โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องเปรี้ยวๆ ของน้ำส้มสายชู

เทคโนโลยีชาวบ้าน

เผยแพร่ 13 ก.ค. 2561 เวลา 03.00 น.

น้ำส้มสายชู ของเหลวใสที่ได้จากกระบวนการหมัก มีความเป็นกรดเป็นด่างอยู่ระหว่าง 2-3.5 มีองค์ประกอบหลัก คือ กรดน้ำส้ม (กรดอะซิติก) น้ำส้มสายชูทั่วไปมีความเข้มข้นของกรดตั้งแต่ 4-8 เปอร์เซ็นต์ และมีเอทานอลหรือแอลกอฮอล์ได้ไม่เกิน 0.5 เปอร์เซ็นต์

มนุษย์รู้จักการผลิตและใช้น้ำส้มสายชูมาตั้งแต่สมัยโบราณ น้ำส้มสายชู เป็นองค์ประกอบสำคัญในอาหารทั้งยุโรป เอเชีย รวมทั้งตำรับอาหารอื่นๆ และยังสามารถนำมาใช้ประโยชน์ด้านอื่นๆ อีกมากมาย

สำหรับใครที่ชอบอาหารรสชาติเปรี้ยวๆ ห้ามพลาดนะคะ เพราะฉบับนี้เราจะมาเขียนเรื่องความ เปรี้ยวปรี๊ด จี๊ดจ๊าด ของน้ำส้มสายชู ซึ่งเป็นเครื่องปรุงแต่งรสชาติอาหารสำคัญที่มีอยู่ทุกครัวเรือนอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งไม่ว่าจะเป็นครัวบ้านไหนๆ รับรองว่าต้องมีน้ำส้มสายชูติดครัวไว้เสมอๆ หรือแม้แต่คนที่ชอบกินอาหารนอกบ้าน ตามร้านอาหารตามสั่ง และร้านก๋วยเตี๋ยวตามปากซอยหรือตามตลาดทั่วไป ยังไงก็ต้องมีเจ้าน้ำส้มสายชู ตัวนี้อยู่ในพวกเครื่องปรุงให้เห็นกันออกบ่อยๆ เสมอๆ

เราในฐานะเป็นผู้บริโภคคนหนึ่ง เคยสงสัยกันไหมว่า? คนขายเค้าเอาน้ำส้มสายชูอะไรมาให้เรากิน บางคนห่วงเรื่องความปลอดภัยของตัวเองมากกว่าความอร่อยของรสชาติอาหารก็ดีไป มีบางคนกลับไม่ค่อยสนใจในเรื่องความปลอดภัยสักเท่าไหร่? ห่วงแต่ความอร่อยของปากท้องตัวเองเป็นสำคัญ ไปเจอน้ำส้มสายชูปลอม พวกใส่กรดกำมะถันแทนแล้วล่ะก็เสร็จเลยทีเดียว ฉะนั้นเราควรมาทำความรู้จักกับน้ำส้มสายชูให้มากขึ้นอีกสักนิดจะดีกว่าไหม

สาระน่ารู้ ของน้ำส้มสายชู

น้ำส้มสายชู จัดเป็นเครื่องปรุงรสชาติอาหารชนิดหนึ่ง นอกจากนี้ ยังใช้เป็นยาและสารกันเสียได้อีกด้วย น้ำส้มสายชู ในภาษาอังกฤษใช้คำว่า Vinegar หรือเรียกชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า กรดอะซิติก (Acetic acid) หรือกรดน้ำส้ม จัดเป็นผลิตภัณฑ์ชนิดหนึ่งที่ผลิตขึ้นมาจากกระบวนการหมัก

น้ำส้มสายชู รู้จักกันมาตั้งแต่สมัยโบราณเช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์ประเภทไวน์ ทั้งนี้เนื่องจากพบว่า น้ำส้มสายชูนั้นเกิดขึ้นมาจากการเสื่อมเสียของผลิตภัณฑ์ไวน์ โดยเกิดจากการปนเปื้อนของเชื้อแบคทีเรียในสกุล Acetobacter ซึ่งก่อให้เกิดปฏิกิริยาการเปลี่ยนแปลงแอลกอฮอล์ที่มีอยู่ในไวน์ให้เป็นกรดอะซิติก ในสภาพที่มีออกซิเจน ทำให้ไวน์นั้นมีรสเปรี้ยว ดังนั้น จึงเรียกผลิตภัณฑ์นี้ว่า Vinegar มาจากภาษาฝรั่งเศสว่า Vinaigre ซึ่งหมายถึงไวน์เปรี้ยว (Sour Wine) นั่นเอง

ชนิดของน้ำส้มสายชู

พระราชบัญญัติควบคุมอาหาร พ.ศ. 2522 ได้แบ่งชนิดของน้ำส้มสายชูออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้

  1. น้ำส้มสายชูหมัก เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการนำธัญพืช ผลไม้ หรือน้ำตาลมาหมักกับส่าเหล้า แล้วหมักกับเชื้อน้ำส้มสายชูตามกรรมวิธีธรรมชาติ วิธีนี้จะได้น้ำส้มสายชูที่กลิ่น รส สี แปรตามลักษณะของสารตั้งต้นที่ใช้ผลิตเป็นน้ำส้มสายชู

  2. น้ำส้มสายชูกลั่น เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการนำเอธินแอลกอฮอล์กลั่นเจือจาง มาหมักกับเชื้อน้ำส้มสายชู หรือเมื่อหมักแล้วนำไปกลั่นอีกครั้ง หรือได้จากการนำน้ำส้มสายชูหมักจากข้อ 1 มากลั่น

  3. น้ำส้มสายชูเทียม เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการนำเอากรดน้ำส้มมาเจือจางด้วยน้ำให้มีความเปรี้ยวตามต้องการ

สำหรับมาตรฐานของน้ำส้มสายชูหมัก จะต้องมีกรดน้ำส้มไม่น้อยกว่า 4 เปอร์เซ็นต์ โดยน้ำหนักต่อปริมาตร และต้องไม่มีกรดกำมะถัน หรือกรดอย่างอื่นเจือปน กรณีที่มีการนำเอากรดกำมะถัน กรดเกลือ กรดไนตริกมาเจือจาง เมื่อเรากินเข้าไปจะเป็นอันตรายมาก ซึ่งจะส่งผลให้เกิดแผลที่เยื่อบุกระเพาะอาหารและลำไส้ ดังนั้น เราควรระมัดระวังในการเลือกซื้อน้ำส้มสายชูให้มากยิ่งขึ้น

การผลิตน้ำส้มสายชู

กลไกการผลิตน้ำส้มสายชูจากวัตถุดิบประเภทน้ำตาล มี 2 ขั้นตอนด้วยกัน คือ
ขั้นตอนที่ 1 เริ่มจากการนำแป้งหรือน้ำตาลไปหมักให้ได้แอลกอฮอล์ก่อน ซึ่งเป็นกระบวนการหมักแบบไม่ใช้อากาศ และอาศัยเชื้อยีสต์ชนิดหนึ่ง
ขั้นตอนที่ 2 เป็นการเปลี่ยนแอลกอฮอล์ให้เป็นน้ำส้มสายชู หรือกรดอะซิตริก โดยอาศัยแบคทีเรีย หมักในสภาพที่มีอากาศ

ข้อแนะนำในการเลือกซื้อน้ำส้มสายชู

1. สังเกตฉลาก ควรมีการระบุข้อความภาษาไทยที่อ่านได้ชัดเจนว่าเป็นน้ำส้มสายชูกลั่น หมัก หรือเทียม ยิ่งถ้ามีเครื่องหมายรับรองคุณภาพมาตรฐานจากกระทรวงอุตสาหกรรมด้วย ก็ยิ่งเป็นการรับประกันความปลอดภัยได้เป็นอย่างดี

  1. ส่องดูที่ก้นขวด ต้องไม่มีตะกอน หรือหนอนน้ำส้ม

  2. ควรบรรจุในภาชนะที่สะอาด ไม่ผุกร่อนง่าย เช่น ขวดแก้วต่างๆ

วิธีทดสอบน้ำส้มสายชู ว่าเป็นน้ำส้มสายชูแท้หรือไม่
สามารถทดสอบได้หลายวิธี เช่น

  1. ใบผักชี แช่ในน้ำส้มสายชู ถ้าผักชีมีลักษณะตายนึ่ง เปลี่ยนจากเขียวเป็นเหลืองภายในเวลา 5 นาที จะเป็นน้ำส้มสายชูปลอม ถ้าอยู่ได้นานไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง เป็นน้ำส้มสายชูแท้

  2. ใช้ยาม่วง (Gential Violet) 2-3 หยด หยดใส่ในน้ำส้มสายชู 3 มิลลิลิตร ถ้าเปลี่ยนจากสีม่วงเป็นสีเขียวหรือสีน้ำเงิน จะเป็นน้ำส้มสายชูปลอม ถ้าไม่เปลี่ยนสี ก็เป็นน้ำส้มสายชูแท้

  3. วิธีนี้ค่อนข้างยุ่งยากสักเล็กน้อย เนื่องจากต้องมีสารเคมีบางชนิดในการทดสอบ คือ ใช้แบเรียมคลอไลน์ หรือซิลเวอร์ไนเตรต ผสมกับน้ำส้มสายชู ถ้ามีตะกอนขุ่นขาวเกิดขึ้นแสดงว่าเป็นน้ำส้มสายชูปลอม แต่ถ้าไม่มีตะกอนขุ่นขาวก็เป็นน้ำส้มสายชูแท้

อันตรายสำคัญของการกินน้ำส้มสายชูนั้นไม่ได้มีสาเหตุมาจาก น้ำส้มสายชูปลอม เท่านั้น แต่อาจจะมาจากภาชนะที่ใช้ใส่ และตักน้ำส้มสายชูที่มีข้อห้ามอย่างเด็ดขาดว่า ไม่ควรใส่หรือตักน้ำส้มสายชูด้วยภาชนะพลาสติก เพราะอาจทำปฏิกิริยากับพลาสติกกลายเป็นสารพิษที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้

ก่อนตักน้ำส้มสายชูปรุงอาหารประเภทใด ท่านควรดูให้แน่ใจว่า ภาชนะที่ใส่และตักน้ำส้มต้องเป็นแก้วหรือกระเบื้องเท่านั้น พริกหรือผักบางอย่างที่ใส่ในน้ำส้มนั้นจะต้องสด สีไม่เปลี่ยนไป และเมื่อแน่ใจแล้วจึงค่อยอิ่มอร่อยกับอาหารจานนั้นๆ แหล่ะกัน!

น้ำส้มสายชู เครื่องปรุงรสสารพัดประโยชน์ที่ต้องมีไว้ติดครัว
น้ำส้มสายชู เครื่องปรุงรสเปรี้ยวคู่ครัวที่แทบจะมีติดไว้ทุกบ้าน แต่ประโยชน์ของน้ำส้มสายชูนั้นใช่มีแค่ไว้สำหรับปรุงอาหารเพียงอย่างเดียวเท่านั้น น้ำส้มสายชูยังสามารถใช้ทำอะไรต่างๆ ในบ้านได้มากมายจนอาจคาดไม่ถึง ไม่ว่าจะใช้แทนน้ำยาทำความสะอาด ขจัดคราบต่างๆ ด้านสุขภาพและความงาม และอื่นๆ อีกมากมาย

หวังเป็นอย่างยิ่งว่า น้ำส้มสายชู ที่มีอยู่ประจำครัวในบ้านของท่านคงได้ใช้งานมากขึ้น และน้ำส้มสายชูคงช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้หากท่านเลือกใช้ให้ตรงตามวัตถุประสงค์ แต่อย่าลืมว่าควรเลือกซื้อน้ำส้มสายชูที่มีมาตรฐานองค์การอาหารและยา หรือ อย. เท่านั้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...