โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

รวมทุกเรื่องที่ต้องรู้.... ก่อนไปทำงานต่างประเทศถูกต้องตามกฎหมาย

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 28 ม.ค. 2565 เวลา 08.14 น. • เผยแพร่ 29 ม.ค. 2565 เวลา 01.24 น.

แม้ตอนนี้หลายๆ ประเทศยังมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน แต่ก็มีการผ่อนคลายให้การเดินทางไปในแต่ละประเทศต่างๆ ได้ง่ายขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสของแรงงานไทยที่ต้องการเดินทางไปทำงานต่างประเทศ เพื่อหารายได้เลี้ยงชีพให้แก่ตนเองและครอบครัว

ทว่าการไปทำงานต่างประเทศ…ใช่ว่าขอเพียงวีซ่าผ่านก็สามารถลากกระเป๋าเข้าประเทศนั้นๆ ได้ทันที ปัญหาการหลอกลวงคนหางานที่ยังคงมีอยู่ให้เห็นเป็นประจำ แถมหลังโควิด-19 นี้ หลายประเทศได้มีการปรับการรับแรงงานต่างชาติเข้าในประเทศของตน ฉะนั้น แรงงานไทยที่ต้องการไป“ขุดทอง” ในต่างประเทศ ต้องมีการเตรียมพร้อมในหลายเรื่อง

  • ปัจจัยที่ต้องคำนึง…ก่อนทำงานต่างประเทศ

“กรุงเทพธุรกิจ” ได้รวบรวมการเตรียมพร้อมในทุกด้านก่อนตัดสินใจไปทำงานต่างประเทศ เริ่มตั้งแต่ สิ่งที่แรงงาน คนไทยต้องตระหนักนั้น มีประมาณ 3-4 ประเด็น เริ่มด้วย

  • สุขภาพ แรงงานที่จะไปทำงานต่างประเทศ ต้องเป็นผู้ที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่มีโรคประจําตัวที่อาจเป็นอันตรายต่อการทํางาน รวมทั้งสุขภาพจิตใจ เพราะต้องจากครอบครัวไปทํางานไกลๆ
  • อัตราค่าจ้างที่ได้รับ ในการไปทํางานต่างประเทศเมื่อเปรียบเทียบกับการทํางานในประเทศ รวมถึงการต้องกู้หนี้ยืมสินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการไปทํางานต่างประเทศ รวมถึงการที่จะต้องเสียดอกเบี้ยจากเงินที่กู้ยืมมาในแต่ละเดือน ว่ามีความคุ้มค่ากันหรือไม่
  • ต้นทุนทางสังคมที่ต้องจ่าย ซึ่งอยู่ในรูปของค่าเสียโอกาส เช่น การเสียโอกาสในการเลี้ยงดูอบรมลูก เป็นต้น
  • ทักษะฝีมือ ซึ่งจะเป็นที่ต้องการของนายจ้าง และจะได้รับค่าจ้างสูงกว่าคนงานไร้ฝีมือ หรือกึ่งฝีมือ
  • ประวัติอาชญากรรม หากเคยมีประวัติการกระทําผิดต่างๆ โดยเฉพาะความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดจะไม่ได้รับอนุญาตให้ไปทํางานในต่างประเทศ

 

  • ขั้นตอนการเตรียมพร้อม..สุขภาพ

 แต่ละประเทศ แต่ละเมืองย่อมมีกฎหมาย ค่าครองชีพ อัตราค่าจ้าย สวัสดิการที่แตกต่างกันออกไป ขั้นตอนการเตรียมพร้อม สำหรับแรงงานที่ตัดสินใจจะไปทำงานต่างประเทศ มีดังนี้

การเตรียมพร้อมเรื่องสุขภาพ หากท่านต้องการไปทํางานต่างประเทศต้องเตรียมความพร้อมด้านสุขภาพ ก่อนที่จะเตรียมความพร้อมในเรื่องอื่นๆ เพราะหากท่านมีสุขภาพไม่แข็งแรงหรือเป็นโรคต้องห้ามในการไปทํางานในประเทศนั้น หรือมีโรคประจําตัวที่เป็นอุปสรรคต่อการทํางานหนัก 

โดยผู้ที่จะไปทํางานต่างประเทศต้องมีการเตรียมความพร้อมด้านสุขภาพ ทั้งก่อนตัดสินใจไปทํางาน ภายหลังสมัครหรือได้รับคัดเลือกไปทํางานแล้ว และขณะทํางานในต่างประเทศ โดยในแต่ละขั้นจะต้องเตรียมความพร้อมและปฏิบัติตัว ดังนี้

1. ไปตรวจสุขภาพเบื้องต้นจากสถานีอนามัย หรือโรงพยาบาลในชุมชนซึ่งเสียค่าตรวจไม่มากนัก เพื่อจะได้รู้ว่าท่านเป็นโรคต้องห้ามอย่างหนึ่งอย่างใดหรือไม่ เพราะแต่ละประเทศจะกําหนดโรคต้องห้ามไว้แตกต่างกัน โรคต้องห้ามส่วนใหญ่ ได้แก่ ซิฟิลิส วัณโรคปอด ไวรัสตับอักเสบบี และโรคเอดส์ หากท่านมีโรคประจําตัวอื่นๆ เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง ควรสอบถามแพทย์ว่า จะเป็นอุปสรรคต่อการไปทํางานเมืองนอกหรือไม่

2. ไปตรวจหาโรคเอดส์ที่คลีนิคนิรนามของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งตั้งอยู่ที่ สํานักงานสาธารณสุขจังหวัด สํานักงานควบคุมโรคติดต่อเขต และโรงพยาบาลของรัฐทุกแห่ง ผู้ที่ไปตรวจไม่ต้องแจ้งชื่อและที่อยู่

3. ต้องรู้ด้วยว่าประเทศที่ท่านสนใจไปทํางานมีโรคต้องห้ามอื่นๆ อีกหรือไม่  ทั้งนี้รายการโรคต้องห้ามแต่ละประเทศสามารถดูได้จากเว็บไซต์สํานักงานบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ www.overseas.doe.go.th

ข้อควรระวัง : ถ้าไม่อยากถูกหลอกอย่าจ่ายเงินค่าบริการและค่าใช้จ่ายโดยไม่มีหลักฐาน หรือพยานรู้เห็นเป็นอันขาด

 

  • สำหรับการเตรียมพร้อมต้องทำอย่างไร?

1. ต้องเข้าใจให้ถูกต้องว่า งานในต่างประเทศมีจํานวนน้อย แต่คนหางานที่อยากไปทํางานมีจํานวนมาก จึงทําให้คนหางานยอมจ่ายค่าบริการและค่าใช้จ่ายที่แพง ส่วนงานระดับช่างฝีมือยังเป็นที่ต้องการของนายจ้างในต่างประเทศเป็นจํานวนมาก ซึ่งแรงงานช่างฝีมือจะได้ค่าตอบแทนสูงกว่าแรงงานกึ่งฝีมือ/ไร้ฝีมือ นายจ้างไม่ว่าประเทศใดย่อมต้องการคนงานที่มีฝีมือ ขยัน ซื่อสัตย์ สุขภาพแข็งแรง อายุไม่มาก หรือไม่น้อยเกินไป นายจ้างอาจกําหนดคุณสมบัติเฉพาะตําแหน่งงาน เช่น เพศ อายุ ส่วนสูง น้ํา หนัก หรือไม่ต้องการผู้ที่มีรอยสักตามตัว เป็นต้น

เมื่อมีความเข้าใจที่ถูกต้องแล้วจะได้เลิกเชื่อสายหรือนายหน้าจัดหางานที่มักจะบอกว่า “ใครวางเงินก่อนได้บินก่อน” ซึ่งไม่เป็นความจริง เพราะหากคนหางานไม่มีคุณสมบัติตามที่นายจ้างต้องการก็ส่งไปไม่ได้ ซึ่งสายหรือนายหน้ามักจะให้สัญญาด้วยคําพูดว่า จะคืนเงินให้ หากไม่ได้ไปทํางาน ดังนั้นจึงควรขอหลักฐานการจ่ายเงินไว้เพื่อใช้ในกรณีที่ไม่ได้ไป คนหางานบางคนที่ขาดคุณสมบัติแล้วยังโชคร้ายถูกบริษัทจัดหางานที่ไม่มีความรับผิดชอบส่งไปทํางาน เมื่อทํางานไม่ได้ตามที่นายจ้างต้องการ ต้องยอมให้นายจ้างลดค่าจ้างหรือเปลี่ยนตําแหน่งไปทํางานอื่นที่ได้ค่าจ้างต่ำ กว่าที่ระบุในสัญญา เพราะไม่อยากถูกส่งกลับ

2. ต้องไม่เชื่อคําโฆษณาชักชวนจากทั้งตัวบุคคลและในสื่อสังคมออนไลน์ ว่ามีตําแหน่งงาน มีรายได้ดี ต้องตรวจสอบข้อมูลกับกรมการจัดหางานก่อนทุกครั้ง

3. ต้องรู้ว่าตนเองมีคุณสมบัติตามที่นายจ้างต้องการหรือไม่ นายจ้างจะกําหนดคุณสมบัติของคนหางานไว้เพื่อให้เหมาะสมกับตําแหน่งสภาพการจ้างและการทํางาน เช่น เพศ อายุ ส่วนสูง น้ํา หนัก ระดับการศึกษา สุขภาพ เช่น กํา หนดโรคต้องห้ามไว้ ซึ่งคนหางานต้องรู้ว่าตนเองมีคุณสมบัติ และความรู้ความสามารถตามที่นายจ้างต้องการหรือไม่ ส่วนเรื่องสุขภาพและฝีมือทางช่าง ต้องผ่านการตรวจสอบสุขภาพจากสถานพยาบาล และการทดสอบฝีมือจากสถานทดสอบฝีมือแรงงานที่กําหนด

4. ต้องรู้ว่าการไปทํางานต่างประเทศต้องทําตามสัญญาจ้าง สัญญาจ้าง คือ สัญญาระหว่างนายจ้างในต่างประเทศกับคนงาน สัญญาจ้างต้องมีชื่อและที่อยู่ของนายจ้างกับคนงานที่ตกลงทําสัญญาจ้างงานกัน สัญญาจ้างจะระบุรายละเอียดเกี่ยวกับตําแหน่งงานอัตราค่าจ้าง ระยะเวลาการจ้าง วัน เวลาทํา งาน วันหยุด ค่าล่วงเวลา ค่ารักษาพยาบาล และสวัสดิการอื่นๆ

  • วิธีการไปทำงานต่างประเทศที่ถูกต้องตามกฎหมาย

5. ต้องรู้วิธีการขั้นตอนและเอกสารที่เกี่ยวข้องวิธีการไปทํางานต่างประเทศที่ถูกต้องตามกฎหมายมี 5 วิธี คือ

  • บริษัทจัดหางานเอกชนจัดส่งไปทํางาน

  • กรมการจัดหางานจัดส่งไปทํางาน

  • คนหางานติดต่อทําสัญญาจ้างกับนายจ้างโดยตรง

  • บริษัทนายจ้างในประเทศไทยส่งไปทํางาน

  • บริษัทนายจ้างในประเทศไทยส่งไปฝึกงาน

  • เช็คเอกสารจำเป็นที่ต้องใช้เดินทาง

เอกสารสําคัญที่ต้องใช้ในการเดินทางไปทํางานต่างประเทศ

  • ใบผ่านการตรวจโรค
  • หนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)
  • วีซ่า
  • สัญญาจ้างงาน
  • สัญญาจัดหางาน
  • ใบรับเงินค่าบริการและค่าใช้จ่าย
  • เอกสารอื่นที่จําเป็น เช่น หนังสือรับรองการผ่านงาน เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม การไปทำงานต่างประเทศนั้น ควรจะไปด้วยวิธีการที่ถูกต้องตามกฎหมาย ดีที่สุด เพราะหากไปเอง หรือมีบริษัทจัดหาให้ หรือใครชักชวนก็ต้องมีการตรวจสอบให้แน่ชัด เพราะไม่เช่นนั้นอาจจะถูกหลอก หรือถูกลอยแพก็เป็นได้

อ้างอิง: กระทรวงแรงงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...