โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Netflix ทำเงินสูงเกินที่คาดการณ์ สวนทางคู่แข่ง ด้วยกลยุทธ์เพิ่มโฆษณาและยกเลิกแชร์รหัส

Techsauce

เผยแพร่ 24 ม.ค. 2567 เวลา 09.55 น. • Techsauce Team

ขณะที่ Disney+ ขาดทุนอย่างหนักและทาง Prime Video ปลดพนักงานเป็นว่าเล่น Netflix กลับพุ่งทะยานทำรายได้เกินคาด ในช่วงไตรมาสที่ 4 ยอด Subscriber เพิ่มขึ้นกว่า 13.1 ล้านราย และมีรายได้สูงถึง 8.83 พันล้านดอลลาร์ (3 แสนล้านบาท) ซึ่งสาเหตุที่ทำให้สตรีมมิ่งเจ้าดังโตเกินคาดขนาดนี้เป็นเพราะอะไร ไปดูกัน !

ทำไม Netflix โตสวนกระแสได้ขนาดนี้ ?

จากยอด Subscriber ที่เพิ่มขึ้นมากกว่า 13.1 ล้านราย ทำให้ปัจจุบัน Netflix มีจำนวนผู้ใช้งานอยู่ประมาณ 260.8 ล้านรายทั่วโลก ส่งผลให้มูลค่าหุ้นของบริษัทเติบโตขึ้นอย่างมากเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา และทำกำไรได้ 2.11 ดอลลาร์ต่อหุ้น โดยสาเหตุหลัก ๆ ที่ส่งผลให้ Netflix เติบโตสวนกระแสนั้นมาจาก1. แพ็กเกจแบบมีโฆษณา(Basic with Ads)

เนื่องจากแพ็กเกจนี้มีราคาถูกกว่าแพ็กเกจแบบปกติมาก ผู้คนจึงเลือกใช้งานแพ็กเกจนี้มากกว่า Amy Reinhard ประธานฝ่ายโฆษณาของ Netflix เผยว่า ปัจจุบันแพ็กเกจแบบมีโฆษณามีผู้ใช้งานมากกว่า 23 ล้านคนในสหรัฐอเมริกา

และ 2. ยกเลิกการแชร์รหัสผ่าน ที่ทาง Netflix ประกาศใช้เมื่อปีที่แล้ว กฎเกณฑ์ใหม่นี้ช่วยให้บริษัทมี Subscriber เพิ่มขึ้น คนที่เคยแชร์รหัสผ่านบางส่วนก็เปลี่ยนมาสมัครแพ็กเกจแบบมีโฆษณา (Basic with Ads) แทน เพราะมีราคาถูกจนสามารถทดแทนการแชร์รหัสผ่านได้

ท่ามกลางสงครามสตรีมมิ่ง เกือบทุกเจ้าต่างต้องดิ้นรนลดต้นทุนเพื่อให้ยังทำกำไร ไม่ว่าจะปลดพนักงาน ลดจำนวนคอนเทนต์ หรือแม้แต่การควบรวมกิจการ แต่ทาง Netflix มองว่ากลยุทธ์การควบรวมกิจการ หรือการซื้อคอนเทนต์ลิขสิทธิ์ไม่ตอบโจทย์การแข่งขันในยุคปัจจุบัน หากพิจารณาปริมาณการควบรวมกิจการตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา ก็จะเห็นว่ากลยุทธ์เหล่านี้ไม่ได้ผล

บริษัทจึงทุ่มทุนกับการผลิตคอนเทนต์ที่มีคุณภาพ และปรับกลยุทธ์การแข่งขันใหม่ เช่น เพิ่มโฆษณา และยกเลิกการแชร์รหัส กลายเป็นว่าทั้ง 2 กลยุทธ์นี้ที่เคยถูกคนทั่วโลกสาปส่ง กลับเป็นสิ่งที่ทำให้ Netflix เติบโตขึ้นสวนทางสตรีมมิ่งเจ้าอื่น ๆ ในโลกได้

ถึงแม้ Netflix จะมองว่าการซื้อคอนเทนต์ลิขสิทธิ์ไม่ใช่กลยุทธ์ที่ใช้แข่งขัน แต่ล่าสุด Netflix ก็ได้ซื้อลิขสิทธิ์ WWE Raw มูลค่ากว่า 5 พันล้านดอลลาร์ (ราว 1.78 แสนล้านบาท) เพื่อหวังดึงดูดลูกค้าใหม่ๆ เพิ่ม โดยคาดว่าจะเริ่มฉายอย่างเป็นทางการในเดือนมกราคม 2025 เรียกได้ว่าเป็นดีลใหญ่และข่าวดีสำหรับ Subscriber ในปีนี้เลย

อ้างอิง: cnbc, edition.cnn

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...