ทะลุมิติไปเป็นสาวนักทำขนมหวาน (มี E-BOOK)
ข้อมูลเบื้องต้น
นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่ผมแต่งขึ้นนะครับ
หากมีอะไรแปลกๆ ไม่ต้องตกใจนะครับ ผมเป็นนักเขียนมือใหม่ยิ่งกว่ามือใหม่ครับ
นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องแต่งที่ไม่ได้อ้างอิงประวัติศาสตร์ สถานที่และบุคคลนะครับ เป็นจินตนาการในหัวของผมเอง
นิยายเรื่อง ทะลุมิติไปเป็นสาวนักทำขนมหวาน มีทั้งหมด 46 ตอน เขียนจบแล้ว ทยอยลงเรื่อยๆ นะครับ
เริ่มติดเหรียญหลังจากตอนที่ 10 นะครับ ผมจะเปิดให้อ่านฟรีแล้วติดเหรียญหลังเที่ยงคืน สายฟรีต้องรีบเข้ามาอ่านกันก่อนนะครับ
ผมจะลงนิยายทุกวัน วันละ 2 ตอน ลงนิยายเวลา 18.30 น. และ 19.00 น.
หากอ่านแล้วไม่สบายใจ ยังมีเรื่องอื่นให้อ่านอีกนะครับ
มิติของข้ามีไว้ช่วยชาวบ้านผู้ยากไร้
https://writer.dek-d.com/dragonbnovel23/writer/view.php?id=2528985
วิญญาณของข้ามอบให้เจ้าแต่เพียงผู้เดียว
https://writer.dek-d.com/dragonbnovel23/writer/view.php?id=2530851
เกิดใหม่มาอยู่ในร่างชายสติไม่ดี ยุค 70
https://writer.dek-d.com/dragonbnovel23/writer/view.php?id=2531513
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (ฉบับเพิ่มเติม พ.ศ. 2558)
หากพบเห็นจะทำการดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
ตอนที่ 1
ขนมในเตาอบถูกนำออกมาก่อนจะนำไปใส่ถาดขายภายในร้านขายขนมหวานพื้นที่สี่เหลี่ยมขนาดพื้นที่จำกัด ขนมที่นำออกมาจากเตาอบได้ไม่นานส่งกลิ่นหอมเย้ายวนจนทำให้ท้องร้องออกมาอย่างช่วยไม่ได้ มันเป็นกลิ่นหอมที่ไม่ว่าใครก็อยากที่จะสัมผัสและลิ้มลองมัน หากได้กัดเข้าปากเต็มคำแล้วละก็ คงจะรู้สินะว่ามันอร่อยมากแค่ไหน แต่เพราะความอร่อยของร้านขายขนมหวานร้านนี้ ทำให้มีผู้คนทุกช่วงอายุเข้ามาซื้อขนมร้านนี้เป็นประจำทุกวันไม่ขาดสาย
พนักงานที่ร้านขายขนมหวานขายดีเป็นเทน้ำเทท่าร้านนี้ มีเพียงคนเดียวเท่านั้น ไม่ว่าจะทำหน้าที่แคชเชียร์ ทำขนม ทำความสะอาดร้าน เธอคนนี้ทำทุกอย่างเพียงคนเดียว
ไม่นาน ขนมที่ขายในร้านก็หมดเกลี้ยง สิ่งที่จะทำหลังจากนี้คือ
ปิดร้าน
ทำความสะอาดร้าน
นับเงินยอดขายประจำวัน
ซึ่งที่ว่ามานี้ เป็นสิ่งที่เธอทำมาตลอดหลังจากที่เธอลาออกจากงานประจำมาเปิดร้านขายขนมหวานเป็นของตัวเอง มันเป็นความฝันที่เธอพยายามมาตลอดหลายปี จนทำให้ความฝันของเธอนั้นเป็นจริง
หลังจากนับเงินประจำวัน เธอยิ้มแย้มอย่างมีความสุข
“ต่อไปจะทำขนมหวานอะไรดีนะ”
นี่แหละ ชีวิตประจำวันของเธอ ซินเทียคนนี้เอง
!?
ขณะที่เธอมีความสุขกับการนับเงินที่ตัวเธอหามาได้อย่างเหน็ดเหนื่อยยากลำบาก เธอได้เห็นอะไรบางอย่างอยู่บนชั้นวางขนมที่ว่างเปล่า มันมีลักษณะเหมือนก้อนหินที่มีแสงหลากสีส่องเป็นประกายราวกับในโลกแฟนตาซี
“ของใครกันนะ?”
ซินเทียเป็นคนมีความจำได้เลิศ เธอจำได้ว่าตอนที่ทำความสะอาดร้าน ไม่น่าจะมีของแบบนี้วางอยู่ การที่มันวางอยู่นั้นแสดงว่าจะต้องมีใครย่องเข้ามาในร้าน พอคิดแบบนี้เธอก็รู้สึกกลัวขึ้นมา แต่ร้านที่มีพื้นที่คับแคบขนาดนี้ดูยังไงก็ไม่มีคนแอบหรือหลบซ่อนตัวได้ ทำให้ความคิดที่กลัวต้องหยุดลงทันที
ซินเทียเดินเข้ามาดูใกล้ๆ ก่อนจะเอามืออันบอบบางไปสัมผัสมัน
ปลายนิ้วเรียวสวยของเธอสัมผัสก้อนหินอย่างเบามือ เมื่อได้สัมผัสก้อนหิน ร่างกายของเธอเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ตามด้วยร่างกายของเธอนั้นอ่อนแอลงมาก ทำให้ทรุดตัวลงกับพื้นก่อนที่ร่างของเธอจะนอนราบกับพื้นอย่างช่วยไม่ได้
“นี่มัน อะไรกัน ทำไม ร่างกายของเรา ถึงได้หนักขนาดนี้”
ร่างกายที่เปลี่ยนแปลงกะทันหัน ทำให้เธอได้รับความทรมาน ดวงตาของเธอเริ่มจางลงไร้ความเป็นประกาย สุดท้ายเธอก็หมดสติไปทั้งอย่างนั้น
เธอยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า คำตอบของเรื่องนี้ ไม่มีใครรู้
…
ตอนที่ 2
ทุกอย่างดูมืดมนไปหมด มองไม่เห็นแสงสว่าง แม้แต่ปลายนิ้วก็ยังมองไม่เห็น ถึงจะรู้สึกตัวแล้วว่าตัวเองยังมีชีวิต ตัวเองนั้นยังไม่ตาย
“ที่นี่ที่ไหน?”
เสียงเอ่ยขึ้นของหญิงสาวที่ก่อนหน้านี้อยู่ภายในร้านขายขนมหวาน ซึ่งเป็นร้านที่ตัวเองสร้างมันขึ้นมากับมือ เธอไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับตัวเธอกันแน่ แล้วสถานที่ที่เธออยู่ตอนนี้มันคือที่ไหน
ในหัวของซินเทียได้แต่คิดเพียงอย่างเดียว เขาคิดว่าจะออกไปยังไงดี ทั้งมือและเท้าไม่ได้ถูกมัดหรือถูกจับเป็นตัวประกัน แต่ซินเทียรู้สึกเหนื่อยและอ่อนแรงเป็นอย่างมาก แถมที่นี่ก็มีกลิ่นตลบอบอวล เป็นกลิ่นที่เหมือนกับตอนอยู่ในห้องครัว
เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาไปมากกว่านี้ ซินเทียจึงลุกขึ้นยืน พยายามมองหาประตูหรือทางออกจากที่ตรงนี้ ถึงเธอจะมองไม่เห็นแสงไฟส่องสว่าง แต่เธอก็ใช้มือคล่ำไปทั่วเพื่อหาทางออก อะไรที่คว้าเอาไว้ได้เธอก็หยิบติดตัวเอาไว้ป้องกันตัวจากอันตรายหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด
ในมือของซินเทีย ถืออะไรบางอย่างเอาไว้ มันมีรูปร่างลักษณะเป็นแทงยาวที่เบามือ คาดว่าน่าจะเป็นท่อนไม้หรืออะไรสักอย่าง ไม่ว่าจะเป็นอะไรที่มองไม่เห็นก็ไม่ได้อยู่ในความสนใจของซินเทีย
มีไว้ดีกว่าไม่มี
เธอใช้ของที่จับได้คล่ำไปมาบริเวณที่เธออยู่ สิ่งที่เธอใช้คล่ำหาทางออกก็ได้ไปสัมผัสกับอะไรบางอย่าง เธอใช้มันเคาะอยู่หลายครั้งเพื่อให้แน่ใจว่ามันคืออะไร
“น่าจะเป็นกำแพง ไม่ก็เป็นประตู”
ซินเทียเดินตรงไปยังข้างหน้าขณะที่เธอนั้นมองไม่เห็นอะไร พอเดินมาที่ถึงเธอก็ใช้มือลูบคล่ำ ทำให้เธอแน่ใจแล้วว่านี่เป็นกำแพงที่ทำจากไม้ แต่มันถูกปิดอย่างแน่นหนา ไม่มีแสงลอดผ่านเข้ามาได้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่ามันจะทนทานตามที่ว่ามา
ซินเทียใช้มือทุบกำแพงไม้อยู่หลายครั้ง กำแพงไม้นี้ไม่ได้ทนทานอย่างที่คิด เธอจึงทุบมันไปทั้งอย่างนั้นแม้จะไม่มีแรงเหลือแล้วก็ตาม
สิ่งที่ซินเทียทำไปนั้นมันไม่ได้ไร้ประโยชน์ ตอนนี้เธอสามารถพังกำแพงไม้และออกมาจากความืดได้แล้ว เธอออกมาพร้อมกับแสงสว่างที่ดูมืดมน ไม่รู้ว่าเวลานี้เป็นเช้าตรู่หรือเวลานี้เป็นช่วงก่อนค่ำ เพราะเธอนั้นไม่มีนาฬิกา เธอจึงบอกไม่ได้ว่าเป็นเวลาไหน
ห้องที่เธอพังออกมานั้นไม่ใช่ห้องครัว แต่มันเป็นห้องที่ดูเหมือนกับห้องเก็บของ แล้วที่เธออยู่ตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าเธออยู่ที่ไหน บ้านของใคร พอเธอหันมองรอบตัวก็รู้เลยว่า ที่เธอยืนอยู่ตอนนี้เป็นห้องครัวเก่าแก่ เพราะว่ามีขนมและกับข้าววางอยู่ที่โต๊ะ
“จะมีใครบอกฉันได้ไหม? ตอนนี้ฉันน่ะอยู่ที่ไหนกันแน่?”
…
ตอนที่ 3
โต๊ะอาหารบ้านของใครก็ไม่รู้นั้น มันมีลักษณะที่ดูเก่าแก่ที่ไม่เข้ากับยุคที่มีมือถือหน้าจอสัมผัส มันควรจะเป็นของเก่าที่น่าจะไปอยู่ในพิพิธภัณฑ์ของเก่ามากกว่า ไม่ใช่แค่นั้น แก้วน้ำ ถ้วย จาน ช้อนส้อม ของพวกนี้ก็เช่นกัน ดูยังไงมันก็ตกยุคไปนานเกือบร้อยปีเห็นจะได้ แต่ก็ยังเอามาใช้ใส่กับข้าวและขนมหวาน
“โบราณดีนะ”
ที่แย่ไปกว่านั้น ที่นี่ไม่มีหลอดไฟให้เปิดเพื่อความสว่าง จะมีก็ตะเกียงเก่าตั้งอยู่ตามมุมห้อง อย่างกับว่าซินเทียนั้นหลุดเข้ามาอยู่ในยุคโบราณ ถึงจะไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน แต่สิ่งที่ทำให้ซินเทียประทับใจก็คือ เครื่องครัวที่ใช้สำหรับทำขนมหวานโดยเฉพาะ ถึงมันจะดูเก่าตามกาลเวลา แต่คนที่ใช้เครื่องครัวนี้เขาคงจะดูแลมันเป็นอย่างดี เพราะมันดูสะอาดตา ไม่สกปรก การเก็บก็จัดเรียงอย่างสวยงาม ซินเทียคิดว่าเขาคงจะเป็นแม่ค้าหรือพ่อค้าขายขนมหวาน
อาหารคาวและขนมหวานบนโต๊ะยังมีความรู้สึกอุ่นเล็กน้อย เจ้าของบ้านหลังนี้คงจะทำไว้ได้ไม่นาน
“เจ้าของบ้านไม่อยู่เหรอ?”
บนโต๊ะอาหารไม่มีร่องรอยการตักอาหารให้เห็น ขนมหวานก็ด้วย
!?
ซินเทียที่ยืนดูโต๊ะอาหารอยู่นั้น เธอได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง ฟังดูแล้วต้นเสียงที่ได้ยินคงมาจากข้างนอกบ้านหลังนี้
สภาพอิดโรยของซินเทียในตอนนี้ดูยังไงก็แทบจะเดินไม่ไหว ถึงจะเป็นอย่างนั้นเธอก็ไม่สนใจ เธออยากรู้เพียงแค่ว่าเสียงนั้นมันเสียงอะไร เธอคิดว่าบางทีอาจเป็นเสียงของเจ้าของบ้านกำลังทำอะไรสักอย่าง
เธอก้าวเดินผ่านห้องภายในบ้านมาหลายห้อง เธอไม่สนใจว่ามันเป็นห้องอะไร
เสียงที่ได้ยินเริ่มดังขึ้นมาเป็นจังหวะ ซินเทียก้าวเดินไปข้างหน้าจนมาถึงทางที่น่าจะเป็นทางออก เธอเห็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังตัดไม้เพื่อนำไปทำเป็นฟืน ดูจากรูปลักษณ์ของหญิงสาวแล้วเธอดูมีอายุมากกว่าซินเทีย น่าจะมีอายุเลขสี่ตอนต้น ใบหน้าของเธอนั้นดูสวย มีตีนกาเล็กน้อย ดวงตาสีน้ำตาลของเธอดูมุ่งมั่นไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค ผมของเธอสีดำตรงสวย เธอสวมชุดออกแนวจีนโบราณที่คนในยุคปัจจุบันแทบจะไม่มีใครสวมใส่ เป็นชุดสีน้ำตาลที่ไม่มีลวดลาย เธอสวมรองเท้าที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับร้องเท้าผ้าปักกิ่งจีนโบราณ แต่ดูแล้วคิดว่าน่าจะใช่แหละ
ดูเหมือนว่าเธอจะยังไม่รู้ตัวเลยว่ามีบุคคลที่ไม่ใช่ญาติจ้องมองอยู่ ซินเทียจึงเรียกเธอด้วยเสียงที่แผ่วเบา ซินเทียพยายามที่จะออกเสียงให้เธอนั้นได้ยิน แต่ด้วยความเหนื่อยล้าทางกายทำให้เธอไม่สามารถทำเช่นนั้นได้
ไม่นาน ซินเทียก็ล้มลงกับพื้นหมดสติเพราะความเหนื่อยล้าทั้งอย่างนั้น
…