริษัททยอยได้รับสินเชื่อมาบางส่วนแล้ว และคาดว่าบริษัท และกลุ่มเจ้าหนี้ธนาคารหลักจะตกลงเรื่องสัญญาการให้สินเชื่อจนเสร็จสิ้นเรียบร้อยเพื่อให้บริษัทสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่องต่อไป

3. บริษัทอยู่ระหว่างปรับเปลี่ยนระบบการทำงานและระบบควบคุมเพื่อลดค่าใช้จ่าย เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เพื่อให้บริษัทมีความสามารถในการแข่งขันและมีกำไรจากผลการดำเนินงานโดยมีการกำหนดเป้าหมายชัดเจน และมีการรายงานผลประจำทุกเดือน และมีแผนการขายสินทรัพย์ที่ไม่ได้ใช้ในการดำเนินงานเพื่อลดภาระหนี้ของบริษัท

4. บริษัทเชื่อมั่นในศักยภาพและโอกาสที่จะได้รับงานโครงการก่อสร้างขั้นพื้นฐานต่าง ๆ ที่ทางภาครัฐและเอกชนอยู่ระหว่างการประกาศจัดซื้อจัดจ้าง เป็นจำนวนมาก ได้แก่ งานสร้างถนน ทางด่วน รถไฟรางคู่ รถไฟความเร็วสูง การขยายสนามบิน ทั้งในปริมณฑลกรุงเทพและต่างจังหวัดหลัก เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต กระบี่ เป็นต้น

เนื่องจากบริษัทมีประสบการณ์และผลงานในอดีตที่สามารถแข่งขันได้ทุกประเภท ดังนั้น บริษัทจึงเชื่อมั่นว่าหากบริษัทได้รับงานโครงการก่อสร้างจากภาครัฐและภาคเอกชนดังกล่าว บริษัทก็จะสามารถสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ITD เปิดเผยแล้วงบฯปี’66 ขาดทุน 1,072 ล้าน ผู้สอบบัญชีไม่แสดงความเห็น

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...