สภาทนายความ ยัน ทนายความหญิง ใส่กางเกงว่าความได้
สภาทนายความ ยัน ทนายความหญิง ใส่กางเกงว่าความได้
วันที่ 8 ส.ค. นายสุรพงษ์ กองจันทึก อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า จากกรณีที่สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน ทำหนังสือถึงนายกสภาทนายความ และเข้าพบเพื่อเสนอแก้ไขข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยการแต่งกายของทนายความหญิง เนื่องจากพบว่ามีทนายความหญิงถูกทนายความและศาลตำหนิจากกการสวมกางเกงและสูทสากลในการว่าความ
เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด
ในข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยมรรยาททนายความ พ.ศ. 2559 หมวด 5 มรรยาทในการแต่งกาย ข้อ 20 ระบุว่า “ในระหว่างเวลาว่าความ ทนายความจะต้องแต่งกายสุภาพเรียบร้อยตามหลักเกณฑ์ต่อไปนี้ (2)ทนายความหญิง แต่งกายตามแบบสากลนิยม กระโปรงและเสื้อสีสุภาพไม่ฉูดฉาด รองเท้าหุ้มส้น” ซึ่งโทษของการผิดมรรยาททนายความ มีบัญญัติไว้ในมาตรา 52 ที่ระบุว่า “โทษผิดมรรยาททนายความมี 3 สถานคือ (1) ภาคทัณฑ์ (2) ห้ามทำการเป็นทนายความมีกำหนดไม่เกินสามปี หรือ (3) ลบชื่อออกจากทะเบียนทนายความ
ในหนังสือถึงสภาทนายความระบุว่า ปัจจุบันแนวคิดและค่านิยมเกี่ยวกับการแต่งกายของชายหญิงเปลี่ยนแปลงไป ตลอดจนการดำเนินวิถีชีวิตในสังคมที่มีความเท่าเทียมกันระหว่างชายหญิงและเพศวิถีมากยิ่งขึ้น สิทธิสตรีได้รับการคุ้มครองให้มีความเสมอภาคเท่าเทียมกัน การแต่งกายของทนายความหญิงในการว่าความ จึงไม่ควรถูกกำหนดตายตัวและจำกัดเสรีภาพในการแสดงออก ทนายความหญิงพึงมีสิทธิอันชอบธรรมในการแต่งกายโดยสุภาพได้ โดยไม่ถูกจำกัดให้ต้องสวมกระโปรงเท่านั้น ทั้งหน่วยงานราชการ ข้าราชการหญิงสามารถสวมเครื่องแบบเป็นกางเกงชุดกากีเช่นเดียวกับราชการชายได้
ล่าสุด สภาทนายความ ทำหนังสือตอบสมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน ลงนามโดยดร.กิตติมา สิริศุภชัย กรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายและปฏิคม ชี้แจงว่าข้อบังคับสภาทนายความ มิได้ห้ามทนายความหญิงมิให้สวมกางเกงว่าความไว้ ในชั้นนี้เห็นว่ายังไม่มีเหตุอันสมควรในการแก้ไขข้อบังคับ
นายสุรพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้สภาทนายความจะชี้แจงว่าทนายความหญิงใส่กางเกงว่าความได้ แต่ถ้อยคำในข้อบังคับไม่ชัดเจน ทำให้ศาลและทนายความจำนวนมากเข้าใจคลาดเคลื่อน จึงควรพิจารณาแก้ไขถ้อยคำให้ชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการไม่มีการแบ่งแยกและเลือกปฏิบัติระหว่างเพศ