9 ปียังคิดถึง บิลลี่ พอละจี ถูกอุ้มหาย ชาวบางกลอย จัดรำลึก หวังความจริงปรากฎ
9 ปียังคิดถึง บิลลี่ พอละจี ถูกอุ้มหาย ชาวบางกลอย จัดงานรำลึก หวังความยุติธรรม-ความจริงปรากฎ มึนอ เผย ชาวบ้านลำบาก อยากกลับคืนถิ่นเกิด
การหายไปอย่างไร้ร่องรอยของ "บิลลี่" นายพอละจี รักจงเจริญ แกนนำกะเหรี่ยงบางกลอย เมื่อวันที่ 17 เม.ย.2557 ยังคงเป็นเครื่องหมายคำถามให้กับคนในครอบครัว ที่ยังรอคอยความยุติธรรม และ เฝ้ารอความจริงปรากฎ
โดยล่าสุด เมื่อวันที่ 17 เม.ย.ที่ผ่านมา 6 ที่บริเวณด่านเขามะเร็ว อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี จุดชาวบ้านบางกลอยประมาณ 50 คนได้ร่วมกันจัดงานรำลึกการหายตัวไปของ “บิลลี่”
นำโดย นอแอะ มีมิ ผู้อาวุโสประจำชุมชนบางกลอย บุตรชายปู่คออี้ มีมิ เป็นผู้เริ่มต้นจุดเทียนอธิษฐานถึงบิลลี่ หลังจากนั้น น.ส.พิณนภา พฤกษาพรรณ หรือมึนอ ภรรยาบิลลี่ พร้อม ด.ช.วี วัย 10 ขวบ บุตรชายคนเล็กของบิลลี่ ได้ร่วมกันจุดเทียน พร้อมถือป้าย “ที่นี่มีคนหาย” ขณะที่ชาวบ้านต่างทยอยกันจุดเทียนรำลึกถึงบิลลี่เช่นกัน
หลังจากนั้นทั้งหมดร่วมกันถือป้ายที่เขียนว่า “9 ปีบิลลี่หาย พวกเรายังตามหา” บริเวณป้อมด่านเขามะเร็ว ซึ่งเป็นจุดสุดท้ายที่มีคนเห็นบิลลี่ถูกเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ควบคุมตัวและหายตัวไป
- 'ทนายปู่คออี้' ได้รับหมายเรียก โดน 'ชัยวัฒน์' แจ้งความกลับ ปมคดีเผาบ้าน
- บทบรรณาธิการ - 9 ปีบิลลี่-บางกลอย
นายพงษ์ศักดิ์ ต้นน้ำเพชร ชาวบ้านบางกลอย กล่าวว่า การจัดพิธีที่ด่านเขามะเร็วในวันนี้ เพราะชาวบ้านต้องการรำลึก 9 ปีที่บิลลี่หายไป และในวันที่ 24 เมษายน 2566 จะมีการไต่สวนคดีบิลลี่ โดยแม่ของบิลลี่และมึนอ จะเดินทางไปให้ปากคำ หวังว่ากระบวนการยุติธรรมจะอำนวยความเป็นธรรมให้แก่ประชาชนได้
ขณะที่ มึนอ กล่าวว่า 9 ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่บิลลี่หายไป ปัญหาที่เขาต่อสู้ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ทั้งเรื่องที่ดินทำกินและความเดือดร้อนของชาวบางกลอย ชีวิตเป็นไปอย่างยากลำบากโดยชาวบ้านต้องการกลับไปทำมาหากินในพื้นที่ดั้งเดิมของบรรพบุรุษ ซึ่งมีข้อเสนอของคณะกรรมการอิสระเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ปัญหาชุมชนกะเหรี่ยงบางกลอย แต่จนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีการลงนาม
“มีความพยายามบอกว่าปัญหาของชาวบางกลอยได้รับการแก้ไขแล้ว แต่ในความเป็นจริงญาติพี่น้องของบิลลี่ยังประสบปัญหาและไม่ได้รับการแก้ไขใดๆ อยากให้เขาอธิบายเป็นข้อๆให้ชัดเจนมาเลยว่าได้แก้ไขอะไรไปบ้างแล้ว ไม่ใช่กล่าวลอยๆ สำหรับพวกเราแล้วเห็นว่ามันยังไม่ได้รับการแก้ไขอะไรเลย” มึนอ กล่าว
ขณะที่นางกิ้บ ต้นน้ำเพชร ชาวบ้านบางกลอย กล่าวว่า เรายังคิดถึงบิลลี่ ความหวังที่บิลลี่พยายามต่อสู้เพื่อสิทธิในที่ทำกิน สิทธิชุมชน ก็ยังไม่สามารถแก้ไขได้ ในการที่จะขึ้นศาลในคดีการหายตัวไปของบิลลี่นั้น ก็ยังมีความหวังในกระบวนการยุติธรรม หวังว่าคนผิดจะถูกดำเนินคดีและลงโทษตามกฎหมาย คนที่ทำบิลลี่ เขาจะได้รับผิดหรือไม่ เขามีคนช่วย มีตัวแทน เขาจะถูกลงโทษตามกฎหมายหรือไม่ และขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี ลงนามในข้อเสนอของคณะกรรมการอิสระฯ ที่มีนายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน
ทั้งนี้ ข้อเสนอของคณะกรรมการอิสระฯระบุว่า กรณีกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงบ้านบางกลอย ที่ประสงค์จะอยู่อาศัยในพื้นที่ชุมชนบ้านบางกลอย หมู่ 1 (บริเวณพื้นที่ตั้งชุมชนปัจจุบัน) จำนวนประชากร 732 คน ใช้แนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการส่งเสริมอาชีพโดยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อการดำรงชีวิตที่มีคุณภาพ และให้การเยียวยากลุ่มราษฎรที่ได้รับผลกระทบ จากการโยกย้ายชุมชน
กรณีกลุ่มชาติพันธุ์ชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอยที่ประสงค์จะกลับไปดำรงวิถีชีวิตด้วยระบบเกษตรแบบไร่หมุนเวียนในพื้นที่บางกลอยบน (พื้นที่เดิมของชุมชนก่อนถูกโยกย้าย) จำนวน 150 คน ใช้แนวทางพัฒนาพื้นที่ต้นแบบส่งเสริมระบบเกษตรแบบไร่หมุนเวียน ตามหลักการคุ้มครองสิทธิทางวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฯมาตรา 70 และมติคณะรัฐมนตรี 3 สิงหาคม 2553 โดยดำเนินการผ่านการจัดโครงการศึกษาเชิงทดลองแบบมีส่วนร่วม
มอบหมายให้ ทส. แต่งตั้งคณะทำงานร่วม 3 ฝ่าย ประกอบด้วย ผู้แทนกลุ่มชาติพันธุ์ ชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอยประสงค์จะกลับไปดำรงวิถีชีวิตด้วยระบบเกษตรแบบไร่หมุนเวียน คณะกรรมการอิสระฯ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.)ดำเนินการสำรวจการใช้ประโยชน์พื้นที่ตามวิถีวัฒนธรรมของชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย และจัดทำแผนที่ระบุขอบเขตการใช้ประโยชน์ที่ดินตามมาตรา 64 และจัดทำแผนบริหารจัดการพื้นที่พร้อมกำหนดมาตรการกำกับดูแลการใช้ประโยชน์พื้นที่อย่างสมดุลและยั่งยืน